Automatically translated.View original post

For diabetics, fruit can be eaten.

For diabetics, fruit can be eaten, but must choose a type with not very high sugar (low-medium GI) and should be taken in the right amount. 🍎

✅ Fruit suitable for diabetics

Apple - High fiber, good sugar control

Guava - Low sugar. Keeps it full for a long time.

Berry (Blueberry, Strawberry, Raspberry) - Antioxidant Rich, Low Sugar

Orange - High Vitamin C, Sugar Control

Chompoo - Low Sugar, Keep It Fresh

Pear - High Fiber, Not High Sugar

Dragon Glass - Little Sugar, Easy to Digest

Avocado - High Good Fat, Very Low Sugar

Cherry - Low GI. Safe to Sugar Level

Lemon / Lemon - Enhances flavor, slows sugar absorption

⚠️ should avoid

Durian

Longan

Ripe mango

Grape

The jackfruit.

(Because they are very high in sugar, they can cause sugar to rush)

👉 Tip: Eat fruit gradually (about 6-8 pieces words / meal), do not eat with high-carbohydrate foods, and should eat both fruit rather than juice.# ChatGPT # Gimini # AI makes money # Let's feed # Let's feed up the vocals# Trending today # creatorsearchinsights # Follow, follow back # creatorsearchinsights # New Learn to make clips # Slides make money

2025/8/20 Edited to

... Read moreถ้าเป็นเบาหวานแล้วอยากกินผลไม้ “กินได้” แต่จุดที่ทำให้หลายคนคุมน้ำตาลยากคือ 1) ปริมาณ 2) จังหวะเวลาที่กิน และ 3) เลือกชนิดที่น้ำตาลสูงเกินไปค่ะ เลยขอแชร์วิธีที่ฉันใช้เช็กแบบง่าย ๆ ให้ทำตามได้จริงในชีวิตประจำวัน 1) เช็กปริมาณแบบไม่ต้องชั่ง หลายคนได้ยินคำว่าให้กินน้อย ๆ แต่ไม่รู้ว่าน้อยแค่ไหน ฉันใช้หลัก “ผลไม้ 1 ส่วน” ต่อครั้ง แล้วเว้นช่วง ไม่กินเพลินทั้งถุง - ผลไม้ชิ้นกลาง ๆ เช่น แอปเปิ้ล/ลูกแพร์: ประมาณครึ่ง–1 ผล (แล้วแต่ขนาด) - ฝรั่ง/ชมพู่: กะให้พอดีคำ ไม่จิ้มพริกเกลือเยอะ (น้ำตาล/โซเดียมแอบสูง) - เบอร์รี่: 1 กำมือเล็ก ๆ - แก้วมังกร: 1 ถ้วยเล็ก - เชอร์รี่: ประมาณ 8–10 ผล - มะนาว/เลมอน: ใช้บีบใส่น้ำ/อาหารเพื่อเพิ่มรสชาติ มากกว่ากินเป็นชิ้น - อะโวคาโด: ครึ่งผลก็อยู่ท้องแล้ว (ไขมันดีสูง แต่แคลอรี่ก็สูง) 2) กิน “ทั้งผล” ดีกว่าน้ำผลไม้ อันนี้ช่วยมาก เพราะไฟเบอร์ทำให้ดูดซึมน้ำตาลช้าลง น้ำผลไม้ถึงจะไม่เติมน้ำตาลก็ยังทำให้น้ำตาลขึ้นไวได้ แถมดื่มง่ายเลยเผลอได้ปริมาณเยอะค่ะ 3) จังหวะเวลาที่กินสำคัญพอ ๆ กับชนิดผลไม้ ถ้าจะกิน ให้เลี่ยงตอนท้องว่างหรือกินพร้อมมื้อที่คาร์บเยอะอยู่แล้ว (ข้าว/เส้น/ขนมปัง) ฉันชอบกินเป็นของว่างช่วงสายหรือบ่าย แล้วจับคู่กับโปรตีน/ไขมันดีเล็กน้อย เช่น โยเกิร์ตรสธรรมชาติไม่หวาน หรือถั่วไม่เคลือบน้ำตาล จะช่วยให้อิ่มและน้ำตาลไม่แกว่งมาก 4) ผลไม้ที่น้ำตาลสูงควรระวังเป็นพิเศษ กลุ่มที่มักทำให้น้ำตาลพุ่งเร็ว เช่น ทุเรียน ลำไย มะม่วงสุก องุ่น ขนุน ถ้าเลี่ยงได้จะคุมง่ายกว่า หรือถ้าจำเป็นต้องกินจริง ๆ ให้ลดปริมาณลงมาก ๆ และอย่ากินต่อเนื่องหลายวัน 5) คำถามที่คนค้นบ่อย: คนเป็นเบาหวานกินนมอะไรได้บ้าง? ถ้าเป็นสายดื่มนม ฉันแนะนำเลือก “ไม่หวาน/น้ำตาลต่ำ” และเช็กฉลากเสมอ - นมจืด/นมพร่องมันเนยแบบไม่เติมน้ำตาล - นมถั่วเหลืองสูตรไม่หวาน (ดูคาร์บต่อแก้ว) - โยเกิร์ตรสธรรมชาติ (เลี่ยงแบบผลไม้/น้ำเชื่อม) ทริคคือดู “คาร์โบไฮเดรตรวม” และ “น้ำตาล” ต่อ 1 หน่วยบริโภค อย่าเผลอเลือกสูตรธัญพืช/กลิ่นต่าง ๆ ที่หวานค่ะ 6) อีกคำถามที่เจอบ่อย: อาการคันจากเบาหวานเกี่ยวไหม? บางคนมีคันผิวแห้งหรือคันตามซอก เพราะน้ำตาลสูงทำให้ผิวแห้ง ติดเชื้อง่ายขึ้น หรือมีเชื้อราร่วมด้วย ถ้าคุมอาหารแล้วอาการยังเป็นบ่อย ๆ หรือมีผื่น/แผลหายช้า แนะนำปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงนะคะ สุดท้าย ถ้าอยากรู้ว่าผลไม้ชนิดไหน “เหมาะกับเรา” จริง ๆ ลองจดบันทึกน้ำตาลก่อน–หลังอาหาร/ของว่าง (ตามคำแนะนำแพทย์) จะเห็นแพทเทิร์นของตัวเองชัดขึ้นค่ะ