12 เคล็ดลับเปลี่ยนตัวเองให้เป็นแม่เหล็กดึงดูดโอกาส
หลายคนใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อวิงวอนขอความโชคดีจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เเต่ความโชคดีไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของพรหมลิขิตที่ล่องลอยมาจากไหน
ความโชคดีคือผลลัพธ์จากการสร้าง **เหตุปัจจัยที่เหมาะสม** จนเกิดเป็น “กาลเทศะของความโชคดี” ซึ่งประกอบด้วยตัวเรา บุคคลที่พบเจอ สถานการณ์ และช่วงเวลาที่ประจวบเหมาะกันพอดี
หากจะอธิบายให้เห็นภาพ ความโชคดีก็ เปรียบได้กับ “ผีเสื้อ”
> หากคุณต้องการให้ผีเสื้อโบยบินเข้ามาในชีวิต คุณไม่ควรวิ่งไล่จับ เพราะยิ่งวิ่งไล่ ผีเสื้อก็ยิ่งบินหนี
> สิ่งที่ควรทำคือปลูกดอกไม้ และสร้างบรรยากาศให้ดีพอ เมื่อดอกไม้เบ่งบาน ผีเสื้อจะบินเข้ามาหาคุณเอง
> ความโชคดีก็เช่นกัน เราไม่จำเป็นต้องวิ่งไล่ล่าโอกาส แต่ควรสร้างเหตุปัจจัยภายในตัวเองให้พร้อม เมื่อถึงเวลา โอกาสจะมองเห็นเราเอง
การเป็นแม่เหล็กดึงดูดโอกาสจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็น “ทักษะ” ที่สามารถฝึกฝนได้ผ่านหลักคิด 12 ข้อต่อไปนี้
ส่วนที่ 1
สร้างตัวเองให้พร้อมสำหรับความโชคดี
การพัฒนาจากภายใน เปรียบเสมือนการเตรียมดินให้พร้อม เพื่อให้ดอกไม้แห่งโอกาสเติบโตและเบ่งบาน
1. สร้างความเชี่ยวชาญในหน้าที่
**Expertise**
กฎข้อแรกคือ คุณต้องเก่งจริงในสิ่งที่ ทำ ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใดก็ตาม
สถาปนิกต้องหมั่นฝึกฝนความคิดสร้างสรรค์และลับไอเดียให้เฉียบคม ส่วนทนายความนอกจากต้องแม่นยำด้านกฎหมายแล้ว ยังควรเข้าใจธรรมชาติและความเป็นมนุษย์อย่างลึกซึ้ง
ความเก่งที่เกิดจากการฝึกฝนคือทรัพย์สินที่ไม่มีใครพรากไปจากคุณได้ และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้อื่นเชื่อมั่น พร้อมหยิบยื่นโอกาสให้
2. มีความรู้ทั้งลึกและกว้าง
**T-Shaped Knowledge**
นอกจากการรู้ลึกในศาสตร์ที่ตนเองเชี่ยวชาญแล้ว เราควรรู้กว้างในศาสตร์อื่น ๆ ด้วย โดยเฉพาะศาสตร์ที่ดูแตกต่างหรืออยู่คนละด้านกัน
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ สนใจทั้งฟิสิกส์และดนตรี ขณะที่สตีฟ จอบส์ นำแนวคิดเรื่องเซ็น ศิลปะ และความเรียบง่าย มาผสมผสานกับเทคโนโลยี
การเรียนรู้หลายศาสตร์จะช่วยให้คุณมี “ลายเซ็น” เฉพาะตัว มองเห็นความเชื่อมโยงท ี่คนอื่นมองไม่เห็น และไม่กลายเป็นคนที่มีความสามารถเพียงด้านเดียว
ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ ๆ มักเกิดขึ้นตรงจุดตัดระหว่างความรู้หลายแขนง
3. ฝึกจิตให้สงบและเป็นกลาง
**Equanimity**
ในวันที่อารมณ์พุ่งพล่าน สติปัญญามักลดลงตามไปด้วย
การฝึกจิตให้อยู่ในภาวะเป็นกลาง ไม่บวกหรือลบจนเกินไป จะช่วยให้เรามองเห็นสถานการณ์ได้ชัดเจน เหมือนผิวน้ำที่นิ่งสงบจนสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องล่าง
สมาธิจึงเป็นหนึ่งในเหตุแห่งการสมปรารถนา เพราะช่วยให้เราคิดได้รอบคอบ มองเห็นทางเลือก และตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมในเวลาสำคัญ
4. มองเห็นความเป็นไปได้
**Optimism**
ประตูแห่งโอกาสมักปิดลงทันทีสำหรับคนที่ตัดสินว่า “เป็นไปไม่ได้” ตั้งแต่ยังไม่ได้ลอง
ตัวอย่างเช่น ลูกสาวคนหนึ่งเห็นประกาศให้เช่าตึกแถวจึ งตัดสินใจโทรไปสอบถาม ขณะที่พ่อบอกว่าไม่ควรโทร เพราะตึกใหม่ขนาดนั้นค่าเช่าคงเกินงบแน่นอน
แต่เมื่อโทรไปจริง ๆ กลับพบว่าราคาเช่าอยู่ในงบพอดี
บางครั้งโอกาสไม่ได้ซ่อนตัวอยู่ไกล เพียงแต่คนจำนวนมากไม่กล้าเปิดประตูเข้าไปดู
เมื่อเราคิดว่า “มันอาจเป็นไปได้” เราจะกล้าทำสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าแม้แต่จะลอง
5. ตั้งเป้าหมายให้สูง
**High Goals**
สมองของเราใช้พลังงานในการคิดเป้าหมายใหญ่และเป้าหมายเล็กไม่ต่างกันมากนัก แต่เป้าหมายใหญ่จะช่วยดึงศักยภาพออกมาได้มากกว่า
ลองเปลี่ยนคำถามจาก
“จะผลิตสินค้าเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยได้อย่างไร”
เป็น
“จะผลิตสินค้าให้ได้ 200 ชิ้น โดยใช้ต้นทุนและเวลาเท่าเดิมได้อย่างไร”
โจทย์ที่ใหญ่ขึ้นจะบังคับให้เราคิดต่าง มองหาเครื่องมือใหม่ และสร้างวิธีการที่ไม่เคยมีมาก่อน
การคิดใหญ่จึงไม่ได้หมายถึงการเพ้อฝัน แต่คือการเปิดพื้นที่ให้ศักยภาพของเราได้ทำงานอย่างเต็มที่
6. มีศรัทธาในสิ่งดีงาม
**Faith**
ศรัทธาคือการเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นจักรวาล มนุษยชาติ คุณงามความดี หรือพระรัตนตรัย
ก้อนดินที่แยกอยู่เพียงลำพังอาจเป็นเพียงก้อนดินเล็ก ๆ แต่เมื่อรวมอยู่กับผืนแผ่นดิน ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของพลังอันยิ่งใหญ่
หยดน้ำเพียงหยดเดียวอาจเหือดแห้งได้ แต่เมื่อไหลรวมกับมหาสมุทร ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของพลังที่กว้างใหญ่เกินประมาณ
ศรัทธาที่ถูกต้องไม่ได้ทำให้เราหยุดลงมือทำ แต่ช่วยให้เรามีพลังเดินหน้าต่อ แม้ในวันที่ยังมองไม่เห็นผลลัพธ์
ส่วนที่ 2
เปิดประตูรับความโชคดี
เมื่อภายในพร้อมแล้ว เราต้องเรียนรู้วิธีปฏิสัมพันธ์กับผ ู้คนและโลกภายนอก เพื่อเพิ่มโอกาสให้สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต
7. เลือกคบกัลยาณมิตร
**Noble Friends**
พลัง ความคิด และพฤติกรรมของคนรอบข้างจะค่อย ๆ ซึมเข้าสู่ตัวเรา ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม
มีคำกล่าวว่า ชีวิตของเราคือค่าเฉลี่ยของคนห้าคนที่เราใช้เวลาอยู่ด้วยมากที่สุด แต่ในความเป็นจริง ยังรวมถึงหนังสือที่เราอ่าน สื่อที่เราดู และข้อมูลที่เรารับเข้าไปในแต่ละวันด้วย
หากอยากพัฒนาตัวเองในด้านใด จงพาตัวเองไปอยู่ใกล้คนที่มีคุณสมบัติเช่นนั้น เรียนรู้วิธีคิด วิธีทำงาน และมาตรฐานของพวกเขา
การเลือกสภาพแวดล้อมที่ดี สามารถช่วยย่นระยะเวลาของการเติบโตได้อย่างมหาศาล
8. พาตัวเองไปพบสิ่งใหม่
**New Experiences**
หากเราทำสิ่งเดิม คุยกับคนเดิม ไปสถานที่เดิม และใช้ชีวิตอยู่ในวงจรเดิมทุกวัน โอกาสใหม่ก็เกิดขึ้นได้ยาก
การลองทำกิจกรรมใหม่ เดินทางไปยังสถานที่ที่ไม่เคยไป เข้าร่วมงานสัมมนา หรือพูดคุยกับคนต่างสายอาชีพ ล้วนเป็นการสร้าง “จุดตัดใหม่” ให้กับชีวิต
เราไม่รู้ว่าโอกาสจะมาจากที่ใด แต่เราสามารถเพิ่มพื้นที่ให้โอกาสเกิดขึ้นได้ ด้วยการเปิดโลกของตัวเองให้กว้างกว่าเดิม
9. เป็นคนใจกว้างและอำนวยความสะดวก
**Be Accommodating**
อย่าทำให้ทุกเรื่องกลายเป็นเรื่องยาก และอย่าทำให้ชีวิตของคนรอบข้างติดขัดโดยไม่จำเป็น
ตัวอย่างเช่น เมื่อเข้าพักในโรงแรมแล้วพบว่าแรงดันน้ำเบากว่าที่คาดไว้ แต่ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ เราอาจเลือกปรับตัว แทนที่จะโวยวายหรือเรียกร้องให้ทุกคนต้องวุ่นวายเพราะเรื่องเล็กน้อย
การ “อยู่ง่าย” ไม่ได้หมายถึงการยอมให้ผู้อื่นเอาเปรียบ แต่หมายถึงการแยกให้ออกว่าเรื่องใดควรแก้ไข และเรื่อ งใดสามารถยืดหยุ่นได้
เมื่อเราช่วยทำให้ชีวิตของผู้อื่นราบรื่น เราก็มักได้รับความร่วมมือและความปรารถนาดีกลับคืนมา
10. ฝึกการให้อย่างสม่ำเสมอ
**Consistent Giving**
การเป็นผู้ให้ ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยเงินจำนวนมาก เราสามารถให้ความรู้ ให้เวลา ให้กำลังใจ ให้โอกาส หรือช่วยแก้ปัญหาเล็ก ๆ ให้ผู้อื่นได้
เมื่อเรากลายเป็นคนที่มีประโยชน์ต่อผู้คน โอกาสใหม่ ๆ มักมองเห็นเราได้ง่ายขึ้น
คนส่วนใหญ่อยากช่วยเหลือผู้ที่สร้างประโยชน์ให้แก่คนหมู่มาก เพราะพวกเขารู้ว่า เมื่อช่วยคนคนนี้แล้ว ผลดีอาจส่งต่อไปถึงผู้คนอีกจำนวนมาก
การให้อย่างเป็นระบบจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความดี แต่ยังเป็นการสร้างคุณค่า ความไว้วางใจ และความสัมพันธ์ในระยะยาว
11. กล้าทำสิ่งที่เสี่ยงต่ำ แต่ให้ผลตอบแทนสูง
**Low Risk, High Reward**
บางโอกาสมีต้นทุนเพียงความเขินหรือการถูกปฏิเสธ แต่หากสำเร็จ ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนชีวิตได้
ตัวอย่างเช่น
* ส่งผลงานเข้าประกวด แม้บริษัทของเราจะยังเล็ก
* ติดต่อขอสัมภาษณ์บุคคลที่มีชื่อเสียง
* เสนอโครงการให้กับองค์กรขนาดใหญ่
* สมัครงานที่คุณสมบัติของเรายังไม่ครบทุกข้อ
* ยกมือเสนอความคิดเห็นในที่ประชุม
คนจำนวนมากพลาดโอกาส ไม่ใช่เพราะไม่มีความสามารถ แต่เพราะกลัวเสียหน้า
ก่อนปฏิเสธโอกาส ลองถามตัวเองว่า
> หากไม่สำเร็จ เราจะเสียอะไรจริง ๆ
> และหากสำเร็จ ชีวิตของเราจะเปลี่ยนไปมากเพียงใด
12. ใช้คำพูดขยายโอกาสในชีวิต
**Power of Speech**
คำพูดมีผลต่อความคิด ความสัมพันธ์ และการกระทำของเรา
อย่าด่าทอหรือตอกย้ำตัวเองว่าเป็นคนล้มเหลว และอย่ารีบประณามผู้อื่น เพราะคำพูดที่เราใช้เป็นประจำจะค่อย ๆ กลายเป็นกรอบที่กำหนดวิธีมองโลก
จงฝึกชื่นชมความสำเร็จของผู้อื่นอย่างจริงใจ เพราะการชื่นชมทำให้เราเปิดใจเรียนรู้ แทนที่จะปล่อยให้ความอิจฉาปิดกั้นโอกาส
คำพูดที่ดีอาจไม่เปลี่ยนทุกอย่างในทันที แต่สามารถสร้างกำลังใจ ความไว้วางใจ และความสัมพันธ์ที่นำไปสู่โอกาสใหม่ได้เสมอ
ความโชคดีอาจมีส่วนที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่เราสามารถเพิ่มโอกาสให้สิ่งดี ๆ เกิดขึ้นได้เสมอ
เราสามารถพัฒนาความเชี่ยวชาญ เปิดรับความรู้ใหม่ ฝึกจิตให้สงบ มองเห็นความเป็นไปได้ ตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย เลือกคบคนที่ดี ออกไปพบประสบการณ์ใหม่ เป็นผู้ให้ และกล้าลองในสิ่งที่มีความเสี่ยงต่ำ
อย่ามัวแต่วิ่งไล่จับผีเสื้อแห่งความโชคดี
จงกลับมาปลูกดอกไม้ในตัวเอง ดูแลสวนแห่งชีวิตให้สวยงาม และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อโอกาส
เมื่อเหตุปัจจัยพร้อ ม คนที่เหมาะสม สถานการณ์ที่เหมาะสม และเวลาที่เหมาะสมจะค่อย ๆ เดินทางมาบรรจบกัน
แล้ววันหนึ่ง คุณอาจพบว่าโชคชะตาไม่ได้อยู่ไกลเกินเอื้อมเลย
เพราะส่วนหนึ่งของมันอยู่ในมือของคุณมาตลอด
-พลังคำ พลังใจ-
6-8-69 17.16 น.
#พัฒนาตัวเอง #ความคิดบวก #positive #พัฒนาความคิด #เปลี่ยนตัวเอง






































