ยอดขายเกิน 1.8 ล้าน? พ่อค้าแม่ค้าต้องรู้สิ่งนี้! 📦

​ขายของออนไลน์จนออเดอร์ล้น

แต่ยังงงเรื่องภาษีอยู่หรือเปล่า?

กิ๊กสรุป 2 เรื่องใหญ่ที่พ่อค้าแม่ค้าต้องรู้

มาให้แล้วในโพสต์เดียวค่ะ! ✨

หลายคนถามกิ๊กบ่อยมากว่า

"ขายของออนไลน์ต้องเสียภาษีแบบไหน?"

กิ๊กบอกเลยว่าความรู้เรื่องนี้

คือเกราะป้องกันกำไรของเราค่ะ! 🛡️

​1. รายได้เราอยู่กลุ่มไหน? 🧐

​รายได้จากการขายของออนไลน์

จัดอยู่ในประเภท เงินได้ 40(8) ค่ะ

ซึ่งรวมถึง:

➡️ ​การขายของออนไลน์ทุกรูปแบบ

➡️ ​รายได้จากการขายสินค้าและบริการ

➡️ ​โดยคิดเสียภาษีแบบ อัตราก้าวหน้า นะคะ

​2. ตัวเลขมหัศจรรย์ "1.8 ล้าน" ที่ต้องระวัง! ⚠️

​เมื่อไหร่ที่ยอดขายเราเริ่มปัง

เรื่อง ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จะตามมาทันทีค่ะ

➡️ ​ใครต้องจด?: เมื่อมียอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี

กฎหมายบังคับให้จดทันทีค่ะ

➡️ ​จดตอนไหน?: ต้องติดต่อสรรพากรภายใน 30 วัน

นับจากวันที่ยอดขายเกินเกณฑ์

➡️ ​อัตรา VAT: ปกติจะอยู่ที่ 7% จากราคาขาย

➡️ ​ภาษีขาย (Output VAT): คือ 7% ที่เราเก็บจากลูกค้านั่นเอง

➡️ ​ภาษีซื้อ (Input VAT): คือ 7% ที่เราจ่ายไปตอนซื้อสินค้า

(ต้องมีใบกำกับภาษีที่ถูกต้องมาแสดงด้วยนะ!)

​✨ กิ๊กเล่าให้ฟังค่ะ

"การวางแผนภาษีตั้งแต่เนิ่นๆ

ช่วยให้ธุรกิจเราโตได้อย่างยั่งยืน

และคุ้มค่าที่สุดค่ะ

อย่ารอให้สรรพากรทักก่อนค่อยเริ่มทำนะคะ!" 😊

​พ่อค้าแม่ค้าคนไหนยอดใกล้แตะ 1.8 ล้าน

หรือมีคำถามเรื่องภาษีซื้อ-ภาษีขาย พิมพ์ "สนใจ"

หรือทิ้งคำถามไว้ได้เลยนะคะ

กิ๊กจะเข้ามาช่วยไขข้อข้องใจให้เองค่ะ! 👇💖

#กิ๊กเล่าให้ฟัง #ภาษีพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ #ขายของออนไลน์ #ภาษีมูลค่าเพิ่ม #VAT

3/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการทำธุรกิจออนไลน์ที่เติบโตจนยอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ เพราะไม่เพียงแต่รายได้จะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่เรื่องภาษีก็กลายเป็นเรื่องที่ต้องให้ความใส่ใจมากขึ้นด้วย จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ทำธุรกิจขายของออนไลน์มาไม่นาน พบว่าการเข้าใจเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT นั้นไม่ใช่เรื่องยากถ้าเราเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมียอดขายเกินเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทต่อปี ตามกฎหมายต้องไปจดทะเบียน VAT กับกรมสรรพากรภายใน 30 วัน การดำเนินการตรงนี้ช่วยให้เราปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องและช่วยป้องกันปัญหาทางกฎหมายในอนาคต นอกจากเรื่องเวลาการจดทะเบียนแล้ว สิ่งสำคัญคือการเข้าใจหลักการของ VAT ว่าเราต้องเก็บ 7% จากลูกค้า ซึ่งเรียกว่า "ภาษีขาย (Output VAT)" และจะมี "ภาษีซื้อ (Input VAT)" ที่เราได้จ่ายไปตอนซื้อสินค้า แต่ต้องขอใบกำกับภาษีที่ถูกต้องเพื่อนำมาหักล้างกันได้ อีกทั้งการวางแผนภาษีล่วงหน้าจะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างยั่งยืน ลดความเสี่ยงการโดนตรวจภาษี และยังช่วยให้บริหารจัดการเงินสดของธุรกิจได้ดีขึ้น โดยควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญภาษีหรือเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรเพื่อคำแนะนำที่เหมาะสมกับธุรกิจของตัวเอง สรุปแล้ว การรู้จักและวางแผนเรื่องภาษีตั้งแต่เนิ่นๆ นอกจากจะทำให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณมั่นคงแล้ว ยังช่วยปกป้องกำไรที่ได้มาอย่างหนักอีกด้วย ลองเริ่มศึกษาข้อมูลภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณอย่างละเอียดและเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวสู่การเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่ประสบความสำเร็จอย่างถูกกฎหมายและยั่งยืน

ค้นหา ·
พ่อค้าแม่ค้า