Automatically translated.View original post

Donate blood now.✨

Are you afraid of anything? I'm not afraid of blood but afraid of needles. 📍 It feels big and we have to squeeze the blood through the hose ourselves. I'm afraid of squeezing the blood quickly. I'm not afraid of the bag. That's the fear 😆 that we have to win our hearts. ⭐

Prepare before donating blood. ❣️

1. Enough rest

2. Eat a lot of food. Eat a lot of water.

3. Weight must exceed 45 +

4. Never been through the clinic, have done dental work in 6 months.

5. Abstain from alcohol

First, he'll let us fill in 20 records.

Then go through the platelets and see a doctor 🎯 interrogate general history.

The donation process does not take 5-10 minutes.

He'll give you five minutes of sleep.

✅ When finished, it's comfortable. Not dark at all. It feels good and full of merit.

# Donate blood # Donate platelets # Making merit # Donate blood, make merit

# First blood donation

2025/9/18 Edited to

... Read moreหลายคนทักมาถามเรื่อง “เกณฑ์บริจาคเลือด/คุณสมบัติผู้บริจาค” กับ “ยาที่กินหลังบริจาคเลือด” เลยขอรวมประสบการณ์ที่เจอมาจริง (ของเราบริจาคที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย/หน่วยรับบริจาค) เผื่อใครกำลังตัดสินใจค่ะ 1) เกณฑ์บริจาคเลือด & คุณสมบัติผู้บริจาคที่ควรรู้ - น้ำหนักตัว: โดยทั่วไปต้อง 45 กก.ขึ้นไป (เราเห็นในโปสเตอร์ที่จุดรับบริจาคเขียนชัดมาก) - อายุ: มักอยู่ช่วงประมาณ 17–70 ปี (รายละเอียดอาจต่างตามเงื่อนไขสุขภาพ) - พักผ่อนให้พอ และกินข้าวให้อิ่ม ดื่มน้ำเยอะๆ ก่อนมา จะช่วยลดอาการหน้ามืดได้มาก - เลี่ยงแอลกอฮอล์ก่อนบริจาค และถ้าเพิ่งทำหัตถการ/ทำฟัน/ทำหน้า ควรเว้นช่วงตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง (ของเราโดนย้ำเรื่องช่วงเวลา) 2) ขั้นตอนจริงหน้างาน (สั้นกว่าที่คิด) - กรอกแบบสอบถาม/เช็คประวัติบริจาคโลหิต: มีคำถามค่อนข้างละเอียด เพื่อความปลอดภัยทั้งผู้ให้และผู้รับ - ตรวจคัดกรองเบื้องต้น: จุดที่หลายคนเรียกว่า “เจาะเช็คเกล็ดเลือด/ฮีโมโกลบิน” ถ้าค่าผ่านถึงจะไปต่อ - พบเจ้าหน้าที่/คุณหมอซักประวัติ: ถามสุขภาพทั่วไป ยาโรคประจำตัว ฯลฯ - บริจาคจริง: ประมาณ 5–10 นาที แล้วให้นอนพักดูอาการอีกนิด 3) “มีรูปให้ดูไหม” / ได้อะไรกลับบ้านบ้าง ของเราหลังบริจาคได้ถุงของสภากาชาดไทย มีน้ำดื่ม และได้ “บัตรผู้บริจาคโลหิต” เก็บไว้เป็นหลักฐาน/ไว้ยื่นตอนมาครั้งต่อไป บางครั้งจะมีเอกสารแนะนำการดูแลตัวเองด้วย 4) ยาบำรุงเลือดที่ได้หลังบริจาค (จากประสบการณ์เรา) ของเราได้รับยาบำรุงเลือด “Ferrous Fumarate” (ธาตุเหล็ก) ซึ่งหลายคนเรียกติดปากว่า “ยาบำรุงเลือดโรงพยาบาล/ยาบำรุงเลือดสภากาชาด” วิธีใช้ให้ยึดตามฉลากและคำแนะนำที่ให้มาเลยนะคะ เพราะแต่ละคนอาจได้ขนาด/จำนวนเม็ดต่างกัน ทริคส่วนตัว: ถ้ากินธาตุเหล็กแล้วคลื่นไส้ ลองกินหลังอาหาร และดื่มน้ำตามเยอะๆ (แต่ถ้ามีอาการผิดปกติให้ถามเจ้าหน้าที่/เภสัชกรทันที) 5) เช็คผลหลังบริจาค & ความรู้สึกที่ดีมาก หลังจากนั้นเรายังได้รับ SMS แจ้งว่าโลหิตมีคุณภาพและถูกนำไปใช้รักษาผู้ป่วยแล้ว อ่านแล้วใจฟูมาก เหมือนความกลัวเข็มที่เอาชนะได้มันคุ้มจริงๆ ถ้าใครกำลังเล็ง “บริจาคเลือด 50 ครั้ง” เป็นเป้าหมาย แนะนำเริ่มจากครั้งแรกให้ผ่านแบบสบายๆ ก่อน เตรียมตัวดีๆ แล้วมันจะไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลยค่ะ