🏥 ข่าวใหญ่ของวงการแพทย์อีสาน! ครม.ไฟเขียวงบ 3,000 ล้านบาท เดินหน้าสร้าง “ศูนย์โปรตอนรักษามะเร็ง” ที่ ม.ขอนแก่น คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2574
.
โครงการนี้จะตั้งอยู่บนพื้นที่ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประมาณ 4.9 ไร่ พร้อมอาคารบริการ 6 ชั้น และติดตั้งเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูงด้านโปรตอน ที่มีความแม่นยำสูง และช่วยลดผลกระทบต่ออวัยวะข้างเคียง เหมาะกับการดูแลผู้ป่วยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการความละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ
.
หากเป็นไปตามแผน ศูนย์แห่งนี้จะสามารถรองรับการให้บริการได้ประมาณ 6,000 รายต่อปี พร้อมเป็นศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรและศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางการแพทย์ระดับประเทศ นี่คืออีกก้าวสำคัญของขอนแก่น และภาคอีสาน ในการยกระดับการแพทย์ขั้นสูงให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ใกล้บ้านมากขึ้น
_____
#KHONKAENLETSGO #ขอนแก่นแล่นโลด #ศูนย์โปรตอน #มะเร็ง #ข่าวขอนแก่น
การตั้งศูนย์โปรตอนรักษามะเร็งที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นถือเป็นข่าวดีอย่างมากสำหรับผู้ป่วยในภาคอีสาน เพราะการรักษาด้วยโปรตอนนั้นเป็นวิธีการที่แม่นยำสูง ช่วยลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้างจากการฉายรังสี ทำให้ผู้ป่วยได้รับผลข้างเคียงในการรักษาน้อยลง ซึ่งสำคัญโดยเฉพาะกับผู้ป่วยที่ต้องการความระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น เด็กและผู้สูงอายุ เคยมีประสบการณ์เพื่อนหรือญาติที่เข้ารับการรักษามะเร็งที่ใช้การฉายรังสีทั่วไป พบว่ามีผลข้างเคียงจากการได้รับรังสีฉายบางส่วนของอวัยวะที่ไม่ต้องการ ซึ่งทำให้ร่างกายต้องฟื้นตัวนานขึ้น การมีศูนย์โปรตอนในภูมิภาคจะช่วยลดภาระต้องเดินทางไกลไปยังกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ ทำให้ผู้ป่วยและครอบครัวได้รับความสะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ ศูนย์นี้ยังจะเป็นแหล่งฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์และศูนย์วิจัยนวัตกรรม ทำให้วงการแพทย์ในภาคอีสานมีศักยภาพสูงขึ้น และสร้างความก้าวหน้าในงานวิจัยทางการแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม ในด้านเทคโนโลยี โปรตอนบีมมีความแม่นยำมากกว่าการฉายรังสีทั่วไป เนื่องจากสามารถจำกัดตำแหน่งรังสีไปยังเนื้องอกได้อย่างแม่นยำโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียงมากเท่าไรนัก ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่โลกให้การยอมรับ โดยรวมแล้ว การตั้งศูนย์นี้ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นไม่เพียงแต่จะเพิ่มประสิทธิภาพการรักษามะเร็งในภาคอีสานและเป็นการสนับสนุนให้คนไข้เข้าถึงบริการรักษาที่ทันสมัยใกล้บ้านมากขึ้น แต่ยังเป็นการสร้างทักษะและนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วยพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศไทยโดยรวมอีกด้วย นับว่าเป็นโครงการที่สร้างคุณค่าอย่างยิ่งต่อผู้ป่วยและวงการแพทย์ไทย












































