Automatically translated.View original post

The menu should be ordered.‼️

5/26 Edited to

... Read moreถ้าเสิร์ชหา “kamu biscoff” แล้วลังเลว่าจะสั่งอะไรดี เราว่าเมนูที่ควรเริ่มจริงๆ คือ Biscoff Crumble Yogurt ใน Yogurt Series เลยค่ะ จุดเด่นคือกลิ่นบิสคอฟฟ์ชัดมาก หอมคุกกี้เครื่องเทศแบบละมุนๆ แล้วมีครัมเบิลกรุบๆ ทำให้เครื่องดื่มมีเทกซ์เจอร์ ไม่ได้เป็นโยเกิร์ตเนียนๆ อย่างเดียว กินเพลินจนหมดแก้วแบบไม่รู้ตัว ทริคที่อยากบอกคือ “ท็อปปิ้ง” สำคัญมาก โดยเฉพาะ Warabi Mochi (วาราบิโมจิ) ที่ในป้ายเมนูจะเป็นท็อปปิ้งเพิ่มราคา (+20 บาท) ตัวนี้หนึบเด้ง เคี้ยวสนุก และช่วยบาลานซ์ความหวานกับความหอมของบิสคอฟฟ์ได้ดีมาก เราชอบตรงที่มันทำให้แก้วนี้รู้สึกเหมือนกำลังกินขนมหวานแบบจัดเต็ม แต่ยังคงความสดชื่นของโยเกิร์ตอยู่ เรื่องระดับความหวาน ถ้าคุณเป็นสายหวานจัด เคยเห็นบางคนแนะนำให้สั่งหวาน 100 ได้เหมือนกัน แต่จากที่เราลอง (และเพื่อให้รสบิสคอฟฟ์กับโยเกิร์ตไม่หวานกลบกัน) เราว่าเริ่มที่หวานกลางๆ ก่อนก็ปลอดภัยกว่า แล้วค่อยปรับตามที่ชอบในครั้งถัดไป เพราะครัมเบิลกับซอสบิสคอฟฟ์ให้ความหวานในตัวอยู่แล้ว อีกอย่างที่อยากแชร์สำหรับคนแพ้อาหาร: ในภาพเมนูจะมีหัวข้อ “ข้อมูลผู้แพ้อาหาร” และมีเมนู Peanut Butter Yogurt อยู่ในซีรีส์เดียวกันด้วย ถ้าใครแพ้ถั่ว/นม/กลูเตน แนะนำเช็กส่วนผสมกับพนักงานก่อนสั่งนะคะ จะได้กินแบบสบายใจ สรุปสำหรับคนอยากได้คำตอบเร็วๆ: ถ้าเข้า KAMU KAMU แล้วอยากสั่งเมนู “kamu biscoff” ที่อร่อยชัวร์ ให้สั่ง Biscoff Crumble Yogurt + เพิ่ม Warabi Mochi ไปเลยค่ะ ได้ทั้งความหอม ความกรุบ และความหนึบในแก้วเดียว ฟินมากจริงๆ