"ดุสิตธานี" อย่างไรก็ยังคงจะเป็น "ดุสิตธานี" วันยังค่ำ

คงไม่เกินไปใช่ไหมครับถ้าผมจะบอกว่า "ดุสิตธานี" จะเป็นหนึ่งในเชนโรงแรมที่ดีที่สุดในโลก ผมเชื่อแบบนี้มากๆ

2 คืนที่ Dusit Thani Laguna Phuket ผมมาทำงานครับ มาบรรยาย 2 วันก็เลยพัก 2 วันเลย

เล่าให้ฟังตั้งแต่เริ่มต้นเลยดีกว่า ยาวนิดนะครับโพสนี้ แต่อยากบรรยายให้ทุกๆท่านที่ได้อ่านเห็นภาพครับ

ผมบินด้วย Bangkok Airways ครับ ถึงภูเก็ตประมาณ 18:30 น. มีรถจากโรงแรมมารับครับ ด้วยความที่มาภูเก็ตก็เดินทางไปโรงแรมเองตลอด นี่เป็นครั้งแรกที่มีรถโรงแรมมารับ ก็ยังแอบงงๆว่า เอ ต้องไปตรงไหน อะไรอย่างไร พอเดินออกมาจาก Terminal ก็มองหาป้าย ดุสิตธานี ก็เจอป้ายครับ น้องผู้หญิงตัวเล็กๆ ใส่เสื้อสีเหลืองๆ เห็นผมเดินเข้าชาร์จที่ป้าย ก็ถามเลยว่า "สวัสดีค่ะ คุณณรรฐใช่ไหมคะ" และก็เดินมาลากกระเป๋าผมมายืนรอด้านหน้าและโทรเรียกรถ ระหว่างรอรถประมาณไม่เกิน 5 นาที น้องก็ชวนคุยถามนั่นนี่เพื่อให้ผมไม่รู้สึกคะเขิน สักพักรถก็มาครับ พี่คนชับรถก็รีบเดินมายกมือไหว้ผมแบบอ่อนน้อมมากๆ และบอกกับผมเป็นภาษาไทยว่า "สวัสดีครับคุณณรรฐ" และก็พาผมขี้นรถ น้องผู้หญิงเสื้อเหลือง (ขออภัยไม่ได้ถามชื่อครับ) ก็ยืนรออยู่ข้างประตูรถจนรถขับออกไป

ตัดภาพมาในรถครับ ในรถมีน้ำสองขวดและผ้าเย็นที่พับเป็นรูปดอกไม้ และพี่คนขับรถก็เริ่มบทสนทนากับผมตั้งแต่รถออกว่า

"อา ยู โอเค วิ้ด เทมเพอเรเจ้อ อินเดอะ คา" พี่แกพูดด้วยสำเนียง Tinglish ผมล่ะชอบมากนะคัรบสำเนียงนี้มีเสน่ห์และน่ารักในแบบไทยๆ ไม่ต้องดัดให้เป็นสำเนียงนั้น สำเนียงนี้ Tinglish นี่แหละ มีเสน่ห์ที่สุด ผมก็ตอบแกว่า "โอเคครับ"

และพี่แกก็พูดต่อว่า

"อิท วิว เทค อะ เบ้า โฟตี้ มินิด ทูเดอะโฮเตล" นึกภาพสำเนียง Tinglish นะครับ ผมก็ตอบว่า "โอเคครับ" และพี่แกก็กำลังจะพูดต่อ ผมเลยบอกพี่แกไปว่า "พี่ครับ ผมคนไทยครับ"

และการสนทนาก็ง่ายขึ้นเยอะสำหรับพี่แกเลยครับ พี่แกถามผม (ด้วยการพูดเนิบๆแบบช้าๆ ซึ่งดูก็รู้ว่าพี่แกต้องฝืนพูดเนิบๆช้าๆ) ว่า "คุณผู้ชายครับ ผมจะพาไปทางลัดนะคัรบ ทางลัดมี 2 ทาง ทางที่หนึ่งเข้าไปทางป่าตาล และ เลียบชายทะเล" เออหว่ะ ทางลัดมี 2 ทางด้วยนะ ผมเลยบอกแกว่า ทะเลดีกว่าครับ อยากนั่งดูทะเลด้วย แกก็พาไปครับ เส้นทางระหว่างทางสวยเลย และพอมาได้สักระยะหนึ่ง พี่แกก็ถามผมว่า "คุณผู้ชายครับ ขออนุญาติโทรศัพท์นะคัรบ จะโทรแจ้งทางโรงแรมว่ารถกำลังจะถึงแล้ว ทางโรงแรมจะได้เตรียมตัวต้อนรับ"

บอกตรงๆครับ พี่คนขับรถ "ได้ใจ" ผมไปเรียบร้อย ซึ่งไม่ต้องแปลกใจคัรบ ทุกอย่าง ทุกบทสนทนาระหว่างผมกับพี่คนขับ คือ "Pattern" การพูดคุยที่ทุกคนต้องถูกฝึก และ พูดกับลูกค้าทุกคนในรถอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ผมสัมผัสได้คือ "จริงใจ" และ "จากใจ" ครับ ไม่เฟกเลย สำเนียง Tinglish ที่ออกมาจากปากของพี่เขา การพูดที่ต้องบังคับตัวเองให้พูดเนิบๆ ช้าๆ เหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกมากๆ บางครั้งการไม่ "ประดิษฐ์" ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกได้มากๆนะครับ ขออภัยที่ไม่ได้ถามชื่อพี่คนขับนะครับ

มาถึงโรงแรม ก็มีน้อง Bellboy พาผมมาที่ล็อบบี้ ล็อบบี้ที่นี่ก็จะเป็นห้องใหญ่ ที่อยู่ในส่วนบริเวณ Public area นะครับ เข้าไปก็นั่งรอสักพัก ก็มีน้องผู้หญิง GSA เดินมาคุยกับผม "สวัสดีค่ะ คุณณรรฐ" และนี่เป็นครั้งที่สองที่พนักงานเรียกผมด้วย "ชื่อ" และน้องก็เช็คอินผมตามมาตรฐานปกติครับ เสิร์ฟ Welcome drink เป็นน้ำขิงเย็นๆ แต่ แต่ แต่ ผมไม่กินน้ำขิงครับ แต่ก็ดื่มนะครับ เดี๋ยวน้องจะรู้สึกว่าทำไมไม่ดื่มๆ แล้วก็บอกน้องว่า อร่อยครับ สดชื่นมากๆ แต่จริงๆแล้ว 555

เช็คอินแป๊ปเดียวครับ และน้องก็พาผมไปส่งที่ห้องพัก จากล็อบบี้ไปห้องพักผม เบอร์ 396 บอกเลยว่า โคตรไกล ครับ สุดตึกเลย ด้วยความที่เป็นรีสอร์ท ระหว่างทางน้องก็แนะนำในสิ่งที่จำเป็นต้องรู้ และสอบถามผม เพราะน้องรู้ว่าผมมาเป็นผู้บรรยาย น้องเลยแนะนำเรื่องห้องประชุมให้ผมทราบ เรื่องห้องประชุม ไม่ได้อยู่ใน Pattern สำหรับการพาลูกค้าไปส่งห้องแน่ๆ แต่น้องทำการบ้านมาแล้วว่าผมเป็นใคร มาทำอะไร ดีมากๆครับ น้องชวนคุยจนถึงห้องพักครับ บอกได้คำเดียวว่า Perfect น้องชื่อ "น้องจูน" ครับ และนี่คือครั้งแรกที่ผมได้คุยกับ "น้องจูน"

ห้องพัก

ไม่ต้องพูดอะไรมากมายครับ ได้มาตรฐาน อาจจะมีความ "เก่า" นิดหน่อย เพราะโรงแรมเปิดมานานมากๆๆๆๆแล้ว แต่มาตรฐาน การจัด ความสะอาด ไม่มีอะไรต้องติดเลยครับ ดีมากๆ เข้ามาโทรศัพท์ก็เปิดพร้อมกับข้อความต้อนรับเป็นชื่อผม มีผลไม้ให้หนึ่งถาด เข้ามาในห้องแอร์เย็นเฉียบเลยคัรบ เปิดแอร์รอไว้แล้วก่อนเข้าพัก ที่นอน หมอน ไม่ต้องพูดถึงครับ ดูดวิญญาณ สุดๆ นอนสบายมากๆ เช็คอินเสร็จผมกะว่าจะไปวิ่งออกกำลังกายที่ฟิตเนสครับ น้องจูนบอกว่าฟิตเนสปิดสองทุ่ม ผมดูนาฬิกา เพิ่งจะทุ่มครึ่ง เอาวะ สัก 30 นาทีก็ยังดี สรุปเดินหาฟินเนสไม่เจอคัรบ ด้วยความเฟอะฟะของผมเอง เดินผ่านไปแต่หาไม่เจอ เลยไม่ได้วิ่ง ก็ทานข้าวและกลับเข้าห้องรีบนอนเพราะตอนเช้าจะต้องตื่นมาเตรียมบรรยาย

ห้องอาหารเช้า

ตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวบรรยาย ก็แวะมาห้องอาหารแต่เช้า เจ็ดโมงกว่าๆ คนยังไม่เยอะ สำรวจไลน์อาหารก่อนเลย ดุสิตธานี ไม่เคยทำให้ผิดหวังเรื่องอาหารเช้า ให้รูปที่ผมถ่ายเล่าเรื่องดีกว่านะครับ อาหารครบ เยอะ มากมาย จนไม่รู้จะเริ่มจากไหน กินให้อิ่มถึงกลางวันยังได้เลยครับ น้องๆในห้องอาหารบริการดีมากๆ กาแฟเติมตลอดจนต้องขอเบรค ไม่งั้นคงไม่ได้นอนอีกสามวัน

อาหารรสชาติดีมากๆครับ ไร้ที่ติ ชีสเพลต นี่ MVP เลยครับ ตัดสองรอบเลยผม

หลังจากบรรยายเสร็จ ผมก็แวะไปวิ่งออกกำลังกายที่ฟิตเนสครับ ฟิตเนส เล็กๆ ไม่ใหญ่มาก แต่อุปกรณ์ดี และ ครบครับ ด้วยความเป็นรีสอร์ท คนไม่เยอะครับ ผมแทบจะเป็นคนเดียวในฟิตเนสเลย ฟินเลยครับ ผมวิ่งอยู่เกือบสองชั่วโมง ก็กลับห้องเตียมตัวไปทานข้าว ผมหาเคสหูฟังไม่เจอครับ คำตอบเดียวที่ให้กับตัวเองได้คือ ลืมไว้ที่ฟิตเนส แน่นอน ก็เลยเดินกลับไปที่ฟิตเนส มุ่งหน้าไปที่ลู่วิ่งที่ผมวิ่ง แน่นอนครับอย่างที่คิดไว้ว่า "หายไปแล้ว" ก็เลยมาถามหาที่ฟร้อนท์ เจอ "น้องจูน" ครับ น้องบอกว่าเดี๋ยวรีบติดตามให้ แล้วจะโทรแจ้งที่ห้อง ผมก็กลับห้องครับ ประมาณ 20 นาที "น้องจูน" โทรมาหา บอกว่าเจอแล้ว จะให้น้องแม่บ้านขึ้นมาให้ทีห้องพัก และผมก็ได้ เคสหูฟังคืนครับ

สองวันผ่านไป บรรยายจบ กลับบ้านครับ ด้วยความที่ผมต้องเช็คเอ้าท์ตอนเช้า เพราะผมบรรยายเสร็จก็ประมาณห้าโมงเย็น ก็เลยไม่สามารถใช้ห้องได้ถึงเย็น ผมก็เก็บกระเป๋าใบเล็กๆของผมไว้ในห้องสัมนาเลยครับ กะว่าก่อนกลับ ก็เปลี่ยนกางแกงเป็นขาสั้นดีกว่า ก็ตามนั้น บรรยายเสร็จก็เปลี่ยนกางเกง และขึ้นไปนั่งรอรถไปส่งที่สนามบิน เหลือเวลาประมาณเกือบชั่วโมง ก็นั่งในล็อบบี้ครับ รอจนรถมา "น้องจูน" ก็เดินมาส่งผมและน้องอีกคนที่รถ เพื่อไปสนามบิน

ตอนแรกเรื่องราวน่าจะจบแค่นี้ครับ แต่พอกลับถึงบ้าน ผมหา "เข็มขัด" ไม่เจอ นึกย้อนหลังก็เดาได้ว่า ผมเปลี่ยนกางเกงที่ห้องน้ำตรงล็อบบี้ครับ น่าจะลืมไว้แน่เลย เลยให้น้องที่ดุสิต ประสานงานกับโรงแรมให้ แป๊ปเดียวน้องก็ถ่า่ยรูปเข็มขัดมาให้ว่า "ใช่เส้นนี้ไหมคะ" เป๊ะเลยคัรบ เส้นนี้เลย และผมก็ได้เข็มขัดคืนครับ โรงแรมส่งมาให้ถึงบ้านเลย นี่ถ้าเข็มขัดเส้นนี้หายไป โดนบ่นยาวแน่เลยครับ

"ดุสิตธานี" ไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆครับ มีความสุข ทุกครั้งที่ได้มา

การบริการนี่คือ "ขั้่นสุด" จริงๆ สัมผัสได้จริงๆครับว่า "จากใจ"​ จริงๆ

โดยเฉพาะ พี่คนขับรถ (ขออภัยไม่ได้ถามชื่อ) และ "น้องจูน" GSA สองคนนี้ MVP เลยครับ

อย่างที่เกรินไว้ครับ ผมเชื่อว่า "ดุสิตธานี" สามารถเป็นเชนโรงแรมที่ดีที่สุดในโลกได้ครับ

ดีใจ สุขใจ ภูมิใจ "ดุสิตธานี"

#ความรู้รอบโรงแรม #โรงแรม #ที่ปรึกษาโรงแรม

2025/8/9 แก้ไขเป็น