自動翻訳されています。元の投稿を表示する

それは本当ですvsそれが原因です。🤔

2025/11/16 に編集しました

... もっと見るเวลาเจอคำว่า -잖아요 กับ -거든요 หลายคน (รวมถึงเราเมื่อก่อน) มักจำได้แค่ว่า “เหมือนเป็นการให้เหตุผล” เลยสลับใช้กันบ่อย ๆ แต่จริง ๆ จุดต่างอยู่ที่ “ผู้ฟังรู้อยู่แล้วไหม” และ “น้ำเสียงที่ผู้พูดต้องการสื่อ” ค่ะ 1) -잖아요 (จานาโย) = ย้ำ/เตือนในสิ่งที่อีกฝ่าย ‘น่าจะรู้’ อยู่แล้ว ภาพรวมคือ ผู้พูดคิดว่าข้อมูลนี้เป็นเรื่องที่ผู้ฟังรู้อยู่แล้ว เคยรู้ หรือควรรู้ แต่อาจลืม/มองข้ามไป จึงพูดเหมือน “บอกแล้วไง/เห็นไหม/ก็…ไง” (แต่ถ้าใช้ผิดจังหวะอาจฟังดูเหมือนตำหนิได้นิดนึง) ตัวอย่างที่ใช้บ่อย - 빨리 가요. 늦잖아요! = รีบไปเถอะ สายแล้วนะ! (อีกฝ่ายควรรู้อยู่แล้วว่าเริ่มสาย) - 이거 맛있잖아요. = อันนี้อร่อยไง/อร่อยอยู่แล้วไง (ย้ำความจริงที่รู้กัน) ทริคจำ: ถ้าประโยคในหัวเราเป็นแนว “ก็รู้อยู่แล้วนี่นา” ให้ลองนึก -잖아요 ไว้ก่อนค่ะ 2) -거든요 (กอ-ดือน-โย) = ให้เหตุผล/ข้อมูลที่ผู้ฟัง ‘ยังไม่รู้’ อันนี้จะเป็นโหมด “ขออธิบายก่อนนะ” หรือ “ที่เป็นแบบนี้เพราะว่า…” เหมือนส่งข้อมูลใหม่ให้ผู้ฟัง เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ ตัวอย่างที่ใช้บ่อย - 오늘 못 가요. 일이 있거든요. = วันนี้ไปไม่ได้ เพราะมีธุระ (เหตุผลใหม่ที่เพิ่งบอก) - 지금 배고파요. 아침을 안 먹었거든요. = ตอนนี้หิว เพราะไม่ได้กินข้าวเช้า ทริคจำ: ถ้ากำลัง ‘เฉลยเหตุผล’ ให้อีกฝ่ายฟัง และคิดว่าเขายังไม่รู้มาก่อน ใช้ -거든요 จะธรรมชาติกว่าค่ะ 3) ลองเทียบสถานการณ์เดียวกันให้เห็นภาพ - 늦잖아요! = สายแล้วนะ! (เหมือนเตือน/เร่ง เพราะมันเป็นเรื่องที่ควรรู้) - 늦거든요. = เอ่อ…คือมันสายแล้วล่ะ (ให้ข้อมูลว่า “สาย” เป็นเหตุผล/ข้อเท็จจริงที่อีกฝ่ายอาจไม่รู้) ประโยคหลังจะฟังคล้ายอธิบายเหตุผลมากกว่า ไม่ได้เร่งแบบประโยคแรก 4) ข้อควรระวังเล็ก ๆ ที่เราชอบพลาด -잖아요 ถ้าใช้กับคนที่ “ไม่รู้อยู่แล้วจริง ๆ” อาจทำให้เขารู้สึกว่าเราพูดแบบตำหนิ เช่นเหมือนบอกว่า “ก็รู้อยู่แล้วสิ” ทั้งที่เขาไม่รู้ -거든요 มักใช้เป็นการให้เหตุผลต่อท้ายประโยค เช่น “못 가요… (왜?) 일이 있거든요” พอใช้ถูกจังหวะจะสุภาพและเป็นธรรมชาติ สรุปสั้น ๆ ก่อนจบ: -잖아요 = ย้ำ/เตือนสิ่งที่รู้อยู่แล้ว, -거든요 = บอกเหตุผลใหม่ที่อีกฝ่ายยังไม่รู้ ถ้าลองเช็ก “ผู้ฟังรู้เรื่องนี้ไหม” ก่อนพูด จะเลือกได้ง่ายขึ้นมากค่ะ