Dove scrub เพิ่มตัวหอมแต่ละสูตร

**โนสปอน** ใครที่อาบน้ำแล้วกลิ่นต้วไม่ค่อยหอม ลองขัดตัวดูยัง❓เพราะคราบมัน คราบเมือก ขี้ไคลคือตัวการสำคัญที่อุดรูขุมขนทำให้ผิวเราไม่ได้ส่งกลิ่นได้เต็มที่❗️

.

.

และนี้Dove ออกตัวเป็น scrub ที่น่าใช้มากที่สุดและดัง เพราะเนื้อมูสเขาเหมือนไอศครีมมากกกก🍦 ซึ่งตอนออกมาแรกๆเก๋ลองสีชมพูกลิ่นทับทิมมาใช้ก่อนเลย เพราะชอบขัดตัวอยู่แล้ว พอสูตรอื่นๆออกมาก็เลยไว้ใจจะตำต่อ

.

.

1.กลิ่นทับทิม(pomegranate) ตัวนี้กลิ่นหอมหวาน น่ารักมากกกก เนื้อมูสละเอียดถูสบายผิว เหมาะกับวันสบายๆ ออกงานที่ไม่ทางการ🌸 ให้ฟีลผู้หญิงอ่อนหวาน น่ารัก คุณหนู

.

.

2.กลิ่นมะนาวเบอร์รี่(lime berry) ตัวนี้สดชื่นมากก❗️❗️ กลิ่นสะอาด ขัดแล้วรู้สึกสบายตัว สดชื่นเหมาะกับวันที่กินหมาล่า หมูทะ ชาบูที่กลิ่นเหม็นจะติดลงผิว หรือวันที่ออกกำลังกาย เหมือนเพิ่มenergy ให้ด้วย🍋‍🟩 (มีผลัดเซลล์ผิวพวกวิตามินc)

.

.

3.กลิ่นน้ำตาลและมะพร้าว (sugar&coconut) ถ้าใครชอบวานิลลาตัวนี้คือต้องตำสุดๆ❗️ เพราะเพิ่มความหอมของมะพร้าวไปมันยิ่งนัวติดจมูก สำหรับเก๋ที่ไม่ค่อยชอบวานิลลาเพราะมันเลี่ยน แต่ตัวนี้โอเคเลย เหมาะกับวันที่ต้องการความ glam ลักชู ออกงาน หรือโอกาสสำคัญๆ และฉีดน้ำหอมทับบอกเลย ยิ่งจะหอม🥥(เม็ดใหญ่ ถูไม่ต้องแรง) มีผลัดเซลล์ผิวด้วยAHA

.

.

2 กลิ่นแรกเม็ดสครับจะเหมือนกัน แตกต่างกันที่ตัวเม็ดตามสูตร ส่วนsugar&coconutจะเม็ดใหญ่ เหมาะกับขัดผิวหยาบกร้าน หรือคราบไคลที่หนักๆ

.

.

ข้อดีที่โคตรจะชอบ✅

1.เนื้อสครับสบายผิว ไม่แสบ

2.กลิ่นหอม

3.ผิวชุ่มชื้น ไม่แห้ง

4.มีวิตามินช่วยดูแลผิวอีกขั้น

.

.

ข้อเสียคือยังไม่มีเพราะชอบ😍 ใช้ตลอดจนจะหมดปุก และใช้ทุกสูตรตามวาระที่มาแชร์เพื่อนๆ ใช้ได้นานมากกก

#สครับdove #โดฟสครับ #สครับขัดผิว #สครับกลิ่นหอม #dovebodyscrub

2025/12/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนเสิร์ชหา “Dove body scrub Thailand / Dove scrub Thailand” แล้วลังเลว่าของไทยต่างจากที่เห็นรีวิวต่างประเทศไหม หรือกลัวซื้อผิดแพ็กเกจ เรารวมทริคดู “แพ็กเกจจิ้ง” + วิธีเลือกสูตรให้เหมาะกับผิว/โอกาสไว้ให้ค่ะ (จากที่เราใช้เองจริง) วิธีดูแพ็กเกจ Dove Body Scrub ที่เจอบ่อยในไทย - โดยมากจะเป็นกระปุกฝาหมุน (เปิด-ปิดง่ายในห้องน้ำ) ฉลากหน้ากระปุกจะระบุชื่อกลิ่น/สูตรชัดเจน เช่น Pomegranate, Lime Berry, Sugar & Coconut - ถ้าได้กระปุกมาใหม่ แนะนำเช็กซีล/ฝาปิดให้แน่น และดูวันผลิต-หมดอายุที่ก้นหรือข้างกระปุก (ช่วยให้มั่นใจว่าไม่ค้างสต็อก) - เวลาเจอหลายล็อตในร้าน ลองเลือกกระปุกที่ฉลากไม่ยับ ไม่รั่วซึม เพราะสครับเป็นเนื้อมูส ถ้าฝาไม่แน่นอาจแห้งหรือกลิ่นเพี้ยนได้ เนื้อสครับต่างกันยังไง (ให้เลือกได้แม่นขึ้น) จากที่ปาดเทียบกันบนผิว จะเห็นชัดว่า 2 สูตรแรก “เม็ดละเอียด” คือ - ทับทิม + มะนาวเบอร์รี่: เม็ดสครับค่อนข้างเล็ก ละเอียด ถูง่าย เหมาะกับคนผิวค่อนข้างบางหรือเพิ่งเริ่มขัดตัว และเหมาะกับวันที่อยากได้ฟีลผิวลื่นๆ แบบไม่ต้องลงแรง ส่วน - น้ำตาลมะพร้าว: เม็ดจะ “ใหญ่กว่า” ชัดเจน เหมาะกับบริเวณที่หยาบกร้าน เช่น ข้อศอก เข่า ตาตุ่ม หรือวันที่รู้สึกว่ามีคราบไคลแน่นๆ แต่เราจะใช้มือเบาลงนิดนึงเพื่อไม่ให้ถูแรงเกิน เลือกกลิ่น/สูตรให้เข้ากับสถานการณ์ (อิงจากการใช้งานจริง) - ถ้าต้องออกไปเจอคน อยากได้กลิ่นหวานนุ่มๆ: ทับทิมจะให้ฟีลน่ารัก ดูละมุน ใช้แล้วผิวดูสะอาด กลิ่นไม่แรงจนเวียนหัว - ถ้าวันไหนกินปิ้งย่าง ชาบู หรือออกกำลังกายแล้วกลิ่นติดผิว: มะนาวเบอร์รี่จะตอบโจทย์ความ “สดชื่น-สะอาด” มาก ใช้แล้วเหมือนรีเซ็ตตัวเองใหม่ - ถ้าวันสำคัญ อยากได้ความนัวหรู หรือจะฉีดน้ำหอมทับ: น้ำตาลมะพร้าวคือกลิ่นที่เข้ากับน้ำหอมได้ง่าย เรารู้สึกว่าผิว “ลื่น ชุ่มชื้น” และน้ำหอมติดดีขึ้น ทริคใช้ให้ผิวไม่บาดและหอมติดผิวนานขึ้น 1) ขัดตอนผิวเปียกแต่ไม่ให้น้ำไหลผ่านตลอดเวลา จะทำให้เนื้อมูสเกาะผิวและสครับทำงานได้ดี 2) โฟกัสจุดที่หยาบกร้าน 20–30 วินาทีพอ ไม่จำเป็นต้องถูแรง 3) หลังล้างออก ซับตัวหมาดๆ แล้วทาโลชั่นทันที ผิวจะนุ่มและกลิ่นจะอยู่ได้นานขึ้น 4) ถ้าจะฉีดน้ำหอม แนะนำฉีดหลังทาโลชั่น/ครีมบางๆ กลิ่นจะติดทนกว่าเดิม (เรารู้สึกได้จริง) ความถี่ที่เราใช้ - ผิวปกติ: สัปดาห์ละ 2–3 ครั้งกำลังดี - ถ้าผิวแห้ง/แพ้ง่าย: เริ่มจากสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง และเลือกสูตรเม็ดละเอียดก่อน สรุปสั้นๆ ถ้าต้องเลือกแค่ 1 กระปุกในไทย: อยากหวานละมุนเลือกทับทิม, อยากสะอาดสดชื่นเลือกมะนาวเบอร์รี่, อยากนัวหรูและเน้นจัดการผิวหยาบกร้านเลือกน้ำตาลมะพร้าว

ค้นหา ·
สครับ dove คุมกลิ่นดีไหม