หน่วยก้านนักกีฬา พอจะได้ยังคะจะจบคอร์สแล้ว ร้องไห้เก่ง บอกให้ไปเรียนร้องเพลงจะไปเรียนแบด เพราะอยากเจอป้าๆที่สนาม วัตถุประสงค์อยากมีเพื่อนฟิลสาวๆ555555 โอเค ขาจะขวิดกันอยู่แล้ว ท่าได้ แต่ตีโดนไหม อีกเรื่อง #เรียนแบดมินตัน #ตีแบด #ตีแบดมินตัน #นักแบดตัวน้อย
หลายคนถามเรื่อง “หน่วยก้าน” ว่าดูยังไงถึงจะรู้ว่าเด็กเหมาะกับกีฬา/แบดมินตัน เราเองก็เพิ่งพาลูกวัยประมาณ 5 ขวบไปเรียนเหมือนกัน เลยสรุปสิ่งที่สังเกตได้แบบบ้านๆ เผื่อเป็นไอเดียค่ะ 1) หน่วยก้านไม่ได้แปลว่าต้องตัวใหญ่ ตอนแรกเราก็แอบคิดว่าเด็กจะต้องแข็งแรง ไหล่กว้าง ขายาวถึงจะตีได้ แต่จริงๆ “หน่วยก้าน” ในมุมแม่คือความคล่องตัว การทรงตัว และความกล้าขยับมากกว่า เด็กตัวไม่ใหญ่ก็เล่นได้ ถ้าวิ่งแล้วไม่ล้มง่ายๆ หยุด-เปลี่ยนทิศได้ และไม่กลัวลูกแบดลอยมาใกล้หน้า 2) สังเกตท่าทางพื้นฐานก่อนเรื่องตีโดน โค้ชจะพาดู 3 อย่างหลักๆ คือ - ท่ายืนพร้อม (ย่อเข่าเบาๆ น้ำหนักลงปลายเท้า) - การก้าวเท้า/วิ่งรับลูก (วิ่งแล้วไม่กอดแร็กเก็ตแน่นเกิน) - การเหวี่ยงแขน (ไม่ต้องแรง แต่ต้องต่อเนื่อง) ถ้าเด็กทำ 3 อย่างนี้ได้ ต่อให้ยังตีไม่โดนบ่อย ก็ถือว่าหน่วยก้านมาดีแล้วค่ะ เพราะท่าจะพัฒนาไวกว่า 3) ตีไม่โดนบ่อยเป็นเรื่องปกติของเด็กเล็ก ช่วงแรกๆ ลูกเราตีโดนบ้างไม่โดนบ้างมากๆ เพราะ “การกะระยะ” ยังไม่แม่น และแขน-ตายังประสานกันไม่ทัน วิธีที่ช่วยคือให้เริ่มจากลูกช้าๆ ระยะใกล้ๆ แล้วค่อยถอย ระหว่างซ้อมให้ชมสิ่งที่เขาทำได้ เช่น “ยืนพร้อมสวยมาก” มากกว่าชมว่า “ตีโดนเก่ง” เด็กจะไม่กดดัน 4) ร้องไห้/งอแง: แก้ที่จังหวะและเป้าหมาย ถ้าร้องไห้บ่อย ลองเช็กว่าเหนื่อยเกินไหม หิวไหม หรือรู้สึกว่าถูกเปรียบเทียบกับคนอื่น เราใช้วิธีตั้งเป้าเล็กๆ เช่น “วันนี้ขอให้ตีโดน 3 ครั้งก็พอ” หรือ “วันนี้ขอให้ยืนพร้อมทุกครั้ง” พอมีเป้าชัด เด็กจะรู้สึกว่าทำสำเร็จได้จริง 5) เรื่องอุปกรณ์ก็มีผลกับหน่วยก้านเหมือนกัน เด็ก 5 ขวบควรใช้แร็กเก็ตเบา จับถนัดมือ ถ้าแร็กหนัก เด็กจะเกร็งไหล่และร้องไห้ง่ายเพราะเมื่อยเร็ว (ถ้ามีแบรนด์ที่ถูกใจอย่าง YONEX ก็เลือกได้ แต่เน้น “เบาและจับถนัด” ก่อน) รองเท้าให้พื้นกันลื่นและพอดีเท้า จะช่วยเรื่องทรงตัวมาก 6) แรงจูงใจสำคัญกว่า: อยากไปเพราะสนุกและมีเพื่อน บ้านเราก็เป็นแนว “อยากไปสนามเพราะเจอคน” เหมือนกันค่ะ ถ้าเด็กมีเพื่อนหรือรู้สึกว่าที่สนามเป็นที่ปลอดภัย เขาจะอยากไปเอง ต่อให้ท่ายังไม่เป๊ะก็ไม่เป็นไร ความสม่ำเสมอชนะทุกอย่าง สรุปคือ “หน่วยก้าน” ของเด็กที่เรียนแบดมินตันไม่ได้วัดจากตีแรงอย่างเดียว แต่วัดจากความคล่องตัว ความกล้าขยับ และความสนุกที่ทำให้ไปเรียนต่อเนื่องได้ ใกล้จบคอร์สแล้วถ้าเห็นว่าท่าดีขึ้นนิดนึง กล้ารับลูกมากขึ้น และงอแงน้อยลง นั่นคือมาไกลมากแล้วค่ะ















