Automatically translated.View original post

Share the technique of buying "olive oil" of people wanting to take care of themselves.

3/23 Edited to

... Read moreหลังจากลองใช้น้ำมันมะกอกอยู่พักใหญ่ เราว่าคนส่วนใหญ่ “พลาด” เพราะซื้อถูกชนิดแต่ใช้ผิดเมนู เลยได้ทั้งกลิ่นแรงเกิน/ควันขึ้นไว/เสียของแพงไปเฉย ๆ เลยขอสรุปแบบที่เราใช้จริงให้เลือกง่ายขึ้น โดยอิงจากสิ่งที่คนค้นบ่อยเรื่อง “ประโยชน์ของน้ำมันมะกอก” และ “น้ำมันมะกอกทำอาหาร” 1) ประโยชน์ของน้ำมันมะกอก (แบบเข้าใจง่าย) - ไขมันดีเป็นหลัก (โดยเฉพาะกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว) ช่วยให้มื้ออาหารอิ่มนาน และเหมาะกับสายดูแลหุ่นถ้าใช้ในปริมาณพอดี - ชนิด Extra Virgin/Organic Extra Virgin มักมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่า เพราะเป็น “สกัดเย็น” และไม่ผ่านการปรับแต่งหนัก ๆ กลิ่น/รสจะชัดกว่า - ใช้แทนน้ำมันบางประเภทในเมนูคลีนได้ดี เช่น ราดสลัด คลุกอกไก่ ผสมซอส หรือจิ้มขนมปัง 2) เลือกให้ถูกชนิด = ใช้ถูกเมนู - Organic Extra Virgin Olive Oil: ถ้าชอบสายธรรมชาติ เน้นกินสด/ราด/คลุก เราชอบสุด กลิ่นหอมและรสชัด แต่ไม่เหมาะกับการผัดไฟแรง ๆ เพราะความร้อนสูงทำให้กลิ่นเปลี่ยนและคุณค่าบางส่วนลดลง - Extra Virgin Olive Oil (Rich Taste): ยังเป็นสกัดเย็นแต่ไม่จำเป็นต้องออร์แกนิก รส/กลิ่นเด่น เหมาะทำเมนูคลีนแบบไม่ต้องใช้ไฟหนัก เช่น ราดผัก ยำ คลุกพาสต้า หรือทำดิป - Olive Oil (Extra Light Taste): ผ่านการ refine กลิ่นเบา ทนความร้อนได้ดีกว่า เหมาะผัด/ทอดแบบบ้าน ๆ ตอนเราอยากผัดผักไฟกลาง-ค่อนสูง หรือทำไข่เจียวที่ไม่อยากให้กลิ่นน้ำมันมะกอกนำ แต่ข้อแลกเปลี่ยนคือสารอาหารน้อยกว่าสองแบบแรก 3) เช็กลิสต์ตอนซื้อ (ใช้ได้กับหลายแบรนด์ รวมถึง Bertolli Extra Virgin Olive Oil ในไทย) - ดูคำว่า “Extra Virgin” และคำอธิบายแนวสกัดเย็น (cold pressed/first cold press) ถ้าตั้งใจใช้ราดสลัด - ดูบรรจุภัณฑ์: ขวดแก้วสีเข้มหรือกระป๋องจะช่วยกันแสงได้ดีกว่า (แสงทำให้น้ำมันเสื่อมง่าย) - ดูวันผลิต/หมดอายุ: เลือกที่ใหม่ที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะน้ำมันมะกอกหอมและรสดีตอนยังสด - เลือก “รสเข้ม vs รสเบา” ให้เข้ากับเมนู: ถ้าเพิ่งเริ่ม แนะนำเริ่มจาก Extra Light หรือ Extra Virgin ที่เขียนว่า taste นุ่ม ๆ ก่อน 4) ทริคการใช้ให้คุ้มและไม่พัง - เมนูราดสลัด/กินสด: ใช้ Extra Virgin/Organic Extra Virgin จะได้ทั้งกลิ่นและความฟิน - เมนูผัด: ถ้าจำเป็นต้องใช้ไฟแรง เลือก Extra Light จะสบายใจกว่า (ควันน้อย กลิ่นไม่แรง) - เก็บรักษา: ปิดฝาให้แน่น เก็บในที่มืด ไม่วางข้างเตา เพราะความร้อนทำให้เหม็นหืนเร็ว สรุปของเรา: ถ้าโฟกัส “ประโยชน์” และความหอม ให้เลือก Extra Virgin (หรือ Organic Extra Virgin) สำหรับราด/คลุก/กินสด แต่ถ้าโฟกัส “ทำอาหารผัดทอด” ให้เลือก Olive Oil แบบ Extra Light Taste จะเหมาะกว่า และซื้อแบรนด์ที่ไว้ใจได้ในไทยอย่าง Bertolli ก็ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องคุณภาพได้เยอะ