ประสบการณ์จิตอาสาข้างเตียง
แชร์ประสบการณ์การทำงานจิตอาสาที่ผมเข้าไปทำจะเป็นของมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา โครงการจิตอาสาผู้ป่วยข้างเตียงนี้จัดขึ้นเพื่อจัดอบรมและให้จิตอาสาเข้าไปพูดคุยและรับฟังผู้ป่วยที่มารักษาตัวด้วยโรคและอาการต่างๆที่ สถาบันประสาทวิทยาและโรงพยาบาลราชวิถี 🩺🏥👩⚕️👨⚕️
จุดเริ่มต้น📍สนใจเป็นจิตอาสาที่นี้เพราะประสบการณ์ส่วนตัวของตัวเองที่คุณพ่อป่ วยด้วยโรคมะเร็ง
หลักของการเป็นจิตอาสา 🗣 ที่มูลนิธิมีการจัดปฐมนิเทศเพื่ออบรมหลักการทำงานและข้อปฏิบัติการทำงานของจิตอาสาให้
เวลาการทำงาน 📍อาทิตย์ละ 1 วันช่วง 13:00 - 16:30 ของผมเลือกทำเป็นวันพฤหัส ระยะเวลา 3 เดือน
รายละเอียดการทำงาน 📍
เข้ารับฟังบรีฟจากทีมพยาบาลเพื่อทราบข้อมูลเบื้องต้นของผู้ป่วยและสิ่งที่ทีมพยาบาลต้องการจากจิตอาสา, ในการพูดคุยกับผู้ป่วยในสถานการณ์จริงเป็นไปได้หลายอย่าง ยกตัวอย่างเคสผม ผ่านการพูดกับผู้ป่วยทั้ง อายุน้อยสุด 29ปี และสูงสุด 80 ปี
หน้างานจริงเราจะต้องทำการพูดคุยรับฟังอย่างไม่ตัดสินและตัดอารมณ์ส่วนตัวออกไป เพื่อให้รู้ถึงความกังวลใจและความต้องการของผู้ป่วย บางคนห่วงลูก ซึมเศร้า ห่วงบ้าน หรือกลัวเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษา
หลังจากนั้นจึงขอลาผู้ป่วยและทำการเขียนสรุปในหนังสือพร้อมกับแชร์ข้อมูลกับทีมพยาบาลให้รับทราบ
ภาพรวม 🤔🗣
การได้ทำจิตอาสาที่นี้เป็นการเปิดโลกว่าประเทศไทยยังมีโครงการดีๆที่ให้คนทั่วไปเข้ามาทำความดีและแบ่งปันน้ำใจและเวลาอีกมากมาย พี่ๆหลายคน มีทั้งเกษียณ สาวโสด ธุรกิจส่วนตัว อาจารย์ ที่เสียสละมาร่วมกันเป็นจิตอาสาที่นี้ รวมถึงได้เข้าใจว่าการรักษาของประเทศไทยในด้านระบบประสาทเนี่ยเป็นอันดับต้นๆของโลกเลย แต่ก็อีกมุมนึงก็เห็นใจที่หลายๆคนต้องเกิดเจ็บป่วยทั้งที่อายุยังน้อย
#รีวิวจิตอาสา #จิตอาสาโรงพยาบาล #มูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา #งานจิตอาสา #lemon8ไดอารี่
การเป็นจิตอาสากับมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกาไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเดียว แต่ยังเป็นโอกาสที่ทำให้เราเข้าใจความเจ็บป่วย และความท้าทายของชีวิตในมุมที่ลึกซึ้งกว่าเดิม ผมได้พบว่าการรับฟังอย่างไม่ตัดสินช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกได้รับการยอมรับและปลอดภัยมากขึ้น การอบรมเบื้องต้นช่วยให้เราเตรียมตัวสำหรับบทบาทและปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเรียนรู้วิธีจัดการกับอารมณ์ส่วนตัวเพื่อให้สามารถอยู่กับผู้ป่วยได้อย่างมีสมาธิ และเข้าใจความรู้สึกของเขาอย่างแท้จริง จากประสบการณ์ผมเอง เห็นว่าสังคมไทยมีโครงการจิตอาสาที่เข้มแข็งและเปิดให้คนทุกวัยเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นผู้เกษียณ อายุงาน หรือนักศึกษา ทุกคนล้วนมีบทบาทสำคัญในการแบ่งปันความรู้สึกและพลังงานบวกต่อผู้ป่วย นอกจากนี้ยังได้สร้างมิตรภาพและเครือข่ายที่ช่วยส่งเสริมความสุขทางใจให้กับตนเองด้วย ภาพบรรยากาศการทำงานที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและการสื่อสารที่ดีระหว่างอาสาสมัคร ทำให้ผมรู้สึกว่าการทำจิตอาสาเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าสำหรับการเรียนรู้ ไม่ใช่แค่สำหรับผู้ป่วย แต่ยังสำหรับตัวเราเองด้วย ผมขอเชิญชวนทุกคนที่สนใจและมีความปรารถนาดี อย่าลังเลที่จะเข้าร่วมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อความรักและกำลังใจผ่านการเป็นจิตอาสา เพราะนอกจากเราจะได้ช่วยผู้อื่น เรายังได้รับสิ่งดีๆ กลับมาอย่างไม่คาดคิดด้วย



ชื่นชมค่ะ