Automatically translated.View original post

Keep chasing butterflies. The web doesn't grow its own garden.

2025/9/11 Edited to

... Read moreคำว่า “บ้าใบ้ถือใยบัว” เป็นสำนวนที่หลายคนเคยผ่านหู แต่พอจะอธิบายจริง ๆ กลับติดขัด เพราะเป็นสำนวนเชิงภาพเปรียบเทียบมาก ๆ สำหรับฉันเวลาได้ยิน จะนึกถึง “คนที่มีเครื่องมือหรือโอกาสอยู่ในมือ แต่ใช้ไม่เป็น/พูดไม่ออก/ทำอะไรไม่ถูก” เลยดูเหมือนเสียของ หรือเสียจังหวะไปทั้งที่น่าจะไปต่อได้ ถ้าแปลให้จับต้องได้ขึ้น “บ้า” กับ “ใบ้” สื่อถึงสภาวะที่ควบคุมตัวเองหรือสื่อสารไม่ได้ ส่วน “ใยบัว” ในภาษาพูดไทยมักถูกนึกถึงเป็นเส้นใยบาง ๆ ที่อยู่ในก้านบัวหรือไหลไปกับอาหารบางเมนู (ใยที่ลื่น ๆ บาง ๆ) ซึ่งภาพรวมมันคือ “ถือของที่ดูบอบบาง/ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน” พอเอามาเปรียบกับคน ก็ให้ความรู้สึกว่า “จับอะไรไม่อยู่ ทำอะไรไม่เป็นเรื่อง” แม้จะมีอะไรอยู่ในมือก็ตาม สำนวนไทยที่อารมณ์ใกล้เคียง (ใช้แทนกันได้ในบางบริบท) เช่น - “มีของดีแต่ใช้ไม่เป็น” (พูดตรง ๆ) - “มีดอยู่ในมือแต่ไม่รู้จะหั่นอะไร” (เปรียบเทียบ) - “จับต้นชนปลายไม่ถูก” (สื่อถึงความสับสน) - “ได้คืบจะเอาศอก” ไม่ใกล้เท่า แต่บางครั้งคนเอามาปนกันผิดความหมาย—อันนี้หมายถึงโลภ ไม่ใช่ทำไม่เป็น พอโยงกับแนวคิดในภาพ “มัวแต่ไล่จับผีเสื้อ ใยไม่ปลูกสวนของตัวเอง” ฉันรู้สึกว่าใจความมันคือการเตือนว่าอย่าเอาเวลาทั้งหมดไปวิ่งตาม “สิ่งที่สวยงามแต่ควบคุมไม่ได้” อย่างผีเสื้อ (โอกาส กระแส คนอื่น การยอมรับ) จนลืมสร้าง “สวนของตัวเอง” ซึ่งคือทักษะ ผลงาน เงินเก็บ สุขภาพ หรือความสัมพันธ์ที่เราดูแลได้จริง ประสบการณ์ส่วนตัวคือช่วงหนึ่งฉันมัวแต่ไล่ตามสิ่งภายนอก เช่น อยากให้คนชอบ อยากให้ยอดพุ่ง อยากให้ใครสักคนเห็นค่า พอไม่ได้ดั่งใจ ก็มึน ๆ เหมือน “บ้าใบ้ถือใยบัว” คือมีเวลา มีแรง มีไอเดียอยู่ในมือ แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง สุดท้ายกลับมาใช้วิธีง่าย ๆ คือ “ปลูกสวน” ทีละนิด เช่น 1) ทำสิ่งเล็กที่ทำได้ทุกวัน (เขียน/อ่าน/ออกกำลัง 15 นาที) 2) สร้างของที่เป็นชิ้นเป็นอัน (พอร์ตงาน โน้ตสรุป รายการเป้าหมาย) 3) วัดผลแบบของเรา ไม่เทียบกับคนอื่น (ดูความสม่ำเสมอมากกว่ายอด) ข้อคิดที่ฉันได้คือ ผีเสื้อจะมาหรือไม่มาเราไม่คุม แต่สวนเราคุมได้ และพอสวนเริ่มออกดอก ผีเสื้อก็มักบินมาเองแบบไม่ต้องไล่จับ