แกงกะทิเนื้อน่องลาย

🍲ชื่อเมนู: แกงกะทิเนื้อน่องลาย

🥦วัตถุดิบ: เนื้อน่องลายหันชิ้น, มะเขือเปาะ, มะเขือพวง ,พริกอ่อน, พริกชี้ฟ้าแดง, เครื่องแกง, ใบมะกรูด, ใบโหระพา, กะทิ, น้ำตาลมะพร้าว , น้ำปลา

🍳ขั้นตอนการทำ: ใส่กะทิผัดกับเครื่องแกง พอหอมใส่เนื้อน่องลายลงไปเคี่ยวสัก หลังจากนั้นใส่มะเขือเปราะมะเขือพวงพริกอ่อนลงไปแล้วค่อยค่อยเติมน้ำกะทิให้พอท่วม รมะเขือสุกซักหน่อยจากนั้นใส่ใบโหระพาปิดไฟพร้อมเสิร์ฟ

#แกงกะทิเนื้อน่องลาย

#ครัวรมณีย์

2/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังหา “แกงกะทิเนื้อ/แกงเผ็ดเนื้อน่องลาย” ที่ได้รสเข้มข้นแบบร้านข้าวแกง เราทำตามนี้แล้วเวิร์กมาก โดยเฉพาะเรื่องทำให้เนื้อน่องลายนุ่มและน้ำแกงไม่แตกมัน 1) เคล็ดลับเลือกและเตรียมเนื้อน่องลาย เนื้อน่องลายจะมีเอ็นแทรก ถ้าหั่นชิ้นหนาเกินไปจะเคี้ยวเหนียว แนะนำหั่นชิ้นพอดีคำ (ประมาณ 2–3 ซม.) แล้วล้างเร็วๆ ซับให้แห้งก่อนลงหม้อ จะช่วยให้ผัดกับเครื่องแกงแล้วหอม ไม่คายน้ำเยอะเกิน 2) ผัดเครื่องแกงกับกะทิให้ “แตกมันแบบพอดี” เราใช้กะทิหัวกะทิลงผัดก่อน (อย่ารีบใส่น้ำกะทิทีเดียว) ตั้งไฟกลางค่อนอ่อน ค่อยๆ ผัดเครื่องแกงจนหอมและมีมันกะทิลอยขึ้นเล็กน้อย ขั้นนี้เป็นหัวใจของแกงกะทิเนื้อ เพราะทำให้น้ำแกงเข้มข้นและกลิ่นเครื่องแกงชัด 3) เคี่ยวเนื้อน่องลายให้นุ่ม หลังผัดเครื่องแกงหอม ใส่เนื้อน่องลายลงผัดให้ผิวตึงก่อน แล้วค่อยเติมกะทิที่เหลือ/น้ำให้ท่วมเนื้อเล็กน้อย จากนั้น “เคี่ยวไฟอ่อน” จนเริ่มนุ่ม (ถ้ามีเวลาเคี่ยว 45–90 นาทีจะดีมาก) ระหว่างเคี่ยวอย่าให้เดือดพล่าน เพราะจะทำให้กะทิแตกและเนื้อกระด้าง 4) ใส่ผักให้ถูกจังหวะ (มะเขือเปราะ มะเขือพวง พริกอ่อน) มะเขือเปราะกับพริกอ่อนสุกง่าย ใส่ช่วงท้ายๆ ตอนเนื้อนุ่มแล้ว จะได้ผักไม่เละ มะเขือพวงใส่ตามได้เลยเพื่อเพิ่มความหอมขมปลายลิ้นนิดๆ แบบแกงเผ็ดไทยแท้ ถ้ากลัวมะเขือเปราะดำ แช่น้ำเกลือไว้ก่อนแล้วค่อยใส่ 5) ปรุงรสให้กลมกล่อมแบบแกงกะทิ แนวที่เราชอบคือหวานนิดเค็มนำ: น้ำปลา + น้ำตาลมะพร้าว ค่อยๆ ใส่และชิมทีละน้อย ถ้าเครื่องแกงเค็มอยู่แล้วให้ระวังน้ำปลา ส่วนใบมะกรูดฉีกใส่ระหว่างเคี่ยวจะหอมมาก 6) ปิดท้ายให้หอมสดด้วยใบโหระพา ใส่ใบโหระพาตอนปิดไฟหรือก่อนยกลงไม่นาน กลิ่นจะฟุ้งและสีสวย ไม่ช้ำ ถ้ามีพริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียงใส่เพิ่ม สีสวยและเผ็ดหอมขึ้นอีก เสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมจีนก็อร่อย ถ้าอยากให้เข้มข้นขึ้นอีกนิด ลองพักแกงไว้สัก 10–15 นาทีแล้วค่อยตักกิน รสจะ “เข้าที่” มากขึ้นแบบแกงหม้อใหญ่ที่เคี่ยวจนหอมเลยค่ะ