Witch Hat ep.3 ฉากนี้จะดีขึ้น ถ้าตัดบทพูดออกไป

Witch Hat Atelier ได้มาถึงตอนที่ 3 แล้วและได้แสดงความยอดเยี่ยมในการเล่าเรื่องอีกครั้งโดยการใช้ปูมหลังและความผูกพันกับแม่มาใช้ในการเล่าผ่านฉากการทดสอบเก็บดอกไม้ที่ดันขึ้นอยู่บนเกาะดินลอยฟ้าเหมือนบอลลูนยักษ์ แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยพลังรักและความผูกพันของแม่ลูกอย่างที่เห็นในรูป

ทำไมเราถึงรู้สึกซาบซึ้งในฉากนี้? เพราะตลอดทั้งตอนมันเล่าเรื่องของแม่โคโค่ที่เห็นความผูกพันและความตั้งใจของนางเอกที่จะกลับไปช่วยแม่ให้ได้ผ่าน flashback ซ้ำๆเกือบตลอดทั้งตอน ที่เราไม่รู้สึกรำคาญเพราะมันค่อยๆ หยอดมาและไม่เหมือนเดิมทุกครั้ง

หากลองสังเกตดีๆ จะเห็นว่าทั้งตอนมันเน้นแค่เรื่องแม่นางเอกแต่เปลี่ยนวิธีนำเสนอเท่านั้น ทั้งหมดที่ทำไปเพื่อบิ้วอารมณ์และเปลี่ยนเป็นความรู้สึกดีที่ได้ปลดปล่อยในตอนสุดท้ายเมื่อนางเอกทำภารกิจได้สำเร็จ ทั้งหมดที่เราเห็นในฉากนี้เป็นเทคนิคเรียกว่า "Motif"

ถ้ายังนึกภาพไม่ออก ลองนึกถึงเรื่อง Your name ทำไมคุณถึงรู้สึกซาบซึ้งกับฉากเขียนชื่อบนฝ่ามือที่ภูเขาล่ะ นั้นก็เป็น Motif ที่เล่าเรื่องผ่าน " ชื่อ " ในเรื่องนั้น

แต่สิ่งเดียวที่ติดใจจนทำให้ผมเขียนโพสต์นี้คือ ฉากที่นางเอกบินได้ด้วยเวทมนตร์ของตัวเองแล้วหันไปเห็นก้อนหินจนนึกถึงเรื่องของบ้านและแม่ตัวเอง ก่อนจะน้ำตาไหลด้วยความซาบซึ้งและพูดว่า " สิ่งที่เรียนรู้จากการช่วยแม่ ช่วยฉันเรื่องเวทมนตร์ของฉัน " นั้นแหละที่มันขัดใจว่าจะให้พูดออกมาทำไม?

ฉากนี้ผมขอแนะนำให้ดูอีกรอบแล้วปิดเสียงไม่อ่านซับแค่ช่วงที่ผมกล่าวถึง ผมเชื่อว่าต่อให้ไม่มีบทพูดนี้แค่เห็นสีหน้านางเอกที่น้ำตาไหล เราจะเข้าใจความรู้สึกของนางเอกดีกว่าให้เธอพูดออกมาเสียอีก

ด้วยความสงสัยเลยไปเปิดมังงะดู แล้วก็ถึงบางอ้อ ฉากนี้ในมังงะเป็นช่องที่ตัวละครคิดอย่างที่เห็นในภาพ แต่อนิเมะให้ตัวละครพูดออกมาแทน มันไม่ได้ถึงขนาดผิดพลาดแค่น่าเสียดาย คุณอุตสาห์วาดการเคลื่อนไหวและสีหน้าของตัวละครมาได้ดีขนาดนั้นแล้ว

ผู้กำกับควรจะเชื่อใจคนดู และแสดงศักยภาพของการเล่าเรื่องและอารมณ์ผ่านภาพ เปิดพื้นที่ให้คนดูได้ใช้ความคิดจินตนาการด้วยตัวเองบ้าง ซึ่งในเรื่องก็ทำได้ดีอยู่แล้ว ตอนแรกที่นางเอกยังไม่เปิดปากพูดผมที่นั่งดูอยู่ลุกขึ้นยืนจะปรบมือให้เลย เพราะมันเหนือกว่ามังงะไปแล้วด้วยการเล่าเรื่องผ่านภาพ พอพูดเท่านั้นแหละต้องกลับไปนั่งเลย

#รีวิวอนิเมะ #ป้ายยาอนิเมะ #WitchHatAtelier #รีวิวNetflix #กิจกรรมยามว่าง

4/16 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การดูอนิเมะเรื่อง Witch Hat Atelier ตอนที่ 3 นั้น ฉากที่นางเอกบินบนเวทมนตร์และน้ำตาไหลนั้น เป็นช่วงเวลาที่สะท้อนความรู้สึกได้อย่างทรงพลังมาก และเมื่อดูโดยปิดเสียงหรือไม่อ่านข้อความบรรยาย เราจะรับรู้ได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกอย่างลึกซึ้งผ่านสีหน้าและท่าทางของนางเอกมากกว่าการฟังบทพูดที่บอกตรงๆ ว่า "สิ่งที่เรียนรู้จากการช่วยแม่ ช่วยฉันเรื่องเวทมนตร์ของฉัน" วิธีนี้ช่วยเปิดพื้นที่ให้คนดูจินตนาการและตีความความรู้สึกด้านในของตัวละครตามประสบการณ์ส่วนตัวมากขึ้น ในมังงะฉากนี้เป็นความคิดในหัวของตัวละครซึ่งทำให้คนอ่านได้สัมผัสความรู้สึกได้โดยตรง แต่พอมาเป็นอนิเมะการเปลี่ยนเป็นบทพูดอาจดูเหมือนลดความซับซ้อนและความลึกของอารมณ์ลงไป แม้ว่าการวาดภาพเคลื่อนไหวและสีหน้าที่ถ่ายทอดออกมานั้นยอดเยี่ยมมากก็ตาม สำหรับผู้กำกับและทีมงาน การใช้ "Motif" หรือสัญลักษณ์ซ้ำๆ ในการเล่าเรื่องและบิ้วท์อารมณ์ควรได้รับการชื่นชมอย่างสูง เพราะการเล่าเรื่องด้วยภาพและเสียงที่ไม่ต้องบอกเยอะ ช่วยให้คนดูซึมซับเรื่องราวได้ดี แต่ก็ต้องรู้จักถอยไปเชื่อใจคนดูด้วยว่าเค้าสามารถตีความเรื่องราวได้โดยไม่ต้องอธิบายในบทพูดทุกอย่าง ด้วยเหตุนี้ถ้าใครดู Witch Hat Atelier สามารถลองปิดเสียงที่ฉากสำคัญแล้วใช้สายตาตีความอารมณ์ดู จะพบว่ามันทรงพลังและเข้าถึงความรู้สึกมากกว่าการฟังบทพูด นี่คือประสบการณ์ส่วนตัวที่อยากแชร์ เพราะผมเชื่อว่าศิลปะของการเล่าเรื่องผ่านภาพและการใช้ "Motif" อย่างเปี่ยมด้วยความละเอียดอ่อน เป็นสิ่งที่ทำให้อนิเมะเรื่องนี้โดดเด่นและน่าประทับใจอย่างยิ่ง

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ mimimi
mimimi

แอบอวดค่ะเห็นในพิณเรื่องนี้แล้วน่ารักมากกเลยลองทำ ยังไม่ได้ดูเรื่องนี้เลยค่ะ เห็นคุณอธิบายแล้วน่าดูใช่ย่อย