Automatically translated.View original post

✅I invested in selling clothes for 10,000 baht.🥹

I used to invest in selling clothes with my friends, starting with $10,000.

I thought we were close, working together would be easy, but when we started... everything didn't look like it.

From the way we should talk about work, we become emotional.

From selling to arguing.

In the end, money didn't disappear because the market didn't disappear because of competitors.

But recovered because "the two of us quarreled with each other."

It made me realize...

Maybe being close doesn't mean working together.

And the 10,000 lost is one of the most expensive learning expenses in life.

Business is not broken because of goods, but broken because of "relationships."

When they quarrel, our hearts are exhausted before the money runs out again.

So today I choose to do business with people who talk about

More than people who have fun talking.

What about you... have you ever lost money arguing with someone close to you?

# unlockmen # Club, man # Please ask # Today's news # Trending

2025/11/26 Edited to

... Read moreช่วงที่ผมเริ่ม “ลงทุน 10,000” เพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายเสื้อผ้า (ได้ของมาประมาณ 50 ตัว) สิ่งที่คิดว่าเป็นเรื่องยากคือ “ขายไม่เก่ง” เพราะผมไม่ได้ถนัดงานขายอยู่แล้ว แต่อะไรที่ยากกว่านั้นกลับเป็นเรื่องที่มองไม่เห็นตั้งแต่แรก คือการทำงานร่วมกันกับเพื่อนสนิทให้รอดแบบมืออาชีพ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมอยากบอกตัวเองว่า ก่อนจะลงเงิน—even แค่ 10,000 บาท—ควรคุยให้จบเป็นข้อๆ เหมือนทำงานกับคนแปลกหน้าเลย เช่น 1) ใครรับหน้าที่อะไรชัดเจน: คนหาของ/คนไลฟ์/คนตอบแชต/คนแพ็กของ/คนทำบัญชี ไม่ใช่ช่วยกันทำหมด แล้วสุดท้ายไม่มีใครรับผิดชอบจริง 2) เงินเข้าออกต้องโปร่งใส: แยกบัญชีไว้เลย จะได้ไม่ปนกับเงินส่วนตัว และสรุปยอดเป็นรายสัปดาห์ (ยอดขาย ต้นทุน ค่าขนส่ง ค่าโฆษณา กำไร) 3) ตกลงเรื่องกำไรและความเสี่ยง: ถ้าขายไม่ได้ ใครรับของค้าง? ถ้าต้องลดราคาเคลียร์สต็อกทำได้แค่ไหน? 4) วางกติกาเวลา “คิดเห็นไม่ตรงกัน”: ห้ามเถียงในแชตยาวๆ ให้ตั้งเวลาคุย 15 นาที แล้วจบด้วยข้อสรุปเป็นลายลักษณ์อักษร อีกอย่างที่ผมเจอคือ ตอนเริ่มขายจะตื่นเต้นกันมาก แต่พอผ่านไปสักพัก งานประจำเริ่มหนัก ความสม่ำเสมอหาย การตอบลูกค้าช้า การส่งของช้า สิ่งเล็กๆ พวกนี้ทำให้ยอดตก แล้วก็เริ่มโทษกันไปมา กลายเป็นคุยด้วยอารมณ์แทนการคุยด้วยข้อมูล ถ้าคุณกำลังคิดจะเริ่มธุรกิจเล็กๆ ด้วยเงินประมาณนี้ ผมแนะนำให้ลอง “เริ่มเล็กให้เล็กที่สุด” ก่อน เช่น ทดลองขาย 10-20 ตัว วัดว่าเราทำงานเข้าขากันไหม วัดว่าระบบแพ็กของ/ตอบแชต/ส่งของไหวหรือเปล่า แล้วค่อยเพิ่มทุน และที่สำคัญ อย่าเชื่อแค่คำว่า “ได้กำไร xxx,xxx” เพราะกำไรจริงต้องหักทุกต้นทุนถึงจะเห็นภาพ บทเรียนของผมคือ ธุรกิจไม่ได้พังเพราะสินค้าเสมอไป แต่มักพังเพราะคน ถ้าจะทำกับเพื่อน ทำได้ครับ แต่อย่าใช้ความสนิทมาบริหารงาน—ใช้ข้อตกลงและความชัดเจนแทน แล้วความสัมพันธ์จะมีโอกาสรอดพร้อมธุรกิจมากกว่าเดิม