Automatically translated.View original post

What is Thai with the word "old"?

3/27 Edited to

... Read moreเคยเป็นเหมือนกันเลยค่ะ อยู่ดีๆ ก็วนกลับไปคิดถึง “คนเก่า” ทั้งที่ไม่ได้อยากกลับไปคบ หรือไม่ได้มีดราม่าอะไร แค่มันเหมือนสมองเปิดโหมด “ย้อนวันวาน” แล้วเราก็เผลอถามตัวเองว่า คนไทยเป็นอะไรกับคนเก่า ทำไมคำว่าเก่ามันดูมีพลังจัง สำหรับเรามันมีหลายเหตุผลที่ทำให้ “คนเก่า/ของเก่า/ช่วงเวลาเก่าๆ” โผล่มาแบบไม่ได้นัดหมาย อย่างแรกคือความคุ้นเคยค่ะ พอชีวิตปัจจุบันเหนื่อยๆ เครียดๆ หรือรู้สึกไม่มั่นคง สมองจะพาเราไปหาความทรงจำที่รู้สึกปลอดภัย เช่น ตอนมัธยมฯ ตอนที่ยังมีเพื่อนเยอะๆ หรือช่วงที่โลกยังง่ายกว่านี้ อีกอย่างคือคอนเทนต์รอบตัวชอบปลุกความทรงจำมาก ไม่ว่าจะเพลงเก่า ซีรีส์รีรัน รูปในมือถือที่เด้ง “วันนี้เมื่อปีที่แล้ว” หรือแม้แต่เดินผ่านสถานที่เดิมๆ ก็เหมือนกดปุ่มรีเพลย์ทันที แล้วเราจะไม่ได้คิดถึงตัว “คนเก่า” อย่างเดียว แต่คิดถึง “เราในเวอร์ชันเก่า” ด้วย—ตอนที่ยังมีความฝันแบบนั้น ยังยิ้มง่ายแบบนั้น สิ่งที่ช่วยเราดึงตัวเองกลับมาปัจจุบันแบบนุ่มๆ คือหากิจกรรมที่ทำด้วยมือค่ะ ช่วงหนึ่งเราไปหยิบอุปกรณ์ถักโครเชต์ขึ้นมา (ไหมพรมสีเบจ เขียว เหลือง กับเข็มโครเชต์สีแดง) แล้วรู้สึกเหมือนกำลัง “รื้อความทรงจำ” สมัยเรียนมัธยมฯ จริงๆ การนั่งถักทีละห่วงทำให้ใจช้าลง เหมือนจัดระเบียบความคิดไปในตัว ชิ้นงานเล็กๆ ที่ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างทำให้รู้สึกว่าปัจจุบันเรายังสร้างอะไรใหม่ได้ ไม่ได้ติดอยู่กับอดีตอย่างเดียว ถ้าวันไหนคุณเผลอวนคิดถึงคนเก่า ลองเช็กตัวเองเบาๆ ว่าเราคิดถึง “เขา” หรือคิดถึง “ความรู้สึกตอนนั้น” กันแน่ ถ้าเป็นอย่างหลัง อาจไม่ต้องตัดความทรงจำทิ้ง แค่เก็บไว้แบบไม่เจ็บ แล้วหาพื้นที่ให้ตัวเองในตอนนี้ด้วย เช่น ถักโครเชต์ ฟังเพลง ทำชาอุ่นๆ หรือเขียนบันทึกสั้นๆ ว่าวันนี้เราโอเคแค่ไหน สุดท้ายเราไม่คิดว่าการคิดถึงของเก่าเป็นเรื่องแปลกนะคะ มันเป็นธรรมชาติของคนที่มีความทรงจำ เพียงแต่อย่าให้คำว่า “เก่า” มาขโมยความสุขของ “ตอนนี้” ไปหมด เท่านี้ก็พอแล้วค่ะ