วันที่ 3 เดือน มีนาคม พุทธศักราช 2125 🇹🇭

วันเกิดหลวงปู่ทวด (วันนี้ครบ 444 ปี)

สมเด็จพระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์

สมเด็จเจ้าพะโคะ หรือ หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด หลวงปู่ทวดวัดช้างให้, ท่านองค์ดำ, หรือท่านลังกา, เป็นพระมหาเถระผู้ทรงอภิญญาที่รู้จักกันดีใน ประเทศไทย เป็นพระเกจิอาจารย์รูปสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยา ผู้ที่ศรัทธาในหลวงปู่ทวดเชื่อกันว่าพระเครื่อง และพระบูชาของหลวงปู่ทวดจะมีอานุภาพสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองผู้มีในครอบครอง ให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยอันตรายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติ อุบัติเหตุ หรือภัยร้ายอื่นๆ ส่งผลด้านเมตตามหานิยม ทำให้เป็นที่รักใคร่ ของผู้คนที่พบเห็น และช่วยเสริมโชคลาภให้แก่ผู้ครอบครองให้เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และเจริญรุ่งเรืองกับผู้ที่ประกอบธุระกิจให้สมหวังดั่งใจปราถนา สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะคอยตามปกป้องคุ้มครองแก่ผู้คิดดี ปัฎิบัติดี จิตใจดีมีเมตตา

คนที่ปัฎิบัติตัวไม่ดี คิดไม่ดี มีจิตใจที่ใฝ่เลว

อย่าหวังให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะไม่ปกป้องคนไม่ดี ไม่มีศีลธรรม ไม่มีเมตตา.

แม้กาลเวลาจะล่วงเลยผ่านไปเกือบ 500 ปี

ในปัจจุบันหลวงปู่ทวดยังคงถือได้ว่าเป็นพระ เกจิอาจารย์ผู้ทรงอภิญญาในประเทศไทย

ที่มีผู้ศรัทธาแผ่ขยายไปทั่วโลก เป็นพระรูปสำคัญ 1 ใน 2 มหาเกจิอาจารย์ของเมืองไทย คู่กับสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พฺรหฺมรํสี หรือ หลวงปู่โต ซึ่งเป็นพระที่มีผู้เคารพบูชานับถือไปทั่วทุกมุมโลก.

ชื่ออื่น

หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด, สมเด็จเจ้าพะโคะ

ประวัติส่วนบุคคล หลวงปู่ทวดท่านเกิดเมื่อ วันที่ 3 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2125 จังหวัดสงขลา ประเทศไทย

มรณภาพเมื่อท่าน อายุครบ 100 ปีพอดี

ท่านมรณภาพเมื่อ วันที่ 6 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2225

ที่ไทรบุรี ประเทศ มาเลเชีย ( ในอดีตตอนที่หลวงปู่ทวดท่านยังมีชีวิตอยู่ ย้อนกลับไปเมื่อ 400 ปีที่แล้ว รัฐไทรบุรี คือส่วนหนึ่งของประเทศไทย)

สถานที่จำพรรษา คือ วัดพะโคะ, วัดช้างให้สงขลา, ปัตตานี, ประเทศไทย

อุปสมบทเมื่อ พุทธศักราช 2145, พรรษา 80

ตำแหน่ง : อดีตเจ้าอาวาสวัดช้างให้ จังหวัดปัตตานี ประเทศไทย ปัจจุบันหลวงปู่ทวด ถือได้ว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ ผู้ทรงอภิญญาในประเทศไทย ที่มีผู้ศรัทธาจำนวน มาก เป็นรูปสำคัญ 1 ใน 2 มหาเกจิอาจารย์ของเมืองไทยคู่กับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พฺรหฺมร์ สี หรือ หลวงปู่โต ซึ่งเป็นพระที่มีผู้เคารพบูชานับถือทั่วประเทศไทย.

ประวัติ

ตามประวัติกล่าวว่าหลวงปู่ทวด เกิดในยุครัชกาลของสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช หลวงปู่ทวดมีนามเดิมว่า ปู เป็นบุตรของนายหู และนางจัน เป็นชาวบ้านวัดเลียบ ตำบลดีหลวง อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ประเทศไทย ส่วนวัน เดือน ปีเกิดของ เด็กชายปู ตรงกับวันเดือนปีใด หลักฐานยังขัดแย้งกันมากมีผู้สันนิษฐานไว้หลายกระแส แต่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าท่านเกิดในช่วงยุคของสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช ขณะท่านเกิดมีเหตุอัศจรรย์คือเกิดฟ้าร้องฟ้าผ่า แผ่น ดินสะเทือนเลื่อนลั่น เสมือนหนึ่งว่ามีผู้มีบุญ ญาธิการ มาเกิด เมื่อตัดรกจากสายสะดือแล้วนายหู บิดาของ ท่านก็นำรกของท่านไปฝังไว้ที่โคนต้นเลียบ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์ต้นเลียบในปัจจุบัน.

เมื่อท่านเกิดมาแล้วก็มีเหตุอัศจรรย์เกิดขึ้นกับท่านเรื่อยมา เป็นต้นว่า ขณะที่ท่านอยู่ในวัยแบเบาะในช่วงฤดูเกี่ยวข้าวบิดามารดาของท่านต้องออกไปเกี่ยวข้าวที่กลางทุ่งนา ซึ่งเป็นนาของเศรษฐีปาน ซึ่งท้องนาแห่งนั้นห่างจากบ้านประมาณ 2 กิโลเมตร ที่นาแห่งนั้นมีดงตาล

และมะเม่าเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบันตั้งเป็นสำนักสงฆ์ ชื่อ "สำนักสงฆ์นาเปล" ในสมัยนั้นจึงมีสัตว์ป่าชุกชุม บิดา มารดาของท่านจึงผูกเปลของท่านซึ่งเป็นเปลผ้า ไว้กับต้นมะเม่าสองต้น และก็ได้เกี่ยวข้าวอยู่ไม่ไกล จากบริเวณนั้น พอได้ระยะ เวลาที่นางจันทร์ต้องให้ นมลูก นางจันทร์จึงเดินมาที่ที่ ปลูกเปลของลูกน้อย และก็เห็นงูจงอางตัวใหญ่ หรือ งูบองหลา

ที่ชาวภาคใต้เรียกกันพันที่รอบเปล นางจันทร์ เห็นแล้วตกใจ เป็นอันมากจึงเรียกนายหูซึ่งอยู่ไม่ไกลนักมาดูและ ช่วยไล่งูจงอางนั้น แต่งูจงอางนั้นก็ไม่ไปไหน นายหู และนางจันทร์จึงตั้งสัตยาธิฐานว่าขออย่าให้งูนั้นทำร้ายลูกน้อยเลย ไม่นานนักงูจงอางนั้นก็ คลายวงรัดออกและเลื้อยหายไปในป่า นายหู และ นางจันทร์ จึงเข้าไปดูลูกน้อยเห็นว่ายังหลับอยู่และไม่เป็น อันตรายใด ๆ และปรากฏว่ามีเมือกแก้วขนาดใหญ่ ที่งูจงอางคายไว้อยู่บนอกเด็กชายปูนั้น เมือกแก้วมีแสงแวววาว และต่อมาได้แข็งตัวเป็นลูกแก้ว ปัจจุบันได้ประดิษฐานที่วัดพะโคะ เมื่อเศรษฐีปานทราบเรื่องเข้าก็บีบบังคับขอลูกแก้วเอาจาก นายหู และนางจันทร์ ซึ่งเป็นบิดามารดาของหลวงปู่ทวดบิดาและมารดาของหลวงปู่ทวดจึงจำต้องยอมให้ลูกแก้วนั้นแก่ เศรษฐีปาน ซึ่งเป็นนายจ้าง และเจ้าของที่นา แต่ลูกแก้วนั้นเป็นของศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวของหลวงปู่ทวด และลูกแก้วที่งูได้มอบไว้ให้ได้เลือกผู้ที่สมควรได้เป็นผู้ครอบครองไว้แล้ว เมื่อเศรษฐีปานนำลูกแก้วไปแล้วก็เกิดเภทภัยในครอบครัว เกิดการเจ็บป่วยกันบ่อยครั้ง และมีฐานะยากจนลง เศรษฐีปานจึงได้เอาลูกแก้วมาคืน และขอขมาเด็กต่อเด็กชายปู ก็คือ หลวงปู่ทวด และยกหนี้สินให้แก่ นายหู และนางจันทร์ ต่อมาก็มีฐานะดีขึ้น ๆ ส่วนเศรษฐีปานก็มีฐานะดีขึ้นเรื่อยๆขึ้นนับตั้งแต่นั้นมา.

เมื่อท่านมีอายุได้ประมาณ 7 ขวบ พ.ศ. 2132 บิดา มารดาของท่านจึงนำท่านไปฝากไว้เป็นศิษย์วัด เพื่อเล่าเรียนหนังสือ ที่วัดกุฎิหลวง

หรือ วัดดีหลวง ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นวัดอยู่ใกล้บ้านท่าน ขณะนั้นมีท่านสมภารจวง ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่ เด็กชายปูเป็นเด็กที่หัวดีเรียนเก่ง สามารถเล่าเรียนภาษาขอม

และภาษาไทยได้อย่างรวดเร็ว สมภารจวง ได้บวชให้ท่านเป็นสามเณรเมื่อ อายุได้ 15 ปี ตอนที่ ท่านบวชเป็นสามเณรนี้เอง บิดาของท่านจึงถวายลูกแก้ว คืนให้แก่ท่านเพื่อเป็นลูกแก้วประจำตัวท่านสืบต่อไปและหลวงปู่ทวดได้นำติดตัวท่านไว้ตลอดจนถึงวันที่ท่านมรณภาพลง

ปัจจุบัน ลูกแก้วได้อยู่ที่ วัดพะโคะ (หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำ ทะเลจืด) อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา

ประเทศไทย มีอายุมากกว่า 400 ปี.

ด้วยความที่เป็นคนใฝ่เรียนใฝ่รู้ตลอดเวลาของท่าน ต่อมาท่านสมภารจวงได้นำไปฝากให้เล่าเรียนหนังสือที่สูงขึ้น สมัยนั้นเรียกว่า " มูลบทบรรพกิจ " ปัจบันก็คือ " เรียนนักธรรม " นั่นเอง โดยนำไปฝากเรียนไว้ กับสมเด็จพระชินเสน ซึ่งเป็นพระเถระชั้นสูงที่ส่งมา จากกรุงศรีอยุธยา ให้มาครองเป็นเจ้าอาวาสวัดสีคูยัง หรือวัดสีหยัง ในปัจจุบัน ห่างจากวัดดีหลวงไป ทางเหนือประมาณ 4 กิโลเมตร ท่านได้เรียนรู้ได้ อย่างรวดเร็ว และจบหลักสูตรที่วัดสีคูยังนั้น หลังจากนั้นท่านได้เดิน ทางเข้ามาศึกษาต่อที่เมือง นครศรีธรรมราชเพื่อเรียนหนังสือให้สูงขึ้น

โดยมาพำนักอยู่ที่วัดเสมาเมือง ซึ่งเป็นสำนักเรียน และ มีสมเด็จพระมหาปิยะทัสสี เป็นเจ้าอาวาส และ บรรพชาอุปสมบทเป็นพระสงฆ์เมื่ออายุครบกาลอุปสมบท ท่านได้ศึกษาวิชาจากครูบาอาจารย์ต่าง ๆ จนมีความรู้และเป็นผู้ทรงอภิญญามาก และได้แสดงปาฏิหาริย์หลายครั้ง ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ จากสมเด็จพระเอกาทศรถในครั้งสุดท้ายในราชทินนามคือ สมเด็จเจ้าพระราชมุนีสามีรามคุณูปรมาจารย์ สุดท้ายเมื่อท่านมีอายุได้ 80 ปี ท่านได้ กลับมาจำพรรษาที่วัดพะโคะ ซึ่งวัดบ้านเกิด ของท่าน ต่อมาท่านได้สั่งเสียกับลูกศิษย์ว่าเมื่อไว้ว่า เมื่อท่านมรณภาพให้นำพระศพของท่านไปไว้ที่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ประเทศไทย

ต่อไปสถาน ที่นี้ อนาคตในภายภาคหน้าจะเป็นสถานที่ให้คนมาท่องเที่ยวศึกษา และพระพุทธศาสนาจะรุ่งเรืองเจริญสูงสุดโดยเริ่มต้นที่ประเทศไทย และความศรัทธาเลื่อมใสได้แผ่ขยายไปทั่วโลก.

เสด็จมรณภาพ

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2225 ท่านได้มรณภาพลง เมื่ออายุกาลครบ 100 ปีพอดี ที่ "เมืองไทรบุรี" ซึ่งเดิมเคยเป็นหัวเมืองทางใต้ของไทย แต่ตกเป็นของ อังกฤษตามสนธิสัญญาที่ไม่เป็นเป็นธรรมหลังจากประเทศไทยโดนเหล่านักล่าอาณานิคมรุมรังแกไทยทุกทิศทาง จนไทยต้องยอมสละแผ่นดินไทยให้กับมาเลเซีย (ซึ่งขณะนี้น ประเทศมาเลเซียตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ) เมื่อปี พ.ศ. 2451 พร้อมกับเสียอีก 3 หัวเมือง

รวมเป็น 4 หัวเมือง คือ :

- ไทรบุรี

- กลันตัน

- ตรังกานู

- ปะลิส

ต่อมา คือหัวเมืองและรัฐทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย ในอดีตนั้น 4 รัฐที่ได้กล่าวมาข้างต้นคือแผ่นดินไทย และพลเมืองก็เป็นคนไทยนับถือศาสนาพุทธ แต่หลังจากที่อังกฤษได้ใช้กำลังเข้าบุกยึด ก็ถูกบังคับให้คนไทยที่เคยอยู่ภายใต้การปกครองของไทย เปลี่ยนไปนับนับถือศาสนาอิสลาม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากที่ประเทศไทยโดนปิดล้อมจากเหล่าบรรดานักล่าอาณานิคมผู้หิวกระหายสงครามคือ อังกฤษ ฝรั่งเศส อเมริกา ได้ใช้วิถีสกปรกต่างๆเพื่อใช้เล่นงานประเทศไทยทั้งการใส่ร้าย และใช้วิธีข่มขู่บังคับทางด้านกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมต่างๆ โดยวิธีการที่แยบยล ของกลุ่มอำนาจร้ายของเหล่านักล่าหัวอาณานิคมหัวขโมยระดับโลก ที่ทำกันเป็นกระบวนการ วางแผนออกเล่นงานประเทศที่ตนเองเห็นว่าด้อยไปทั่วโลก ความเจ็บปวดรวดร้าวที่ประเทศไทยโดนรุมรังแก อยากเกินกว่าที่ล้างออกไปจากคนใจของคนไทยได้แม้แต่วินาทีเดียว ในกรณีเหตุการณ์สงครามชายแดนไทย-กัมพูชา คือมรดกทางสงครามที่ฝรั่งเศสได้ทิ้งไว้ให้ไทยนั้น คือหลักฐานชัดเจนว่ามี กลุ่มประเทศมหาอำนาจชาติตะวันตกพยายามรุกรานไทย คอยยั่วยุ ปลุกปั่น สนับสนุนทางด้านการเงิน คอยจัดหาอาวุธยุทธโธปกรณ์ให้แก่กัมพูชาไว้เพื่อรังแกไทย แต่หาสำเร็จไม่ เพราะพลังรักชาติที่เกิดจากพลังใจของคนไทยนั้น ยิ่งใหญ่เกินกว่าใครจะมาต้านทานได้ ไม่สามารถโค่นไทยให้ล้มได้ลง.

เมืองไทรบุรีปัจจุบันคือ เมือง อลอร์สตาร์ (Alor Setar) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของ รัฐเกอดะฮ์ (Kedah) ในประเทศมาเลเซีย ไทรบุรีเคยเป็นรัฐประเทศราชของไทยมาก่อนที่ไทยจะถูกบังคับต้องยกแผ่นดินไทยเหล่านี้ให้แก่อังกฤษตามสนธิ สัญญาอังกฤษ - สยาม ในพ.ศ. 2452 ซึ่งประเทศไทย เรียกว่า สนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรม หรือสนธิสัญญาที่ถูกสร้างขึ้นมาตามลำพังของอังกฤษเพื่อใช้ไว้ในการเอาเปรียบไทยของอังกฤษ ที่ได้กระทำกับไทยไว้อย่างน่ารังเกียจ ปัจจุบันแผ่นดินเหล่านี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประเทศมาเลเซียมาจนถึงปัจจุบัน.

สนธิสัญญาอังกฤษ-สยาม

พ.ศ. 2452 (อังกฤษ: Anglo-Siamese Treaty of 1909) หรือ สัญญากรุงเทพฯ

(Bangkok Treaty of 1909)

เป็นสนธิสัญญาระหว่างสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ และไอร์แลนด์ กับ ไทย(สยาม) ซึ่งได้มีการลงนามสนธิสัญญาฉบับนี้ที่ กรุงเทพมหานครเมื่อ วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2452 และ รัฐสภาแห่งสหราชอาณาจักรได้ให้สัตยาบัน เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2452

สนธิสัญญาฉบับนี้มีทั้งสิ้น 8 ข้อ

โดยมีสาระสำคัญคือ :

1. ไทยต้องยอมยกสิทธิการปกครองและบังคับบัญชา เหนือไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู และปะลิสรวมทั้ง เกาะใกล้เคียงให้แก่ อังกฤษ

2. หนี้สินต่าง ๆ ที่รัฐมลายูที่เคยเป็นหนี้มีต่อรัฐบาลประเทศไทย (สยาม) อังกฤษจะชดใช้ให้ตามความเหมาะที่อังกฤษเห็นว่าสมควร ประเทศไทยไม่มีสิทธิ์เรียกร้องใดๆ

3. อังกฤษรับรองซึ่งอธิปไตยของไทยว่าต้องอยู่เหนือรัฐปัตตานี เท่านั้น แผ่นดินไทย รวมไปถึงเกาะกลางทะเลในส่วนคาบสมุทรมาลายูที่เคยอยู่ใต้การปกครองของไทย ต้องตกเป็นของอังกษด้วยเช่นกัน.

4. อังกฤษให้เงินกู้ให้แก่สยามจำนวน 4.63 ล้าน ปอนด์เพื่อสร้างทางรถไฟสายใต้ แต่ไทยต้องยอมยกดินแดนใต้สุดของไทยที่ไทยเคยปกครอง และบังคับบัญชาให้แก่อังกฤษเข้ามาปกครองดูแล คือ เหนือไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู และปะลิส รวมทั้ง เกาะใกล้เคียงต่างๆให้แก่อังกฤษทั้งหมด เป็นผู้ปกครองแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ประเทศไทยห้ามยุ่งเกี่ยวเริ่มนับตั้งแต่สนธิสัญญาอังกฤษ-สยาม ลงนามเสร็จสิ้นลง.

5. ไทยต้องยอมยกเลิกอนุสัญญาลับอังกฤษ-สยาม พ.ศ. 2440 ลงเพราะอังกฤษมองว่าสัญญาฉบับนี้ประเทศไทยเหนืออังกฤษ และไทยมีข้อได้เปรียบมากเกินไป อาจทำให้อังกฤษเสียผลประโยชน์ของตนเองได้ จึงบังคับให้ไทยยกเลิกสัญญา.

6. ประเทศไทยจะต้องปรึกษาอังกฤษทุกครั้ง หากต้องการให้ หรือจัดการสิทธิ์ในเหมืองถ่านหิน ท่าเรือ และอู่เรือในมณฑลราชบุรีแก่ชาติอื่น ๆ ห้ามกระทำโดยพละการ เพราะอาจทำให้ชาติอื่นมากระทำการเอาเปรียบอังกฤษได้

หลังจากลงนามในสนธิสัญญาสยามกับอังกฤษ ปี พ.ศ. 2452 ไทยก็มีแต่ข้อเสียเปรียบ

เพราะถูกอังกฤษทำสัญญาเอาเปรียบไทยทุกวิถีทาง คือ ส่วนทางด้านกฎหมาย

สนธิสัญญาลับปี พ.ศ. 2440 ซึ่งไทยได้ถูกบังคับลงนาม กับอังกฤษ โดยในสนธิสัญญามีใจความว่าในตัวบทกฎหมายว่า

" ห้ามไทยโอน หรือยกให้สิทธิพิเศษแก่ชาติอื่นในพื้นของไทยปกครอง ตั้งแต่เมืองบางตะพาน

ลงมาทั้งหมด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอังกฤษเท่านั้น "

นี่คือสิ่งที่อังกฤษและฝรั่งเศสได้ร่วมมือกันกระทำกับประเทศไทย อย่างไร้มนุษยธรรม

อังกฤษเป็นประเทศที่ใจดำ ไร้คุณคุณธรรมที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสัตว์อื่น ๆ, ธรรมที่มนุษย์ควรมีต่อกัน เช่น ความเมตตากรุณา ให้ปัฎิบัติดีให้เกียรติประเทศไทยไม่เคยมีบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์.

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในยุคสมัยของ รัชกาลที่ 5 หลังจากที่พระองค์เสด็จ กลับจากการประพาสยุโรปในปี พ.ศ. 2450 ซึ่งเป็นปีเดียวกันที่ไทย ต้องเสียดินแดนให้แก่ฝรั่งเศสที่ต้องการเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์และขยายอิทธิพลในภูมิภาคเอเชีย โดยประเทศไทย

คือดินแดนแห่งความมั่งคั่ง และสมบูรณ์ทั้งในด้านทรัพยากรธรรมชาติ และยุทธศาสตร์ที่ตั้งที่มีแผ่นดินยื่นยาวไปในทะเลจึงถูกเหล่านักล่าอาณานิคมต่างหมายปองเพื่อเข้ามายึดครองแผ่นดินไทย การเสียดินแดนในสมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ในช่วง พ.ศ.2394 - 2453

ประเทศในยุโรปตกอยู่ในภาวะสงครามเหมือนไฟลามทุ่ง และได้ใช้ทรัพยากรของตนเองหมดไปในการทำศึกสงคราม ทำให้เกิดความอดยากครั้งใหญ่ในฝั่งตะวันตก ประชาชน ผู้คนรวมได้รวมตัวกันออกมาประท้วงต่อต้านการทำสงคราม ได้ร้อนระอุ และแผ่ขยายกระจายไปเป็นวงกว้าง ได้จุดปะทุความโกรธแค้น เหมือนไฟที่พร้อมเผาไหม้ไปทั่วแผ่นดินยุโรป เลยทำให้มีกลุ่มคนใจร้ายคิดเลวทรามของกลุ่มคนที่อ้างตนว่าเป็นผู้ดี แต่มีสันดานเป็นโจรเที่ยวตระเวณออกสำรวจไปทั่วโลกเพื่อหาทรัพยากรที่ตนเองขาด นำมาพัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองของตนเองให้เจริญรุ่งเรือง โดยไม่มีความเกรงกลัวต่อบาปกรรม ใจดำอำมหิต ได้แผ่ขยายอิทธิพลเข้ามาในทวีป เอเชีย และประเทศต่างๆไปทั่วโลก ตั้งตนเป็นกลุ่มผู้ปกครองโลกเพื่อเอาเปรียบประเทศที่ด้อยกว่า ด้วยวิถีการที่สกปรกต่างๆ ในเอเชียหลายประเทศขาดการตั้งรับที่ดีต้องตกเป็น อาณานิคมแก่ประเทศในยุโรป ยกเว้นประเทศไทยที่ยังคงรักษาอธิปไตยของตนเองไว้ได้ ยอมเสียดินแดนให้พวกนักล่าจัญไร แต่ประเทศไทยยังคงความเป็นเอกราชไว้ ประเทศไทยคือประเทศ 1ใน 3 โลกที่ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของใครมาจนถึงปัจจุบัน เหตุการณ์นี้เป็นหนึ่งในการเสีย ดินแดนครั้งสำคัญของประเทศไทย

ในช่วงยุคล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก

ทำไทยต้องสูญเสียดินแดนให้แก่อังกฤษไปมากกว่า 38,000 ตารางกิโลเมตร ตามเอกสารประชุมเสนาบดีรัชกาลที่ 5 เกี่ยวกับเรื่องเขตแดนในแหลมมลายูที่ไทยปกครอง ไทยถูกดดันให้ลงนามสนธิสัญญากับอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2452 ด้วยความไม่เต็มใจ แต่ด้วยสถานการณ์การที่ไทยตกต้องอยู่ในวงล้อมของเหล่านักล่าอาณาชาติตะวันตกผู้พร้อมด้วยกำลังทหาร และยุทโธปกรณ์ที่ล้ำสมัย รุมรังแกปิดล้อมประเทศไทยทุกทิศทาง ทำให้ไทยไม่มีหนทางให้เลือกได้มากนักพระมหากษัตริย์ของไทย ในหลวงรัชกาลที่ 5 พระองค์ท่านได้ทรงตัดสินพระทัยยอมสละดินแดนไทยบางส่วนไปเพื่อรักษาแผ่นดินไทยให้คงอยู่ แต่ไม่ยอมตกเป็นเมืองขึ้น และต้องตกอยู่ใต้การบังคับบัญชา ต้องเป็นเบี้ยล่างของประเทศใด เพื่อคงรักษาเอกราชของไทยไว้ ประเทศไทยมีเกียรติมีศักดิ์ศรีจะไม่ยอมให้สัตว์นรกตัวใดมาย่ำยีไทยได้ แม้ความเจ็บปวดรวดร้าวที่ประเทศไทยได้รับนั้นช่างมากมายมหาศาล ต้องทนทุกข์ทรมานทั้งกายและใจ ก็ต้องทำใจยอมรับกับความสูญเสียแผ่นดินไทยในครั้งนั้นให้จงได้ ซึ่งปัจุบัน คือประเทศมาเลเซีย.

เรียบเรียงบทความ ภาษาไทย 🇹🇭

โดย: รัชรินทร์ดา เตชะประสาน 🇹🇭

เคลียร์มิลลี่8888 🇹🇭

ประเทศไทย 2569 🇹🇭

3 เดือนมีนาคม พุทธศักราช 2569 🇹🇭

เวลา 16 : 12 นาฬิกา 🇹🇭

ศาสนาพุทธ ศาสนาประจำชาติไทย

คนไทยนับถือ ศาสนาพุทธ

ศาสนาพุทธ คือ ศาสนาที่ถูกยกย่องให้เป็นศาสนาที่ดีงามที่สุดในโลก และศาสนาพุทธเป็นเพียงศาสนาหนึ่งเดียวบนโลกที่วิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์ได้.

#BuddhismIsTheNationalReligionOfThailandAndIsPracticedByThaiPeopleBuddhism 🇹🇭

#ศาสนาพุทธศาสนาประจำชาติไทยคนไทยนับถือศาสนาพุทธ🇹🇭

#BuddhismInThailand🇹🇭

#InfinityGalleryDiscipleOfLuangPuThuat🇹🇭

#อินฟินิตี้แกลเลอรี่ศิษย์หลวงปู่ทวด🇹🇭

3/3 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการศรัทธาในหลวงปู่ทวดไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงคนไทยเท่านั้น แต่ยังแผ่ขยายไปทั่วโลกด้วยความเลื่อมใสในอานุภาพของพระเครื่องและพระบูชาของท่าน ที่เชื่อว่าสามารถปกป้องภัยอันตรายและให้คุณในด้านเมตตามหานิยม อีกทั้งยังช่วยเสริมโชคลาภและความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานและธุรกิจสำหรับผู้ที่ปฏิบัติตัวดี มีเมตตาต่อกัน ผู้ใดที่มีความคิดและจิตใจดีงาม จะได้รับการคุ้มครองจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่หลวงปู่ทวดเป็นตัวแทน แต่หากผู้ใดคิดร้าย ประพฤติตนไม่ดี จะไม่สามารถรับการปกป้องนั้นได้ จากประวัติของหลวงปู่ทวดที่บันทึกไว้อย่างละเอียด ความเป็นมาเกี่ยวกับการเกิดของท่านที่ถือว่ามีพระอัจฉริยภาพตั้งแต่ยังเด็ก ผ่านเหตุการณ์อัศจรรย์หลายครั้ง เช่น งูจงอางพันรอบเปลในวัยทารก ซึ่งแสดงถึงความเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และมีพลังปกปักรักษา นับเป็นเรื่องเล่าและประวัติที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ศรัทธามาจนถึงปัจจุบัน ที่สำคัญคือประวัติการเสียดินแดนไทยในยุคสงครามโลก และสนธิสัญญาอังกฤษ-สยาม พ.ศ. 2452 ที่ทำให้ไทยต้องสูญเสียดินแดนบางส่วนให้แก่ประเทศอังกฤษและมาเลเซียในปัจจุบัน เรื่องนี้สะท้อนถึงความยากลำบากในการรักษาเอกราช แต่ประเทศไทยก็ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของใคร นับเป็นเรื่องที่ควรภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ชาติไทย ในการบูชาหลวงปู่ทวด ทั้งพระเครื่องและวัตถุมงคลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่าน ไม่เพียงเป็นเครื่องรางนำโชค แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความศรัทธา ความดีงาม และการดำรงอยู่ของความเชื่อที่ช่วยเสริมสร้างจิตใจให้เข้มแข็งและเป็นกำลังใจแก่ผู้ที่เผชิญกับความท้าทายในชีวิต การเล่าเรื่องประวัติและความสำคัญของหลวงปู่ทวดจึงช่วยให้ผู้ศรัทธาเข้าใจถึงคุณค่าแท้จริงจากการเคารพและปฏิบัติตนในวิถีที่ดีงามตามคำสอนของท่าน

3 ความคิดเห็น

รูปภาพของ redradykaka1
redradykaka1

กราบสาธุค่ะ

รูปภาพของ kajo2519
kajo2519

👍👍👍👍👍

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม