Automatically translated.View original post

Mama, once in a while, eat it. Cull it. Sodium can be obtained.

6/2 Edited to

... Read moreถ้าถามว่า “มาม่าลดน้ำหนักได้ไหม” สำหรับเรา คำตอบคือ “กินได้ แต่ต้องรู้วิธีกิน” เพราะบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปส่วนใหญ่โซเดียมสูง และคาร์บ/แคลฯ ก็มาเต็ม ถ้ากินแบบเดิมๆ (ใส่ผงทั้งซอง+ซดน้ำ) โอกาสบวมน้ำและหิวไวจะสูงมาก เราเลยใช้หลัก “กินเพื่อแก้อยาก” แบบที่ทำอยู่ คือเดือนละ 1 ครั้ง หรือห่างกว่านั้น และเลือกสูตรลดโซเดียมเป็นหลัก จากที่ลองส่องฉลาก/ตัวเลขบนซอง สูตรลดโซเดียมที่เจอบ่อยๆ จะอยู่ประมาณ 980–1,170 มก. ต่อซอง (บางรสลดโซเดียม 32–43% แต่ก็ยังถือว่าสูงอยู่) ถ้าจะให้เหมาะกับช่วงคุมหุ่น เราจะทำ 3 อย่างนี้ประจำ: 1) ใส่เครื่องปรุง “ครึ่งซองก่อน” แล้วชิมค่อยเพิ่ม ลดโซเดียมได้ทันที 2) ไม่ซดน้ำซุป หรือถ้าชอบแบบน้ำ ให้เติมน้ำเยอะขึ้นและปรุงเองเพิ่มด้วยพริก มะนาว ต้นหอม แทนการใส่ผงทั้งหมด 3) เพิ่มโปรตีน+ผัก เช่น ไข่ต้ม อกไก่ ทูน่าในน้ำแร่ เห็ด ผักกาดขาว ช่วยให้อิ่มนานกว่า กินมาม่าเปล่าๆ อีกคำถามที่คนค้นเยอะคือ “มาม่าดิบกินได้ไหม” กินได้ในแง่ความปลอดภัยเพราะเป็นเส้นที่ผ่านการทำให้สุก/ทอดมาก่อน แต่ส่วนตัวไม่แนะนำให้กินดิบเป็นประจำ เพราะมักเคี้ยวเพลิน กินปริมาณเยอะโดยไม่รู้ตัว และยังได้โซเดียมจากผงปรุงเหมือนเดิม (ยิ่งถ้าคลุกผงเต็มๆ คือโซเดียมพุ่งเหมือนกัน) ถ้าอยากกรุบๆ จริงๆ เราจะหักครึ่งก้อน แบ่งกินนิดเดียว และเลี่ยงการใส่ผงทั้งซอง ถ้าตั้งใจจะให้ “ไม่หลุด” ในวันกินมาม่า เรามีทริคง่ายๆ คือจัดมาม่าเป็นมื้อเดียว แล้วมื้ออื่นเน้นจืด/ผัก/โปรตีน เพิ่มน้ำเปล่าทั้งวัน และวันถัดไปกลับมากินปกติ ไม่ต้องรู้สึกผิดเกินไป เพราะยิ่งเครียด ยิ่งอยากของเค็มรอบใหม่ สรุป: บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่ใช่อาหารลดน้ำหนักโดยตรง แต่ถ้าคุมความถี่ เลือกสูตรลดโซเดียม (ประมาณ 980–1,170 มก.) ใส่เครื่องปรุงน้อยลง เพิ่มผักและโปรตีน ก็เป็น “มื้อแก้อยาก” ที่ยังพออยู่ในกรอบได้ค่ะ