Buying a free mission with a necklace is awesome!!!
It is a kuchment that should be continued in 2026. The skin work is very beautiful. It is light but concealed. Very comfortable. The skin is not set, so it survives. It works for all skin.
หลายคนถามว่า MIRABASE ดีไหม เลยขอเล่าจากการใช้จริงแบบละเอียดขึ้น เผื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายกว่าเดิมค่ะ จุดที่รู้สึกชัดที่สุดคือ “งานผิวกระจก” ที่ได้มันดูเป็นผิว ไม่หนา ไม่โป๊ะ ทาแล้วเหมือนผิวดีขึ้นทันทีมากกว่าแต่งหน้าจัดๆ เนื้อคุชชั่นจะบางเบา แต่พอค่อยๆ กดซ้ำบริเวณรอยแดง/รอยสิวก็กลบได้ระดับนึงแบบยังไม่เค้กกี้ เรื่องความสบายผิวคือผ่านมาก วันรีบๆ ฉันเคยลงแค่สกินแคร์แล้วตามด้วยคุชชั่น ไม่เซ็ตแป้งก็ยังอยู่ได้ ไม่ไหลเป็นคราบง่ายๆ (แต่ถ้าวันไหนเหงื่อเยอะหรือออกแดดทั้งวัน แนะนำให้เซ็ตแป้งบางๆ ตรงทีโซน จะยิ่งสวยและคุมความมันกว่า) ในภาพ/โปรโมตจะพูดเรื่อง “กันน้ำ กันเหงื่อ” ซึ่งจากที่ลองคือโดนเหงื่อแล้วไม่ละลายเป็นทางๆ ง่าย เหมาะกับวันที่ต้องเดินเยอะหรืออยู่ข้างนอก แต่ทริคของฉันคือใช้พัฟกดแบบ “แตะ-กด” ไม่ถู และรอให้เซ็ตเป็นฟิล์มสักครู่ก่อนค่อยลงชั้นถัดไป จะช่วยให้ติดทนขึ้นและผิวดูเนียนกว่าเดิม สำหรับสภาพผิว: - ผิวมัน/ผสม: ลงบางๆ แล้วเซ็ตแป้งเฉพาะจุดจะกำลังดี ได้ผิวโกลว์แบบไม่เยิ้ม - ผิวแห้ง: เพิ่มมอยส์เจอไรเซอร์ก่อนลง จะได้ผิวฉ่ำสวยและไม่ตกร่อง - ผิวเป็นสิวง่าย: แนะนำลองทดสอบก่อน 1–2 วัน และล้างออกให้สะอาดด้วยคลีนซิ่ง เพราะคุชชั่นที่ให้ความโกลว์บางทีถ้าล้างไม่หมดอาจอุดตันได้ อีกอย่างที่หลายคนชอบคือฟีลกิมมิก “จุ่มสร้อย” ตอนซื้อ ซึ่งน่ารักและทำให้การซื้อสนุกขึ้น แต่ส่วนตัวฉันโฟกัสที่คุณภาพงานผิวเป็นหลัก และตัวนี้ทำคะแนนดีตรงความบางเบา + ปกปิดแบบพอดีๆ + ให้ฟินิชผิวกระจกค่ะ สรุป MIRABASE ดีไหม? ถ้าชอบคุชชั่นสูตรบางเบา งานผิวสวย ดูแพงแบบผิวจริง และอยากได้ตัวที่ไม่ต้องพึ่งแป้งหนักๆ ตัวนี้เป็นอีกตัวที่ควรลอง โดยเฉพาะคนที่อยากได้ลุคใสๆ ทุกวัน แต่ยังดูปกปิดอยู่ค่ะ