Automatically translated.View original post

"Salaries go up every year... but why isn't there a savings yet?"

"Salaries go up every year... but why isn't there a savings yet?"

Your salary goes up every year, right?

But why the account keeps

Still the same... or worse?

Many people think

"If income increases, life will improve."

The truth is,

Increased revenue. More money left.

Things add faster than salary.

Is...

➡️ expenses

➡️ Standard of life.

➡️ the burden we accidentally created for ourselves.

At a salary of 25,000.

You can stay.

Enough 50,000.

Why still say it's not enough?

This is called

Lifestyle Inflation

Income grows, but expenditure grows faster.

And the most dangerous thing is not the absence of money.

But "habituation."

Used to use first

And hope to collect later

But "later."

Often never arrived.

If you stop working for three months today,

Can you stay?

Don't answer the gig

Answer yourself is enough

We'll talk about that tomorrow.

How to solve this game without torturing yourself

Salaries went up, but the savings didn't go up.

Are you seeing this?

# Financial planning

# Salary man

# Financial freedom

# Money management

# Gig told me

Type the word "true" if you ever feel like this.

2/18 Edited to

... Read moreหลายคนอาจเคยประสบปัญหาเดียวกับบทความนี้ คือแม้เงินเดือนจะขึ้นทุกปี แต่เงินเก็บกลับไม่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ปัญหานี้มีชื่อเรียกว่า "Lifestyle Inflation" หรือ "ภาวะการเพิ่มขึ้นของมาตรฐานชีวิต" ซึ่งหมายถึงสภาวะที่รายได้เพิ่มขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วกว่า ทำให้สุดท้ายเงินที่เหลือสำหรับเก็บหรือการลงทุนยังน้อยหรือแทบไม่มีเลย จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของหลายคน รวมถึงตัวเอง ความเคยชินกับการใช้เงินก่อนแล้วหวังว่าจะเก็บทีหลังเป็นสิ่งที่อันตรายมาก บางครั้งเราอาจเพิ่มค่าใช้จ่ายในการกินดื่ม เที่ยว หรือยกระดับการใช้ชีวิตโดยไม่ทันรู้ตัว เช่น เปลี่ยนจากรถเก่าเป็นรถใหม่ ซื้ออุปกรณ์ไฮเทค หรือใช้จ่ายฟุ่มเฟือยกับของแบรนด์ ทำให้เมื่อรายได้เพิ่มขึ้น ความรู้สึกว่าต้องใช้ชีวิตที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ก็ดันขยายตามไปด้วย หนึ่งในวิธีที่ช่วยจัดการกับ Lifestyle Inflation คือการสร้างวินัยทางการเงิน เริ่มจากการตั้งงบประมาณอย่างชัดเจน จำแนกค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและไม่จำเป็น และกำหนดสัดส่วนการออมเงินก่อนใช้จ่ายทุกเดือน เช่น ออมเงินอย่างน้อย 20-30% ของรายได้ นอกจากนี้ การตั้งเป้าหมายทางการเงิน เช่น เก็บเงินเพื่อซื้อบ้าน ลงทุนเพื่ออนาคต หรือเกษียณอย่างสุขสบาย จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้เราระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น คำถามสำคัญที่คุณควรถามตัวเองคือ เวลาที่ต้องหยุดทำงาน 3 เดือน เงินเก็บที่มีจะพอหรือไม่? การมีเงินสำรองฉุกเฉินประมาณ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือนเป็นสิ่งที่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยลดความกังวลและเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน ท้ายที่สุดแล้ว การวางแผนทางการเงินที่ดีคือการไม่ต้องทรมานตัวเอง แต่ให้เข้าใจธรรมชาติของรายได้และรายจ่าย ปรับพฤติกรรมอย่างชาญฉลาด และคอยตรวจสอบการใช้เงินอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เงินที่ได้มาสามารถสร้างความมั่นคงและอิสระทางการเงินอย่างแท้จริง