บวชพระ วัดบวรฯ

เป็นประสบการณ์บวชพระที่มีคุณค่าต่อจิตใจมาก ๆ เลยล่ะ ด้วยความที่ตั้งใจบวชวัดที่ระหว่างวันต้องมีเรียนอะไรบ้าง จนได้หาข้อมูลมาเจอกับวัดนี้ ซึ่งคอร์สเรียนตลอดระยะเวลา 2 สัปดาห์ เป็นคอร์สเรียนที่เข้าถึงง่าย น่าสนใจ สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ พระครูชั้นสูง ๆ ต่างวนกันมาสอนตามหัวข้อต่าง ๆ ทำให้ไม่น่าเบื่อ สอนสนุกและเป็นกันเองมาก ๆ

สังคมของวัดบวรฯ เป็นวัดที่เคร่งพระวินัย 227 ข้อ พอสมควรเลย และรักษาธรรมเนียมหลาย ๆ อย่างตั้งแต่สมัยพุทธกาลมาจนถึงปัจจุบัน พระทุกรูปก็ปฏิบัติต่อกันอย่างน่าเคารพ ควรค่าแก่การนำมาเป็นแบบอย่าง

อีกอย่างวัดนี้เป็นวัดที่ผสมความเป็นพุทธ คริสต์ จีน ปนไปหมด อย่างชอบ มันขลังงง แถมมีประวัติความเป็นมาที่ดูจะไม่มีอะไร แต่ที่มาที่ไปก็สร้างความน่าเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเลยล่ะ

การมาบวชเรียนในวัดนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของชีวิตเรามาก ๆทำให้เราตระหนักได้ว่า หลังจากนี้จะใช้ชวิตอย่างไรให้มีความสุข ดำรงตนด้วยสติไม่ประมาท ที่สำคัญ คือ ต้องมีปัญญารักษาศีล ประคองสมาธิ ให้มั่น เพื่อขัดเกลาก็เลส ให้บางลง

ศิษย์พระวัดบวรฯ

๓๐ พ.ย. - ๑๔ ธ.ค. ๒๕๖๘

#บวชพระ #วัดบวรนิเวศวิหาร #วัดบวร

Wat Bowonniwet Vihara
1/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนทักมาถามว่า “บวชวัดบวร” แล้วแต่ละวันทำอะไรบ้าง เราเลยสรุปเป็นภาพรวมจากที่เจอมาจริง ๆ เผื่อใครกำลังชั่งใจอยาก “บวชพระวัดบวร” หรือกำลังดูทางเลือกแบบ “บวชชี” จะได้เห็นจังหวะชีวิตคร่าว ๆ และเตรียมตัวถูก ตารางวันแบบที่เจอบ่อย ๆ จะเริ่มจากช่วงเช้าหลังบิณฑบาตและฉันเช้า (แล้วแต่วัน/กิจของวัด) จากนั้นจะมีทำวัตรเช้าในโบสถ์ บรรยากาศสงบมาก พอได้ยินเสียงสวดกับจังหวะการนั่งเป็นระเบียบแล้วใจนิ่งแบบแปลก ๆ ต่อด้วย “เรียนภาคเช้า” ซึ่งเป็นจุดเด่นของที่นี่ เพราะมีพระครู/พระอาจารย์ผลัดกันมาสอนตามหัวข้อ ทำให้ไม่น่าเบื่อ และเนื้อหามักโยงเข้าชีวิตประจำวันได้จริง ช่วงสายถึงก่อนเที่ยงจะเป็นการจัดกิจวัตรในวัด งานส่วนรวมเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วประมาณ 11.00 น. ก็ฉันเพล (มื้อหลัก) หลังจากนั้นจะเข้าสู่โหมดสำรวมมากขึ้นเพราะไม่มีมื้อเย็นแล้ว ใครที่ไม่คุ้นอาจต้องเตรียมใจเรื่องความหิวช่วงค่ำ ๆ แต่พอผ่าน 2-3 วันแรกได้ ร่างกายจะเริ่มปรับตัว ช่วงบ่ายส่วนใหญ่ยังมีเรียนต่อ บางคลาสอาจได้เรียนรวมกับกลุ่มผู้เรียนอื่น ๆ (เราเคยเจอเรียนรวมกับนักเรียนนายร้อย) ทำให้ได้เห็นความตั้งใจของคนหลากหลายมาก เนื้อหาที่มักวนมาเจอคือหนังสือ “นวโกวาท” พระวินัยพื้นฐาน มารยาทสงฆ์ และเรื่องการวางใจ/สติในชีวิตจริง นอกจากนี้ยังมีคลาสประวัติสำคัญ ๆ เช่น “เรียนประวัติเจ้าอาวาส” หรือ “ประวัติวัดบวรฯ” ซึ่งส่วนตัวเราว้าวหลายจุด เพราะทำให้เห็นรากของธรรมเนียมที่วัดยังรักษาอยู่ เย็น ๆ จะมีทำวัตรเย็น แล้วช่วงค่ำบางวันจะมีฝึกนั่งสมาธิ เป็นช่วงที่ได้กลับมาอยู่กับตัวเองจริง ๆ ใครที่ตั้งใจมาฝึกใจ แนะนำให้ให้ความสำคัญกับช่วงนี้มาก เพราะเป็นเวลาที่ได้เห็นอารมณ์ตัวเองชัดที่สุด เรื่องที่ควรรู้ก่อนสมัคร: วัดบวรฯ ค่อนข้างเคร่งในพระวินัย 227 ข้อ และเรื่องระเบียบเวลา คำพูด การวางตัว ถ้าเราไปด้วยท่าที “อยากเรียนรู้” จะอยู่ได้สบายและรู้สึกปลอดภัยทางใจมาก แต่ถ้าไปแบบไม่พร้อมปรับนิสัย อาจรู้สึกอึดอัด สำหรับคนที่ค้นคำว่า “บวชชี” ถ้าจุดประสงค์คืออยากปฏิบัติจริงจังแต่ยังไม่พร้อมอุปสมบท ลองมองหาคอร์สปฏิบัติ/ถือศีลของวัดหรือสำนักที่มีตารางชัดเจนใกล้เคียงกัน แล้วค่อยตัดสินใจก้าวต่อไป สิ่งสำคัญคือเลือกแบบที่สอดคล้องกับกำลังใจและเวลาของเรา ทิปเล็ก ๆ ที่ช่วยได้: เตรียมของใช้ส่วนตัวแบบเรียบง่าย (สบู่ ยาสีฟัน ผ้าเช็ดตัว ยาประจำตัว) ทำใจเรื่องการนอน/ตื่นให้ตรงเวลา และตั้งเป้าหมายไว้ก่อนว่าอยากได้อะไรจากการบวช เช่น ฝึกสติ รักษาศีล หรือขัดเกลานิสัย พอมีเป้าหมาย จะผ่านช่วงปรับตัวได้ง่ายขึ้นมาก

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ sirinminnna
sirinminnna

อนุโมทนา สาธุบุญ🙏

ดูเพิ่มเติม(1)