วัดพระแก้ว : Wat Phra Sri Rattana Satsadaram

Wat Phra Sri Rattana Satsadaram or Wat Phra Kaew (Historic site in Bangkok)

Location: Na Phra Lan Road, Phra Borom Maha Ratchawang Subdistrict, Phra Nakhon District, Bangkok, Thailand

Special feature: The temple of the Grand Palace

Points of interest: Pay homage to the Emerald Buddha and view the mural paintings at the Phra Rabiang.

Activities: Sermons on Sundays and Buddhist holy days

Photography: Flash photography is not allowed in mural paintings and photography is not permitted inside the chapel.

Note :

For group visits of 10 or more people, a request for permission from the Director of the Treasury Department must be submitted at least one week in advance.

Currently, it is under the care of the Bureau of the Royal Household through the Office of the Temple of the Emerald Buddha, which was renamed from the Office of the Crown Property Bureau after the transfer of royal property-related affairs to the Office of the Crown Property Bureau. King Rama I graciously commissioned the construction of Wat Phra Sri Rattana Satsadaram, coinciding with the construction of the Grand Palace and the establishment of the Rattanakosin Kingdom in 1782. His intention was to house the Emerald Buddha and serve as a venue for royal merit-making ceremonies on various occasions.

Wat Phra Sri Rattana Satsadaram is a temple without monks, as it consists only of the Buddhavasa (ordination hall), not the Sanghavas (sanghavas). Within the temple are important buildings and ancillary structures divided into three groups: the Ubosot (ordination hall), the most important group. The principal building in this group is the Ubosot (ordination hall), which houses the Phra Phuttha Maha Mani Rattana Patimakorn (rattanapatimakorn) image. It is surrounded by the surrounding pavilions, the Phra Phothat Phiman (reclining Buddha), the Phra Ratchaphongsanuson (reclining Buddha image), the Phra Ratchakanmanuson (reclining Buddha image), the Bell Tower, and the Phra Khanthararat (reclining Buddha image). The second group is the Than Phaiti (reclining Buddha image) group, situated on a large raised platform in the northern courtyard of the Ubosot (ordination hall). which houses the Phra Phuttha Maha Mani Rattana Patimakorn (rattanapatimakon) image. It is surrounded by the surrounding pavilions, the Phra Phothat (relic pavilion), the Phra Ratchaphongsanuson (relic hall), the Phra Ratchakanmanuson (relic hall), the Bell Tower, and the Phra Khanthararat (relic hall). The second group, the Than Phathi (basement) group, houses a large raised platform on the northern courtyard of the Ubosot (ordination hall), housing important sacred objects and relics, such as the Phra Mondop (ordination hall), and the Phra Sri Rattana (relic hall).

Chedi, Prasat Phra Thep Bidon, Phra Suwan Chedi and The third group of royal monuments is the building group.

Consisting of the Phra Nak Hall and the White Buddha Hall The Great Temple, Homnathiantham, Phra Attha Maha Chedi

The giant door guardian and the mural paintings on the gallery There are 178 rooms with mural paintings. Lined up along the wall in all four directions, the content is from Literature about Ramayana.

-

-

Compiled in Thai, English

By: Ratcharinda Teachaprasarn🇹🇭

Klearmilly8888🇹🇭

Thailand 2025🇹🇭

September 17, 2025, 16 : 03 p.m🇹🇭

---------+++

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว

(โบราณสถานในเขต กรุงเทพมหานคร)

ที่ตั้ง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

ความพิเศษ : พระอารามประจำพระบรมมหาราชวัง

จุดสนใจ : สักการะพระแก้วมรกต ชมจิตรกรรมฝาผนัง ที่ พระระเบียง

กิจกรรม : เทศนาธรรมวันอาทิตย์ และ วันพระ

การถ่ายภาพ :

ไม่ควรใช้แฟลชในถ่าย ภาพจิตรกรรมฝาผนัง และไม่อนุญาตให้ถ่าย ภาพภายในพระอุโบสถ์.

หมายเหตุ

เข้าชมเป็นหมู่คณะ ตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องทำหนังสือขออนุญาต ผู้อำนวยการ สำนักงาน บริหารเงินตราล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์.

ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักพระราชวัง ผ่านสำนักงานวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ที่ได้เปลี่ยนชื่อจากสำนักงานพระคลังข้างที่หลัง จากโอนกิจการที่เกี่ยวกับทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ไปยัง "สำนักงานพระคลังข้างที่ " พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดพระศรีรัตนศาสดารามขึ้นพร้อมกับการสร้างพระบรมมหาราชวัง และการสถาปนาอาณาจักรรัตนโกสินทร์ เมื่อปี พุทธศักราช 2325 ด้วยมีพระราชประสงค์ให้เป็นที่ ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร รวมถึงเป็นสถานที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในโอกาส ต่าง ๆ

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา เนื่องจากมีเฉพาะส่วนพุทธาวาสไม่มีส่วนสังฆาวาส ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดารามมีอาคารสำคัญ และอาคารประกอบแบ่งกลุ่มอาคารออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มพระอุโบสถ์ เป็นกลุ่มที่มีความสำคัญสูงสุด อาคารประธานของกลุ่มอาคารแห่งนี้ คือ พระอุโบสถ์ เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ล้อมรอบด้วยศาลารายพระโพธิ์ธาตุพิมาน หอพระราชพงศานุสรณ์ หอพระราชกรมานุสรณ์ หอระฆัง และหอพระคันธารราษฎร์ ส่วนกลุ่มที่สองคือ กลุ่มฐานไพที เป็นกลุ่มอาคารที่ ประดิษฐานบนฐานยกพื้นขนาดใหญ่บริเวณลาน ด้านทิศเหนือของกลุ่มพระอุโบสถ์ รองรับปูชนีย์สถานและปูชนียวัตถุสำคัญ เช่น พระมณฑป พระศรีรัตนเจดีย์ ปราสาทพระเทพบิดร พระสุวรรณเจดีย์ และพระบรมราชานุสาวรีย์ กลุ่มที่สามคือกลุ่มอาคารประกอบด้วย หอพระนาก พระเศวตกุฏาคารวิหารยอด หอมณเฑียรธรรม พระอัษฎามหาเจดีย์ ยักษ์ทวารบาล และจิตรกรรม ฝาผนังที่พระระเบียง ซึ่งมีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังจำนวน 178 ห้อง เรียงต่อกันยาวตลอดฝาผนัง ทั้ง 4 ทิศ มีเนื้อหาจากวรรณคดีเรื่อง รามเกียรติ์.

เมื่อพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงเสด็จขึ้นครองราชย์ วัดพระศรีรัตนศาสดารามได้รับการบูรณะในชั้นต้นบางจุดเพิ่ม เพื่อสำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และมีการบูรณะพระมณฑปครั้งใหญ่ทั้งอาคารราวเมื่อปลายปี พุทธศักราช 2565

จนแล้วเสร็จในปลายปี พ.ศ. 2567

วัดพระศรีรัตนศาสดารามได้รับการสถาปนาขึ้น ภายในเขตพระบรมมหาราชวังเพื่อใช้เป็นสถานที่ ประกอบพระราชกุศลต่าง ๆ ของพระมหากษัตริย์ และราชวงศ์ พิธีการต่าง ๆ ของพระบรมมหาราชวังรวมถึงพิธีกรรมทางศาสนาทั้งพิธีหลวง และพิธีราษฎร์ ตำแหน่งของวัดจึงต้องอยู่ส่วนพระราชฐานชั้นนอก

ที่สามารถให้ราษฎร์เข้ามานมัสการพระแก้วมรกตได้ แต่ไม่สามารถเข้าถึง ส่วนประทับของพระมหากษัตริย์ได้ การกำหนดทิศทางการหันทางเข้าด้านหน้าและ ตัวอาคารต่าง ๆ ยึดหลักตามหลักขนบธรรมเนียม ประเพณีไทย จึงหันทางหน้าวัดรับทิศตะวันออกและมี ถนนสนามไชย เป็นถนนทางเข้าด้านหน้าวัด

และยังถือหลักการวางตำแหน่งประดิษฐานพระพุทธ มหามณีรัตนปฏิมากร โดยพระพุทธรูปหันหน้าไป ทางทิศตะวันออก สัมพันธ์กับเหตุการณ์ในพุทธประวัติตอนก่อนและตรัสรู้เป็นพระอรหันต์ อีกทั้งยังมีความเชื่อว่าพระแก้วมรกตเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คุ้มครองปกป้องรักษากรุงเทพมหานครให้พ้นจากผีร้าย ภัยคุกคามต่างๆจากภายนอก โดยหันพระพักตร์ ทางทิศตะวันออกตรงกับประตูผี.

#BuddhismIsTheNationalReligionOfThailandAndIsPracticedByThaiPeopleBuddhism 🇹🇭

#ศาสนาพุทธศาสนาประจำชาติไทยคนไทยนับถือศาสนาพุทธ🇹🇭

#BuddhismInThailand🇹🇭

#ศาสนาพุทธ🇹🇭

#Thailand2025🇹🇭

https://www.facebook.com/share/p/1DR88Pv5WH/

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
2025/9/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมวัดพระแก้ว หรือชื่อทางการวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นวัดที่ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยและนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานคร นอกจากการสักการะพระแก้วมรกตที่เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และมีความสำคัญมากแล้ว วัดพระแก้วยังมีความโดดเด่นในเรื่องของจิตรกรรมฝาผนังที่พระระเบียงซึ่งมีทั้งหมด 178 ห้องภาพ โดยภาพจิตรกรรมเหล่านี้ถ่ายทอดเรื่องราวจากวรรณคดีรามเกียรติ์อย่างละเอียดและงดงาม เป็นการผสมผสานศิลปะและความเชื่อที่น่าประทับใจ อีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดคือหอพระมณเฑียรธรรมและเจดีย์สำคัญหลายแห่ง เช่น พระสุวรรณเจดีย์ และ ปราสาทพระเทพบิดร ที่ไม่เพียงแต่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม แต่ยังสะท้อนถึงความรุ่งเรืองและประวัติศาสตร์ในยุครัตนโกสินทร์ สำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพควรทราบว่าการใช้แฟลชในการถ่ายจิตรกรรมฝาผนังไม่อนุญาต รวมถึงไม่สามารถถ่ายภาพภายในพระอุโบสถ์ได้ เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของศิลปะและความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ ถ้าหากมาเป็นหมู่คณะตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ควรเตรียมหนังสือขออนุญาตล่วงหน้าจากทางสำนักบริหารเงิน เพื่อความสะดวกในการเข้าชม วัดพระแก้วยังได้รับการบูรณะอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในช่วงพิธีสำคัญทางราชวงศ์ เช่น พิธีบรมราชาภิเษก ทำให้สถานที่ยังคงความสวยงามและสง่างามในทุกยุคสมัย ในช่วงกลางคืน วัดพระแก้วจะดูสงบและมีบรรยากาศที่แตกต่างจากช่วงกลางวัน นำเสนอประสบการณ์การเยี่ยมชมอีกแบบหนึ่งที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเงียบสงบและชื่นชมความงดงามของสถาปัตยกรรมและศิลปะยิ่งขึ้น การได้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศภายในวัดและเรียนรู้เรื่องราวของประวัติศาสตร์ รวมทั้งชมจิตรกรรมและเจดีย์ต่างๆด้วยตัวเอง จะทำให้เข้าใจถึงความหมายและคุณค่าทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทำให้การเที่ยววัดพระแก้วกลายเป็นประสบการณ์ที่ไม่ลืมเลือนสำหรับผู้มาเยือนทุกคน