วัดวังสิงห์คำ
ที่ได้ชื่อว่า "วังสิงห์คำ" ก็เพราะ ตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า แต่เดิมริมฝั่งแม่น้ำปิงตรงที่ต้นจามจุรี (ฉำฉา) ที่อยู่บริเวณหน้าวัดในขณะนี้มีความลึกมาก น้ำใสสะอาดเป็นวังน้ำวน และมีพระสิงห์ (พระพุทธสิหิงค์) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำประดิษฐานอยู่ พระพุทธรูปองค์นี้ได้แสดงอภินิหาร โดยแต่ก่อนมีชาวประมงได้ออกหาปลาตามแม่น้ำปิง พอมาถึงตรงบริเวณหน้าวัดนี้ พระสิงห์องค์นี้ได้แสดงอภินิหารติดเบ็ด ติดอวน ติดแห ของชาวประมง ชาวประมงก็ได้กราบอัญเชิญเอาพระองค์นี้ขึ้นมาประดิษฐานไว้ที่วัด พอตกกลางคืนพระสิงห์องค์นี้ก็ได้แสดงอภินิหารกลับลงไปอยู่ในแม่น้ำปิงตามเดิม และติดเบ็ด ติดอวน ติดแห ของชาวประมงอีกเรื่อยๆสลับไปมา ปัจจุบันพระพุทธรูปองค์นี้ก็ได้หายสาบสูญไป และเข้าใจว่าคงประดิษฐานอยู่ในแม่น้ำปิงตามเดิม นับตั้งแต่นั้นมาวัดนี้จึงได้ชื่อว่า “วังสิงห์คำ”
วัดวังสิงห์คำถือเป็นหนึ่งในวัดที่มีความเป็นเอกลักษณ์และมีเรื่องราวตำนานที่น่าประทับใจมากในจังหวัดเชียงใหม่ สำหรับผู้ที่ได้มีโอกาสไปเยือนวัดนี้ ส่วนใหญ่จะรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเงียบสงบริมแม่น้ำปิงซึ่งเป็นธรรมชาติที่สวยงามและช่วยเสริมสร้างความรู้สึกสุนทรีย์ในการพักผ่อน ตำนานพระสิงห์ทองคำที่แสดงอภินิหารนั้นถือเป็นเรื่องเล่าที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะผูกพันกับวิถีชีวิตชาวประมงและผู้คนในพื้นที่ที่มีความเคารพศรัทธาและความหวังในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การที่พระสิงห์ทองคำสลับไปมาระหว่างวัดกับแม่น้ำปิง และสุดท้ายหายสาบสูญไปในแม่น้ำนั้น สร้างความลึกลับและแรงดึงดูดให้กับผู้มาเยือนวัดต้องการรู้จักและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของสถานที่นี้มากขึ้น จากประสบการณ์ของผมที่ได้ไปเยือนวัดวังสิงห์คำ บรรยากาศรอบ ๆ วัดเต็มไปด้วยต้นจามจุรีที่ร่มรื่นและไอเย็นจากแม่น้ำปิงที่เสริมความสดชื่น การเดินทางไม่ลำบาก ทำให้เหมาะกับการขับรถเที่ยวแบบชิล ๆ สำหรับใครที่รักการผจญภัยและอยากหาที่พักใจจากความวุ่นวาย วัดนี้เป็นตัวเลือกที่ดีมาก นอกจากได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์และตำนานแปลก ๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมท้องถิ่นเชียงใหม่ได้อีกด้วย สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์เชิงวัฒนธรรม แนะนำให้ใช้เวลาสักนิดในการฟังเรื่องเล่าจากคนท้องถิ่นที่ยังเล่าขานเรื่องราวของพระสิงห์คำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความลึกซึ้งและความน่าประทับใจในการเดินทางครั้งนี้อย่างแน่นอน













