Automatically translated.View original post

ONE TO TWO 💚

3/8 Edited to

... Read moreใครที่เสิร์ชหา “เครื่องบดมัทฉะ” แล้วหลงเข้ามา บอกเลยว่าเวลาไปร้าน ONE TO TWO เราแอบโฟกัสอุปกรณ์หลังบาร์พอๆ กับเมนูเลย เพราะเห็นเครื่องบดหลายเครื่องวางเรียงอยู่ มันทำให้รู้สึกว่าเค้าใส่ใจเรื่องความสม่ำเสมอของผง (สายมัทฉะจะเข้าใจว่าละเอียด/เนียนแค่ไหน ส่งผลกับรสและความละมุนมาก) จากประสบการณ์เรา มัทฉะลาเต้ที่อร่อย “กลิ่นจะหอม เข้มแบบนุ่มๆ และไม่ฝาดโดด” ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ได้รสแบบนี้คือการเตรียมผงมัทฉะให้กระจายตัวดี ไม่จับเป็นก้อน เวลาเจอนมถึงจะเนียน—ไม่ว่าจะมาจากการร่อนผง การตีด้วยตะกร้อมือ หรือการใช้อุปกรณ์ช่วยอื่นๆ (บางร้านจะมีเครื่องมือ/เครื่องปั่นเล็กๆ หลังบาร์ให้เห็น) ถ้าคุณกำลังเลือกเครื่องบดมัทฉะไว้ใช้ที่บ้าน อยากแชร์เช็กลิสต์แบบคนชอบลองทำเอง: - ความละเอียดที่สม่ำเสมอ: มัทฉะเป็นผงละเอียดมากอยู่แล้ว ถ้าเครื่องบดทำให้ผงไม่เท่ากันจะเพิ่มความฝาดและทำให้เนื้อสัมผัสไม่เนียน - กลิ่นและความร้อน: เครื่องบดที่ทำให้ร้อนง่ายอาจดึงกลิ่นไหม้/ทำให้กลิ่นมัทฉะดรอป ควรเลือกแบบที่ควบคุมความร้อนได้ดี - ทำความสะอาดง่าย: ผงชาเกาะง่าย ถ้าล้างยากกลิ่นติดและรสเพี้ยน - ใช้ให้ถูกงาน: ถ้าคุณเน้น “มัทฉะลาเต้” ที่บ้าน จริงๆ การร่อน+ตีให้เข้ากับน้ำอุ่นก็สำคัญพอๆ กับเครื่องบด (เพราะมัทฉะแท้คุณภาพดีมักเป็นผงสำเร็จ ไม่ได้บดเองทุกครั้งเหมือนกาแฟ) ทริคเล็กๆ ให้ลาเต้เนียนแบบที่เรากินที่ร้าน: ร่อนมัทฉะก่อน 1 รอบ ใช้น้ำอุ่นนิดเดียวตีให้เป็นครีมเนียน แล้วค่อยเติมนม (นมเย็น/นมอุ่นได้ตามชอบ) จะได้รสละมุนขึ้นและไม่เป็นเม็ดๆ ส่วนใครจะไป ONE TO TWO แนะนำเผื่อเวลานิดนึงเพราะคนค่อนข้างเยอะ แต่ราคาเครื่องดื่มน่ารัก ไม่เกินร้อย และถ้าไม่ดื่มกาแฟแบบเรา มัทฉะลาเต้คือควรลองจริงๆ ครั้งหน้าของเรากะจะไปลองชาไทยต่อด้วย!