ไม่รู้จะจัดการงานล้นมือยังไง ให้ใช้เทคนิค ABCDE

วันนี้พี่ก้อยมีเครื่องมือจัดลำดับความสำคัญที่ใช้ง่ายและได้ผลมาชวนทำกันค่ะ เทคนิคนี้จะช่วยให้เราโฟกัสทำงานสำคัญ ๆ ก่อน ลดเวลาที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ และเพิ่มความสำเร็จในการทำงานประจำวันได้อย่างชัดเจนและจับต้องได้

.

บ่อยครั้งเราเคยเป็นแบบนี้กันใช่มั้ยคะ

.

📌 งานกองเต็มโต๊ะ ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน

📌 ทำไปก็เครียด กลัวพลาดเพราะเป็นงานสำคัญ

📌 ยิ่งรีบยิ่งรู้สึกมีแต่เรื่องรุมเร้า สมองตันไปกันใหญ่

.

ความจริงแล้ว ไม่ใช่ทุกเรื่องจะสำคัญเท่ากันไปหมด บางงานสำคัญมาก แต่บางงานก็แทบไม่จำเป็นเลย

.

พี่ก้อยมีเทคนิคง่าย ๆ ที่ช่วยจัดการเรื่องนี้ได้ให้ชีวิตง่ายขึ้นค่ะ นั่นก็คือ การจัดลำดับความสำคัญแบบ ABCDE วิธีนี้ช่วยให้เราเห็นว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องทำจริง ๆ และอะไรที่ควรปล่อยผ่าน เรามาทำความรู้จักเทคนิคนี้กันเลยค่ะ

.

💡 เทคนิค ABCDE ใช้ยังไง

.

ก่อนอื่นเราจะแบ่งหมวดหมู่งานที่เราทำออกเป็น 5 ประเภทดังนี้ค่ะ

.

🔹 A = Must Do (สำคัญมากที่สุด) เป็นงานที่ต้องทำให้เสร็จทันที ถ้าไม่ทำจะเกิดผลเสียรุนแรง

👉 เช่น งานที่มี deadline แบบด่วน ๆ การเตรียมสอบ หรือการส่งใบสมัครสำคัญ ๆ 

.

🔹 B = Should Do (ควรทำ) เป็นงานที่ควรทำ แต่ถ้าไม่ทำ ผลเสียก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรมาก

👉 เช่น ตอบอีเมลทั่วไป โทรกลับเพื่อน

.

🔹 C = Nice to Do (ทำแล้วดี) เป็นงานที่ทำแล้วก็ดี แต่ไม่กระทบอะไรเลยถ้าไม่ทำ

👉 เช่น ส่องโซเชียล จัดโต๊ะเล็ก ๆ น้อย ๆ

.

🔹 D = Delegate (มอบหมายได้) เป็นงานที่ไม่จำเป็นต้องทำเอง ให้คนอื่นช่วยทำแทนได้

👉 เช่น งานเอกสารย่อย ๆ ส่งของ

.

🔹 E = Eliminate (ตัดออกไปเลย) เป็นงานที่ไม่จำเป็นใด ๆ ทำแล้วเสียเวลาอันมีค่า แต่ไม่เกิดคุณค่า

👉 เช่น เล่นเกมยาว ๆ ทั้งคืน ดูคลิปเพลินจนลืมเวลา

.

🛠 ตัวอย่างการลงมือใช้จริง

.

เพื่อให้เห็นภาพ พี่ก้อยลองยังตัวอย่างการนำไปใช้ไว้ให้ด้วยค่ะ

.

สมมติว่าวันนี้มีงานเข้ามาพร้อมกัน 5 งาน

.

🎯 รายงานที่ต้องส่งพรุ่งนี้เช้า → A

🎯 ตอบไลน์เพื่อนที่ชวนดูซีรีส์ → C

🎯 ส่งเอกสารให้ฝ่ายอื่น → D

🎯 วางแผนเรียนภาษาเพิ่ม → B

🎯 ดู TikTok ฆ่าเวลา → E

.

ถ้าเราจัดการอย่างไม่มีระบบ เราอาจเผลอไปทำข้อ 2 หรือข้อ 5 ก่อน แล้วสุดท้ายเราเองที่จะหัวฟูเพราะรายงานยังไม่เสร็จ แต่พอใช้ ABCDE เราจะจัดการเรียงลำดับความสำคัญและยังสามารถตัดข้อที่ยังไม่จำเป็นออกไปได้อีกด้วยค่ะ ผลที่ได้จะออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ

.

✅ ทำรายงาน (A) ก่อน → เราจะได้โล่งใจที่งานเสร็จแล้ว

✅ กันเวลาไว้เรียนภาษา (B) → เพื่อพัฒนาอนาคต

✅ งานเอกสาร (D) มอบหมายให้คนอื่นทำได้ → ประหยัดแรงไปอีก

✅ เรื่องตอบไลน์เพื่อน © หรือเล่น TikTok (E) ไว้ทีหลัง → เก็บไว้ทำตอนเวลาที่เราว่างจริง ๆ 

.

ผลลัพธ์ คือ งานที่สำคัญจริง ๆ จะเสร็จทันเวลา โล่งใจ และยังได้พัฒนาตัวเองด้วย 🎯

.

🌟 ข้อดีของเทคนิคนี้

.

📌 ไม่หลงไปกับงานที่ เหมือนด่วนแต่ไม่สำคัญ

🧠 ลดความเครียด สมองไม่ตื้อ เพราะรู้ว่าควรเริ่มตรงไหน

⏳ เวลาที่มีถูกใช้ไปกับสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด

🚀 ชีวิตมีโฟกัส ทำงานน้อยลง แต่ได้ผลมากขึ้น

.

💬 ลองถามตัวเองทุกครั้งที่มีงานเข้ามา ว่าเป็นประเภท A, B, C, D หรือ E แล้วจะเห็นเลยว่าไม่ใช่เรื่องด่วนทุกเรื่องจะเป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ 🩵

.

✨ Fun Fact

.

เดิมที เทคนิคนี้ถูกเรียกว่า ABCD เอาไว้จัดลำดับงานง่าย ๆ ต่อมา Brian Tracy ได้นำมาพัฒนาเพิ่มเป็น ABCDE โดยใส่ตัว E = Eliminate เข้าไป เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปปฏิบัติมากขึ้น เพราะในชีวิตจริง การตัดงานที่ไม่จำเป็นออก ก็เป็นการลดเวลาการทำงาน และลดพลังงานที่ต้องใช้ค่ะ 🌈

.

👉 เวลาหัวฟูกับงานเมื่อไหร่ ลองเอาเทคนี้ไปใช้ดูนะคะ แล้วสังเกตดูว่าชีวิตดีขึ้นอย่างที่พี่ก้อยพูดมั้ยค่ะ 😉✨

.

#KoiGratitude #จิตวิทยาพัฒนาตนเอง #เทคนิค #ABCDE #จัดลำดับ

อำเภอลำลูกกา
2025/8/30 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการจัดลำดับความสำคัญงานด้วยเทคนิค ABCDE ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราจัดการงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเครียดในการทำงานได้จริง เพราะไม่ใช่ทุกงานที่เข้ามาจะมีความสำคัญเท่ากัน เทคนิคนี้มีประโยชน์มากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ต้องรับมือกับหลายภารกิจพร้อมกัน เมื่อเราใช้ ABCDE ในการจัดการงาน เราจะสามารถมองเห็นภาพรวมของงานทั้งหมดได้ชัดเจนขึ้น เช่น งานที่ต้องทำทันทีหรือมีผลกระทบรุนแรง (A) คืองานช่องทางที่ต้องได้รับความสำคัญอันดับแรก จากนั้นจึงมาดูงานที่ควรทำ (B) ที่ช่วยพัฒนาอนาคตและมีผลดีตามมา งานที่ทำแล้วดีแต่ไม่เร่งด่วน (C) ช่วยให้ชีวิตมีระเบียบแต่สามารถเลื่อนออกไปได้ งานมอบหมาย (D) ที่ช่วยลดภาระของเราและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเป็นทีม รวมถึงงานที่ไม่จำเป็นและควรตัดออก (E) เพื่อไม่ให้เสียเวลาและพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์ การปรับใช้เทคนิค ABCDE อย่างจริงจัง จะช่วยให้เราคอนโทรลงานและเวลาของเราได้ดีขึ้น ช่วยลดความวิตกกังวลเนื่องจากรู้ชัดเจนว่างานอันไหนควรทำก่อนหลัง รวมถึงการมอบหมายงานที่ไม่จำเป็นต้องทำเอง ช่วยแบ่งเบาภาระให้กับทีม นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เราได้มีเวลาวางแผนและพัฒนาตัวเอง เช่น การเรียนภาษาเพิ่มขึ้นในกลุ่มงาน B หากคุณทำงานจนรู้สึกว่าล้นมือ หัวฟู หรือไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน เทคนิคนี้จะช่วยให้รู้ว่าควรเริ่มต้นกับอะไรและลดงานที่ไม่จำเป็นออกไป ทำให้ชีวิตการทำงานมีโฟกัสมากขึ้น และได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในเวลาที่น้อยลง เรียกได้ว่าเป็นวิธีที่ช่วยจัดการเวลาที่ดีเยี่ยมและเป็นไปได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา พนักงาน หรือคนทำธุรกิจ เทคนิค ABCDE จะช่วยทำให้การจัดการงานและเวลาของคุณมีระบบและประสิทธิภาพ พร้อมรับมือกับความเร่งรีบและความกดดันในทุก ๆ วันได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน