#แกงป่าพริกแกงเมืองกาญ#รีวิว #thaifood #streetfood
ถ้าใครกำลังเสิร์ช “พริกแกงป่า” แล้วไม่แน่ใจว่าต่างจากพริกแกงแดง/พริกแกงเผ็ดยังไง เราสรุปจากที่ลองกินและลองทำเองให้เลยนะ พริกแกงป่าโดยรวมจะเน้น “สมุนไพรหอมๆ + ความเผ็ดร้อน” มากกว่าความมัน และส่วนใหญ่แกงป่าจะไม่ใส่กะทิ (เลยได้รสจัด เคลียร์ลิ้น กินกับข้าวสวยคือพอดี) จุดเด่นที่เรารู้สึกได้คือกลิ่นกระชาย พริกไทยอ่อน ใบกะเพรา/ใบยี่หร่า และพริกแห้งที่หอมแบบไทยๆ ไม่หวานนำ วิธีเลือกพริกแกงป่าให้ถูกใจ (ใช้ได้ทั้งแบบซอง/แบบตำสด) 1) ดู “กลิ่นก่อน” เปิดซองแล้วควรมีกลิ่นสมุนไพรชัด ไม่เหม็นหืน ถ้ามีกลิ่นน้ำมันแรงๆ หรือกลิ่นเก่าค้าง แปลว่าอาจเก็บนาน 2) ดู “สีและเนื้อ” สีควรออกแดงน้ำตาล ไม่ซีดเกินไป เนื้อพริกแกงควรละเอียดพอสมควรแต่ยังเห็นเสี้ยนสมุนไพรเล็กๆ 3) เช็กส่วนผสมที่ชอบ: สายหอมกระชายให้เลือกสูตรที่มี “กระชาย” อยู่ต้นๆ ของรายการ ส่วนคนชอบเผ็ดมากให้ดูว่ามีพริกแห้ง/พริกขี้หนูเยอะไหม ทริคทำแกงป่าให้อร่อยแบบร้าน (ทำง่ายๆที่บ้าน) - ผัดพริกแกงกับน้ำมันนิดเดียวให้ “หอมแตก” ก่อนค่อยเติมน้ำ (ขั้นนี้สำคัญมาก ทำให้กลิ่นพริกแกงป่าชัดขึ้น) - ใช้น้ำซุปหรือใส่น้ำเปล่าแล้วตามด้วยเครื่องปรุงทีละนิด: น้ำปลา + ปลายช้อนน้ำตาล (ไม่ต้องหวาน แค่ตัดปลายเผ็ด) - ใส่ผักที่เข้ากัน: มะเขือเปราะ หน่อไม้ ถั่วฝักยาว ข้าวโพดอ่อน พริกไทยอ่อน กระชายซอย ใบกะเพรา/ใบยี่หร่า - เนื้อสัตว์ที่เข้ากัน: หมู ไก่ หรือปลาดุก (ปลาดุกแกงป่าเข้มๆคือที่สุด) ระดับความเผ็ดปรับได้ ถ้าพริกแกงป่าเผ็ดมาก ให้ลดปริมาณพริกแกงลงก่อน แล้วค่อยเพิ่มพริกไทยอ่อน/กระชายเพื่อดึงความหอมแทน หรือเติมน้ำซุปเพิ่มให้รสซอฟต์ลงแต่ยังกลมกล่อม สุดท้าย ถ้าใครเจอพริกแกงป่าที่ “หอมสมุนไพรแบบเมืองกาญ” จะรู้สึกเลยว่ามันคนละฟีลกับพริกแกงทั่วไป รสจะจัดจ้านแต่กินเพลิน เหมาะทั้งทำแกงป่าและเอาไปผัดเผ็ดแบบแห้งๆด้วย