Automatically translated.View original post

Giveaway pandan juice recipe mixed with aloe vera jelly

4/17 Edited to

... Read moreหลายคนค้นหา “วุ้นว่านหางจระเข้” แต่พอทำจริงมักติดปัญหา 3 อย่างคือ วุ้นไม่เด้ง, ว่านหางจระเข้ขม/เหม็นเขียว และน้ำใบเตยไม่หอมพอ เลยขอมาแชร์ทริคที่ช่วยให้ทำแก้วแรกก็รอดค่ะ 1) เลือกและล้างว่านหางจระเข้ให้ใส ไม่ขม - เลือกใบอวบ เนื้อหนา จะได้ชิ้นวุ้นเยอะ เคี้ยวหนึบ - ปอกเปลือกแล้วหั่นเต๋า จากนั้น “ล้างเมือก” ด้วยน้ำสะอาดหลายๆ รอบจนไม่ลื่น - แช่น้ำเกลืออ่อนๆ (ประมาณ 1/2 ช้อนชาต่อน้ำ 1 ลิตร) 5–10 นาที แล้วล้างออกอีกครั้ง วิธีนี้ช่วยลดกลิ่นเขียวและความขมได้ดี - บลานช์เร็วๆ: ต้มน้ำเดือดแล้วใส่ว่านหางจระเข้ลงลวก 30–60 วินาที ตักขึ้นแช่น้ำเย็นทันที เนื้อจะเด้งใสและไม่เละ 2) น้ำใบเตยให้หอมชัด สีสวย - ใบเตยสดมัด 1 มัด ล้างให้สะอาดแล้ว “หั่นท่อน” ก่อนต้ม จะหอมกว่าต้มทั้งมัด - ต้มไฟอ่อน 10–15 นาทีพอ (ไม่ต้องเดือดพล่านนาน) เพราะยิ่งต้มนานกลิ่นจะจาง - ถ้ามีผงใบเตย (เช่น PANDAN POWDER) ใส่แค่ปลายช้อน/ประมาณ 1 ช้อนชา ช่วยเสริมสีและกลิ่น แต่ไม่ต้องใส่เยอะ เดี๋ยวขมปลายลิ้น 3) ทำวุ้นว่านหางจระเข้ให้เด้งหนึบ (ไม่ละลายในน้ำ) - ถ้าจะให้เป็น “วุ้น” จริงๆ แนะนำเติมผงวุ้น 8–10 กรัมต่อน้ำประมาณ 1 ลิตร (ปรับตามยี่ห้อ) คนให้ละลายก่อนตั้งไฟ - เคล็ดลับคือผงวุ้นต้อง “เดือด” 1–2 นาทีเพื่อให้สุกถึง แล้วค่อยลดไฟ - ใส่ว่านหางจระเข้ตอนท้าย หลังวุ้นละลายดีแล้ว เคี่ยวแค่พอเดือดอีกครั้ง จากนั้นปิดไฟทันที จะช่วยให้ชิ้นว่านหางจระเข้ไม่หดและไม่เละ - เทใส่ถาด/พิมพ์ พักให้คลายร้อนแล้วแช่เย็น 2–3 ชม. ค่อยหั่นเป็นเต๋า 4) ไอเดียปรับรสให้ถูกปาก - ชอบหวานน้อย: ลดน้ำตาลลง แล้วเพิ่มความหอมด้วยใบเตยหรือผงใบเตยแทน - ชอบสดชื่น: บีบมะนาวนิดเดียวตอนเสิร์ฟ (อย่าใส่ตอนยังร้อน กลิ่นจะหาย) - เพิ่มความมัน: เติมนมสด/นมข้นจืดเล็กน้อยตอนเสิร์ฟ จะกลายเป็นเครื่องดื่มแนวคาเฟ่ 5) การเก็บรักษา - แยก “วุ้นว่านหางจระเข้” กับ “น้ำใบเตย” จะอร่อยกว่า เพราะวุ้นไม่ละลายง่าย - เก็บในตู้เย็น 3–5 วัน ใช้ช้อนสะอาดตักทุกครั้ง กลิ่นจะไม่เพี้ยน ทำตามนี้จะได้วุ้นว่านหางจระเข้ที่ใส เด้ง เคี้ยวสนุก และน้ำใบเตยหอมชัด ดื่มเย็นๆ แล้วสดชื่นมากค่ะ