Automatically translated.View original post

Document management method

How to handle a sober version of the paperwork, but get a job more quickly than expected. 📑✨

Hello...

Many people wonder why I, who seem sober and rarely talk, can finish a large pile of paperwork more quickly than others?

The answer is not finger sensitivity, but "using tools to work for us." Today I would like to open a record of a secret technique used by sober people like us.

1.Use "Styles" instead of Black Cover: In Microsoft Word, I never waste time adjusting the font line by line, but will set up Styles in advance. One click, change the entire book, and make the table of contents automatically in 5 seconds.

2. Voice Typing: On days when there are so many jobs that you can't print in time, you will use the voice print feature in Google Docs or Windows + H, let the AI draft the content first, and then come back and check the picture, saving more than 50% of the time.

3. Key shortcuts are close friends: People who are not good at remembering are accurate. I use Alt + Tab, Toggle Screen, and Windows + V to browse the Clipboard history without switching around.

Working quietly in our corner doesn't mean we're slow, but it's focusing and using technology to get more time to take care of ourselves and our families.

I hope this chapter will lighten your friends' work.

# Save IT, take rich # Manage paperwork # Technical work # Government work# dek69

1/5 Edited to

... Read moreหลายคนชอบถามว่า “ทำขรึม” แบบเรา ทำไมงานเอกสารถึงเสร็จไว แถมดูโปรขึ้น ทั้งที่ไม่ได้พิมพ์เร็วหรือพูดเก่งอะไรเลย สำหรับฉัน “ทำขรึม” ไม่ได้แปลว่าเฉยชา แต่คือโหมดโฟกัส—ไม่เสียพลังไปกับเรื่องจุกจิก แล้วเอาเวลาไปจัดระบบให้เครื่องมือทำงานแทนเรา สิ่งที่ช่วยมากคือการเตรียม “แพตเทิร์น” ก่อนเริ่มงาน ฉันจะสร้างไฟล์ต้นแบบ (Template) ไว้เลย เช่น เอกสารราชการ/รายงาน/บันทึกข้อความ ตั้งค่าหน้ากระดาษ ระยะขอบ ฟอนต์ และหัวข้อไว้ครบ เวลาเริ่มงานใหม่แค่เปิดเทมเพลตแล้วพิมพ์ต่อ ไม่ต้องมานั่งจัดรูปแบบซ้ำๆ อันนี้เหมาะกับคนทำขรึมมาก เพราะเราไม่ชอบวุ่นวาย และไม่อยากแก้ไปแก้มาให้เสียสมาธิ อีกอย่างที่ทำให้ “ดูโปรขึ้น” คือการตั้งชื่อไฟล์และโฟลเดอร์ให้ค้นง่าย ฉันใช้รูปแบบเดิมตลอด เช่น “2026-06_เรื่อง_เวอร์ชัน” หรือ “หน่วยงาน_เรื่อง_ส่งแล้ว” แล้วแยกโฟลเดอร์ตามสถานะ: 01_กำลังทำ, 02_รอตรวจ, 03_ส่งแล้ว, 99_อ้างอิง เวลาเจอคำถามด่วนๆ เราเปิดหาเจอทันที ไม่ต้องพูดเยอะ แต่ตอบได้ด้วยไฟล์ที่หยิบขึ้นมาได้เลย ถ้าวันไหนต้องประชุมหรือได้รับโจทย์ด้วยคำพูดเยอะๆ ฉันจะใช้ Voice Typing ช่วย “จับใจความ” ก่อน แล้วค่อยมาเรียบเรียงให้เป็นภาษาทางการทีหลัง เคล็ดลับคือพูดเป็นประโยคสั้นๆ แล้วเว้นวรรคให้ชัด จากนั้นไล่ตรวจคำผิดรอบเดียว จะลดเวลาพิมพ์ลงมาก และยังทำให้เราไม่ต้องฝืนคุยยาวๆ เพราะให้เอกสารทำหน้าที่สื่อสารแทนเราได้ สุดท้าย คนทำขรึมมักทำงานเงียบๆ แต่ถ้าต้องทำร่วมกับคนอื่น ฉันแนะนำให้ใส่ “ร่องรอยการทำงาน” ไว้ในเอกสาร เช่น ใช้คอมเมนต์ (Comments) และ Track Changes ตอนแก้ไข แทนการอธิบายยาวๆ ในแชต คนอ่านจะตามทันว่าปรับตรงไหน ทำไมถึงแก้ แบบนี้ทั้งทีมทำงานลื่นขึ้น และภาพรวมเอกสารก็ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นด้วย สรุปคือ ความทำขรึมไม่ใช่อุปสรรคเลยค่ะ ถ้าเรามีระบบ มีเทมเพลต และใช้เครื่องมือช่วย งานเอกสารกองโตจะกลายเป็นงานที่ “จบไว” และยังเหลือเวลาไปดูแลตัวเองกับครอบครัวเหมือนเดิม