Automatically translated.View original post

First car. In 25 years old.

Hello everyone who came to read it. 🥰

⭐ the matter of collecting money. We collect it from our own salaries.

As for annuities per month, help with the fans. But before we decided to leave the car, we practiced for a while. We estimated the cost per month of annuities, car oil, car insurance, maintenance, tire, battery change, calculated as the cost per month, and the number that came out, so we got out.

🚗🛣️

# Buy the first car # Trending # Car expenses

2025/10/4 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลัง “ซื้อรถคันแรก” แล้วกังวลว่าเก็บเงินยังไง/จ่ายอะไรบ้าง เราแนะนำให้เริ่มจากการทำภาพรวมค่าใช้จ่ายแบบที่เราทำเลย คือ “ซ้อมผ่อน” ก่อนออกรถจริง 2-3 เดือน โดยโอนเงินเข้าบัญชีแยกทุกเดือนเท่ากับยอดที่คิดว่าจะต้องจ่าย (ค่างวด + ค่าใช้จ่ายรถ) ถ้าทำได้ไม่เจ็บมาก แปลว่าโอกาสรอดสูง แต่ถ้าทำแล้วตึงมือ จะได้ปรับแผนทันก่อนเป็นหนี้ยาว 1) ตั้งงบดาวน์ + เงินสำรองก่อนซื้อรถ สำหรับเราจะไม่ดูแค่ค่างวดอย่างเดียว แต่จะเตรียม “เงินสำรอง” เผื่อเหตุฉุกเฉินด้วย เช่น อย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่ายรวม (ค่าผ่อน + ค่าใช้รถ) เพราะรถมีโอกาสมีค่าใช้จ่ายก้อน เช่น เปลี่ยนยาง/แบตเตอรี่ หรือซ่อมแบบไม่ทันตั้งตัว 2) คำนวณค่าใช้จ่ายรถยนต์รายเดือนให้ครบ รายการที่ควรใส่ในตาราง (ทำในโน้ตหรือ Excel ก็ได้) - ค่างวดรถ: ยอดหลักที่ต้องจ่ายตรงทุกเดือน - ค่าน้ำมัน/ชาร์จไฟ: ประเมินจากระยะทางไป-กลับงาน + ทริปเสาร์อาทิตย์ - ค่าประกันรถ: บางคนจ่ายรายปี ให้หาร 12 เฉลี่ยเป็นรายเดือน จะเห็นภาพชัด - ค่าบำรุงรักษา: ค่าน้ำมันเครื่อง/เช็กระยะ (เฉลี่ยรายเดือน) - ค่ายาง + ค่าเปลี่ยนแบต: เป็นก้อนใหญ่ ให้ “กันเงิน” ไว้ทุกเดือน เช่น แบตเฉลี่ย 2-3 ปี, ยาง 3-5 ปีแล้วแต่การใช้ - ค่าทางด่วน/ค่าจอดรถ/ล้างรถ: รายการเล็กๆ แต่รวมกันแล้วไม่น้อย - ภาษีรถ/พ.ร.บ.: จ่ายรายปีเหมือนกัน แนะนำเฉลี่ยเป็นรายเดือน 3) เช็กสัดส่วนผ่อนรถต่อรายได้ ทริคที่ช่วยให้ไม่เหนื่อยคือพยายามให้ “ค่างวด” อยู่ในระดับที่ยังเหลือเงินใช้ชีวิตและเก็บออมต่อได้ (อย่าทุ่มหมดหน้าตักกับรถ) โดยเราจะดูรายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายประจำ แล้วค่อยตัดสินใจว่ายอดผ่อนต่อเดือนไหวจริงไหม 4) ก่อนเซ็นสัญญา ลองถามตัวเอง 3 ข้อ - ถ้ารายได้ลดลง 20% ยังจ่ายค่างวดไหวไหม? - ถ้ามีค่าใช้จ่ายก้อน (เช่น ยาง/แบต/ซ่อม) จะหยิบจากไหน? - ประกันครอบคลุมการใช้งานเราจริงหรือยัง (ขับทุกวัน/จอดกลางแจ้ง/วิ่งต่างจังหวัดบ่อย) สุดท้าย การซื้อรถคันแรกไม่ใช่แค่เรื่อง “ซื้อรถ” ให้ได้ แต่คือการวางแผนให้ดูแลรถได้ยาวๆ แบบไม่เครียดค่ะ ถ้าใครอยากให้ช่วยเช็กตารางค่าใช้จ่ายคร่าวๆ บอกไลฟ์สไตล์การขับและงบที่คิดไว้ได้เลยนะคะ