Automatically translated.View original post

Grown up, why "quit playing"?

Grown up, why stop playing? Healthy psychology with Adult Play 💖✨

Hello, Lemon 🍋 today, let's explore the psychology of "play."

Do you remember the feeling as a child that we laughed when we chased or created our own imaginary world? Why, when we grow up to be adults, do we let stress and work steal all that fun?

George Bernard Shaw once said a very touching sentence, huh: "We didn't stop playing because we were getting older, but we got older because we stopped playing."

👉 Turn right to see the advantages of adult play and check out what style you like on the slide. ➡️

💡 Highlights a reminder:

Playing is not nonsense or a waste of time, but it is "recharging" the brain and mind, allowing yourself to go back to being a child, buy a Lego, make a friend's appointment to a game board, or just dance crazy in your bedroom!

Has anyone had a favorite "play" activity in adulthood that has done so much, huh? Comment to label me with my friends. 👇

Please press Save this post to remind yourself on too stressful days and press the heart to cheer. 💖✨

# Psychology # Develop yourself # Heal my heart # Fire out # Lemon 8 Men

3/30 Edited to

... Read moreการเล่นไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมสำหรับเด็กเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อผู้ใหญ่ที่ต้องการฟื้นฟูจิตใจและเติมเต็มพลังชีวิตของตัวเองจากความเครียดในชีวิตประจำวัน ผมเองเคยพบว่าเมื่อตัวเองเริ่มห่างหายจากการเล่นความสนุกในรูปแบบต่างๆ เช่น ต่อเลโก้ เล่นบอร์ดเกม หรือแม้แต่เต้นรำบ้าๆ ในห้องน้ำ ความเครียดและความซึมเศร้าก็เริ่มเข้ามาเยือนมากขึ้น Adult Play หรือ "การเล่นในวัยผู้ใหญ่" จึงเป็นคำตอบสำคัญในการรีชาร์จพลังสมองและหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียนรู้ที่จะปลดปล่อยตัวเองจากภาพลักษณ์ที่ต้องจริงจังเสมอไป สามารถแบ่งรูปแบบการเล่นออกเป็น 5 แบบหลักๆ ได้แก่ 1. สายลุย (Rough-and-Tumble) เช่น กีฬาแข่งขันหรือกิจกรรมผจญภัยที่ทำให้หัวใจเต้นแรง 2. สายมีกติกา (Ritual Play) อย่างบอร์ดเกมที่ช่วยฝึกทักษะการวางแผนและการสื่อสาร 3. สายจินตนาการ (Imaginative Play) เช่น งานศิลปะ การเขียน หรือการแต่งนิยาย ที่เติมเต็มความคิดสร้างสรรค์ 4. สายยืดหยุ่น (Body Play) เช่น โยคะ เต้นรำ หรือการทำท่าทางปลดปล่อยความเครียด 5. สายสร้างสรรค์ของใช้ (Object Play) เช่น ต่อเลโก้ ประดิษฐ์ของตกแต่งบ้าน ผมแนะนำให้ลองหากิจกรรมที่ตรงกับความชอบพื้นฐานของคุณตั้งแต่ยังเด็ก เพียงแค่เปิดใจยอมรับว่าการเล่นไม่ใช่เรื่องไร้สาระ แต่คือเวทีที่จะช่วยให้จิตใจเบิกบานและสมองปลอดโปร่งมากขึ้น อีกทั้งยังลดความเสี่ยงในการเกิดอาการหมดไฟหรือ Burnout ที่พบได้บ่อยในวัยทำงาน เครื่องมือหนึ่งที่ผมใช้คือการนึกย้อนกลับไปถึงกิจกรรมเล่นที่ทำให้เรามีความสุขในวัยเด็ก แล้วนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การต่อเลโก้ที่ช่วยฝึกสมาธิ หรือนัดเพื่อนมาเล่นบอร์ดเกมสัปดาห์ละครั้ง เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแค่สร้างความสนุก แต่ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์และเติมพลังบวก สุดท้ายอย่าลืมอนุญาตให้ตัวเองได้ "เล่น" อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร เพราะการเล่นคือการส่งเสริมสุขภาพจิตอย่างหนึ่งที่ดีที่สุด และย้อนกลับไปยังคำกล่าวของ George Bernard Shaw ที่ว่า "เราไม่ได้หยุดเล่นเพราะเราแก่ลง แต่เราแก่ลงเพราะเราหยุดเล่นต่างหาก"