Cheung hing kee เมนูใหม่

วันนี้แอดมาลองเมนู น้องใหม่ ของร้าน Cheung Hing Kee ที่เซ็นทรัลชิดลม จ้า

ซึ่งเขา เปิดตัว 2 เมนูพิเศษต้อนรับเทศกาลตรุษจีน 2569 นั่นคือ "เซิงเจียนเปาไข่ปูขน" และ "ข้าวผัดหอยเป๋าฮื้อ"

1. เซิงเจียนเปาไข่ปูขน (Hairy Crab Roe Pan-fried Buns)

[ชุด 2 ลูก ราคา 150 บาท, ชุด 4 ลูก ราคา 300 บาท และชุด 6 ลูก ราคา 450 บาท]

ซิกเนเจอร์เมนูประจำฤดูกาล เซิงเจียนเปาที่ทำสดใหม่ทุกวัน โดดเด่นด้วยไส้เข้มข้นจากมันปูธรรมชาติ ผสานอย่างกลมกล่อมกับเนื้อปูขนและไข่ปู คัดสรรมาจากปูขนน้ำจืดเป็นๆ ชื่อดังจากแถบเซี่ยงไฮ้

เมนูนี้เป็น Seasonal Menu ที่มีเฉพาะช่วงฤดูปูขนเท่านั้น (ปีละประมาณ 2-3 เดือน) จึงนับเป็นเมนูพิเศษที่หาทานได้ยาก และมีจำนวนจำกัด (120 ลูกต่อวันต่อสาขา)

2. ข้าวผัดหอยเป๋าฮื้อ (Abalone Fried Rice) [ราคา 380 บาท]

ข้าวผัดระดับพรีเมียมที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันจากวัตถุดิบคุณภาพสูง ทั้งเนื้ออกไก่หั่นเต๋า กุ้งขาวสด คะน้าฮ่องกง และหอยเป๋าฮื้อ

ข้าวผัดหอยเป๋าฮื้อยังถือเป็น อาหารมงคลในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยหอยเป๋าฮื้อเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ และเงินทองที่ไม่มีวันหมด

ระยะเวลาจำหน่ายและสถานที่

1. ทั้ง 2 เมนู

เซ็นทรัลชิดลม (Public Market ชั้น 1): 4 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 2569

สยาม พารากอน (บริเวณ Daily Express): 6 – 31 มีนาคม 2569

2. เฉพาะเมนู เซิงเจียนเปาไข่ปูขน

ในงาน Chinese New Year 2026 สยามพารากอน บริเวณ Market Hall

Event ระหว่างวันที่ 4 – 17 กุมภาพันธ์ 2569 (14 วันเท่านั้น)

2/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเผื่อใครกำลังเสิร์ชหา “เซิงเจียนเปา” หรือ “เชิงเจียนเปา” แล้วลังเลว่ามันต่างจากซาลาเปาทั่วไปยังไง อันนี้สรุปจากที่แอดไปลองของ Cheung Hing Kee มาค่ะ เมนูนี้จริงๆ คือขนมปังทอดก้นกรอบสไตล์เซี่ยงไฮ้ ด้านล่างจะเป็นแผ่นแป้งกรอบๆ หอมกระทะ ส่วนด้านบนแป้งจะนุ่มกว่า เวลากินแนะนำให้ค่อยๆ กัด เพราะด้านในมีน้ำซุป/ความฉ่ำของไส้ (โดยเฉพาะไส้ที่มันปูเยอะๆ) จะร้อนนิดนึง ทริคกินให้อร่อยของแอด: ก่อนกัดลองพลิกดูด้านก้นให้เจอ “ด้านกรอบ” แล้วคีบเข้าปากด้านกรอบก่อน จะได้เท็กซ์เจอร์กรุบ+นุ่มในคำเดียว ถ้ามีน้ำจิ้มสไตล์จีน (เปรี้ยวๆ เค็มๆ) แตะนิดเดียวพอ จะช่วยตัดเลี่ยนและดึงรสมันปูให้เด่นขึ้น แต่ถ้าใครชอบรสหวานมันอยู่แล้ว กินเปล่าๆ ก็ฟิน เพราะไส้แน่นและกลิ่นหอมชัด สำหรับเซิงเจียนเปาไข่ปูขน จุดที่รู้สึกว่าคุ้มคือ “ไส้ปูแน่นๆ” แบบที่ผ่าครึ่งแล้วเห็นเนื้อปูขนกับไข่ปูสีเหลืองทองอยู่เต็มคำจริง (ตามภาพที่ถ่ายมาเลย) และเป็นเมนูตามฤดูกาล แถมมีจำนวนจำกัดต่อวัน แนะนำไปช่วงก่อนเที่ยงหรือช่วงบ่ายต้นๆ จะมีโอกาสได้กินมากกว่า ถ้าไปเย็นๆ บางทีของอาจหมดค่ะ นอกจากตัวไข่ปูขน ถ้าใครไปเป็นแก๊ง แอดว่าเลือกคอมโบเซ็ตเซิงเจียนเปาหลายไส้ก็สนุก เพราะได้ลองหลายรสในมื้อเดียว (บางไส้หน้าตา/รสต่างกันชัด เช่น หมู หมาล่า หรือทรัฟเฟิล) กินสลับกันจะไม่เลี่ยนง่าย อีกเมนูที่อยากให้เผื่อท้องไว้คือ “ข้าวผัดหอยเป๋าฮื้อ” จานนี้ฟีลพรีเมียมจริง หอยเป๋าฮื้อชิ้นใหญ่เห็นชัด เนื้อเด้ง เคี้ยวเพลิน และข้าวผัดไม่ได้มันเยิ้มเกินไป มีไก่ กุ้ง คะน้าฮ่องกงทำให้รสกลมกล่อม ถ้าไปช่วงตรุษจีนถือว่าเป็นเมนูมงคลที่สั่งแล้วเข้าธีมดีมาก ปิดท้าย ใครชอบถ่ายรูป แอดว่าหน้าตาเซิงเจียนเปาไข่ปูขนถ่ายสวยมาก โดยเฉพาะตอนผ่าครึ่งให้เห็นไส้ หรือถ่ายตอนตักไส้ขึ้นมาให้เห็นความแน่นๆ และถ้ามีสั่งเครื่องดื่มคู่กันจะได้โต๊ะที่ดูครบเซ็ต (บางแก้วมีท็อปปิ้งเฉาก๊วย/ธัญพืชด้วย) สรุปสำหรับคนที่ตั้งใจมาลอง “เซิงเจียนเปา/เชิงเจียนเปา” ครั้งแรก: เลือกเวลาไปดีๆ เพราะเป็นเมนูพิเศษจำนวนจำกัด, กัดระวังไส้ร้อน, และถ้าอยากอิ่มแบบคุ้มๆ จับคู่กับข้าวผัดหอยเป๋าฮื้อคือจบมื้อได้สวยค่ะ