อารมณ์เหนือเหตุผล 🤯
เรื่องนี้ช่างดูน่าประหลาด แต่เป็นเรื่องจริง
มนุษย์ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของการสูญเสีย
มากกว่า รู้สึกได้
หยอกจะยกตัวอย่างหลายๆอันให้ดู
หากคุณเสียเงิน 1000 บาท คุณจะรู้สึก
เสียดาย เป็นอย่างมาก
และถ้าหากคุณได้ 1000 บาทคืน
คุณก็จะแค่ รู้สึกโอเค ที่ได้คืนมา
ถึงแม้จะได้คืนเท่าเดิมก็ตาม
แต่บางคนอาจจะรู้สึกดีใจมากๆก็ได้ท ี่ได้คืน
วัยรุ่นที่ได้เริ่มทำงานมาสัก 1-2 ปี ก็เริ่มนึกถึง
โบนัสของตัวเอง
โดยแต่ละคนก็จะ คาดหวัง ว่าปีนี้จะได้โบนัสเท่าไหร่
หากสมมุติคิดไว้ว่าจะได้สัก 60,000 บาท
แต่โบนัสที่ออกมาจริงๆกับได้แค่ 57,000 บาท
คุณก็จะรู้สึกไม่ดีที่ไม่ได้ตามที่หวัง
คุณก็จะนอยที่เห็นเพื่อนๆได้โบนัสตามที่คนอื่นหวังกัน
ลองกลับมาคิดดูดีๆนะว่า คุณได้เงินเพิ่ม
แต่ทำไมความรู้สึกของเรามันกลับมองว่า เราสูญเสีย?
_________________________
ผมจะให้คุณเลือกระหว่าง
ได้เงินฟรีๆไปเลย 10,000 บาท
กับ โยนหัวก้อย หากคุณได้หัว รับไปเลย 20,000 บาท
แต่หากโยนได้ก้อย คุณไม่ได้อะไรเลย
คุณจะเลือกอะไร?
อีกคำถามหนึ่ง
คุณต้องเสียเงินแน่ๆ 10,000 บาท
กับ โยนหัวก้อย หากคุณได้หัว คุณต้องเสีย 20,000
แต่หากโยนได้ก้อย คุณไม่ เสียอะไรเลย
คุณจะเลือกอะไร?
โดยคำถามแรก หยอกเชื่อว่าใครหลายๆคน
คงที่จะเลือก เงิน 10,000 บาทฟรีๆไปเลย
แทนที่จะเสี่ยงได้ 20,000 หรือ ไม่ได้อะไรเลย
เพราะ อารมณ์ ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง
เมื่อเราต้องตัดสินใจว่า ได้ชัวร์ๆ กับ ความเสี่ยง
คนส่วนใหญ่มักจะเลือก ได้ชัวร์ๆไว้ก่อน
กับคำถามที่สอง หยอกก็เชื่อว่า ใครหลายๆคน
ก็จะเลือกที่จะ เสี่ยงเสีย 20,000 บาท หรือ ไม่เสียอะไรเลย
แทนที่จะยอมเสีย 10,000 ไปเลย
เพราะในใจมันเหมือนได้รู้สึกว่า
ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว งั้นก็เสี่ยงไปเลยละกัน
มันก็คงเหมือน การพนัน
เรายอมเสี่ยง จากการเสียเงิน เพื่อให้ได้ทุนคืน
ทำให้อยากพนันต่อ อยากเดิมพันเงินที่ก้อนใหญ่กว่าเดิม
เพื่อกะว่าจะได้เงินก้อนใหญ่กลับมา
ถึงแม้จะต้องเสียมากกว่าเดิม
อารมณ์ที่ เกิดจาก ขาดการยับยั้งและการบังคับใจตัวเอง
_________________________
โดยสรุปแล้วว่า
เมื่อ ได้ จะกลัวความเสี่ยง
เมื่อ เสีย จะยอมเสี่ยง
โดยทฤษฎีนี้เขาเรียกว่า Prospect Theory
ผู้คนมักให้ค่าของการ สูญเสีย มากกว่า ได้
มาจาก แดเนียล คาห์นแมน (Daniel Kahneman)
และ เอมอส ทเวอร์สกี (Amos Tversky)
ทฤษฎี Loss Aversion ความรู้สึกของมนุษย์เมื่อสูญเสีย
นั้นจะรุนแรงกว่าความรู้สึกที่ได้รับเสมอ
เพราะการสูญเสียนั้นเจ็บปวด
มากกว่าความสุขที่ได้รับในจำนวนเท่ากัน
📍แล้วมันเกี่ยวข้องกับตัวเรายังไง?
ปัจจุบัน เราเก็บเงินไว้ที่ไหนกันหรอครับ
อัตราเงินเฟ้อโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 2-3 % หรือ มากกว่านั้น บัญชีออมทรัพย์ หรือ บัญชีที่เราเก็บเงินอยู่ทุกวัน
ให้ดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี?
หลายคนรู้ว่า การลงทุนจะให้ผลตอบ แทนที่มากกว่านั้นได้ แต่กลัวความผันผวนของตลาดหุ้น
อาจเกิดจากการตอบสนองข้อมูลเชิงลบ
ที่ว่ามีโอกาสขาดทุนถึง 20%-50%
หรือการถือหุ้นที่ตอนนี้กำลังขาดทุน ถึง 50%
แต่ไม่ยอมเลือกที่ทำใจตัดขาดทุน
เพราะกลัวที่จะเสียหุ้นตัวนี้ไป
นั้นจึงเป็นเหตุผลว่า
ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงตัดสินใจพลาดและไม่สมเหตุสมผล
นั้นก็เพราะว่า อารมณ์นั้นเหนือเหตุผลเสมอ
คุณสามารถขจัดความรู้สึกนี้ไปได้ง่ายๆ
เพื่อแค่นำสิ่งนี้ไปประยุกต์ใช้กับตัวคุณเอง
📍ถามตัวเองว่ากลัวอะไร ทำไมถึงกลัว?
📝 ลองเขียน หรือ พูดออกมา
การที่ได้ระบายออกมา มันช่วยทำให้เรารู้สึกดีขึ้น
รวมถึง เข้าใจความกลัวนั้นมากขึ้น ดีกว่าปล่อยใหัมันวนเวียนอยู่ในหัว
คุณต้องหยุด เอาความกลัวมาปิดกั้นอนาคตตัวเอง
มี สติ และ มองด้วยเหตุผลจริงๆ
มองภาพระยะยาว มากกว่า ปัจจุบัน
เปิดใจศึกษาหาความรู้ มนุษย์กลัวสิ่งที่ไม่รู้
วิธีการเอาชนะมันคุณแค่ หาความรู้เพิ่มเติม
#ติดเทรนด์ #เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม #lemon8ไดอารี่ #พัฒนาตัวเอง #จิตวิทยา
จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมพบว่าเรื่องของอารมณ์ที่เหนือเหตุผลนั้นส่วนใหญ่ส่งผลมากกับการตัดสินใจเงินๆ ทองๆ ในชีวิตจริง ยกตัวอย่างเวลาที่ต้องเลือกระหว่างได้เงินสดทันที 1000 บาท กับรออีก 3 เดือนเพื่อได้เงิน 1500 บาท หลายคนมักเลือกเงินสดไปเลย ทั้งที่ถ้าคำนวณผลตอบแทนแล้ว เงิน 1500 บาทหลัง 3 เดือนจะแสดงถึงผลตอบแทนที่สูงกว่ามาก นี่เป็นข้อพิสูจน์ของทฤษฎี Prospect Theory ที่มนุษย์กลัวการสูญเสียเกินกว่าที่ควร และชอบความแน่นอนมากกว่าความเสี่ยง แม้ผลตอบแทนจะมากกว่า นอกจากนี้ หลากหลายสถานการณ์ในชีวิตเราจะเห็นว่า เมื่อได้รับเงินก้อนหรือโบนัส แนวโน้มจะกลัวเสี่ยงเก็บเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยต่ำๆ แทนที่จะนำไปลงทุนต่อ เพราะอารมณ์กลัวขาดทุนส่งผลให้ผู้คนหลีกเลี่ยงความเสี่ยง แม้จะเสียโอกาสในการเติบโตของเงินทุนในระยะยาว ผมยังเคยเห็นผู้คนที่มีเงินลงทุนในหุ้นซึ่งตกลงมากกว่า 50% แต่ไม่กล้าตัดใจขาย เพราะกลัวเสียเงินก้อนนี้ไปทั้งหมด อารมณ์ที่อยากรอโอกาสเงินกลับมา ทำให้ติดหุ้นเสียมากกว่าเจ็บปวด และยังคงเสี่ยงต่อการสูญเสียมากขึ้นไปอีก นี่จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการที่อารมณ์ครอบงำเหตุผลจนส่งผลลบต่อสถานะทางการเงิน วิธีที่ผมใช้จัดการอารมณ์นี้ คือ การถามตัวเองว่ากลัวอะไรและทำไม ถึงเขียนความคิดและความรู้สึกออกมาหรือพูดคุยกับคนใกล้ชิด เพื่อให้ความกลัวถูกแปรเปลี่ยนเป็นข้อเท็จจริงและความรู้ ช่วยลดความวิตกกังวลและทำให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น สุดท้าย ต้องยอมรับว่า อารมณ์เหนือเหตุผลเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ แต่ถ้าเราเรียนรู้ทำความเข้าใจทฤษฎีเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม รวมถึงเรียนรู้และสังเกตตัวเองอย่างต่อเนื่อง เราจะสามารถตัดสินใจทางการเงินได้อย่างมีสติ และใช้เหตุผลควบคู่กับอารมณ์อย่างสมดุลเพื่อนำไปสู่เป้าหมายทางการเงินที่ยั่งยืนในระยะยาวได้อย่างแท้จริง
