อยากประหยัดแค่ไหน ก็อย่ากรองน้ำมันใช้ซ้ำเด็ดขาด!

เศรษฐกิจไม่ดี การประหยัดแบบผิดๆ ก็เริ่มกลับมา เลยเอาเรื่องการใช้น้ำมันเก่าทอดซ้ำมาเตือนกันอีกครั้ง เพราะสูตรใช้ ‘แป้งสาลีผสมน้ำ’ ในการคืนชีพน้ำมันเก่าๆ ดำๆ ให้ใสปิ๊งเหมือนใหม่ทำท่าจะดังอีกแล้ว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เขายืนยัน (นาน) แล้วนะคะว่า การนำน้ำมันใช้แล้วมาตั้งไฟอ่อนๆ เติมแป้งสาลีผสมน้ำลงไป เพื่อให้แป้งจับเอาคราบดำและตะกอนต่างๆ นั้น สามารถดักตะกอนดำทำให้น้ำมันดูใสขึ้น สีจางลงก็จริง แต่คุณภาพทางเคมียังพังเหมือนเดิม ทั้งค่าของกรดและความหืนไม่ได้ลดลงเลย ที่น่ากลัวที่สุดคือสารโพลาร์ที่เป็นต้นเหตุของโรคร้ายต่างๆ ยังอยู่ครบ แถมยิ่งทอดซ้ำ สารนี้ก็จะยิ่งพุ่งกระฉูด

แนะนำว่าถ้าจะประหยัด ให้ใช้วิธีกรองเศษอาหารในน้ำมันทิ้งแบบไม่ผ่านความร้อน และก่อนทอดอย่าลืมซับน้ำบนอาหารให้แห้ง เพราะน้ำคือตัวนำพาให้น้ำมันเสื่อมสภาพไวขึ้น ใดๆ คือต้องยึดกฎเหล็กอย่าทอดซ้ำเกิน 2 ครั้ง ยิ่งถ้าทอดอาหารที่หมักเครื่องปรุงหนักๆ น้ำมันจะเสื่อมสภาพเร็วมาก

น้ำมันอาจจะประหยัดได้แค่นี้ แล้วไปประหยัดอย่างอื่นเอาดีกว่า เพราะถ้าต้องไปจ่ายค่าหมอในวันหน้ามันจะแพงกว่าการซื้อน้ำมันใหม่เยอะเลย

4/30 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงที่ครัวบ้านเรา เราเคยลองกรองน้ำมันทอดซ้ำด้วยแป้งสาลีผสมน้ำ เห็นว่าน้ำมันใสมากขึ้นเหมือนใหม่ แต่หลังจากใช้ทอดอาหารต่อ น้ำมันกลับเหม็นหืนขึ้นและรู้สึกว่ารสชาติอาหารเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน การทอดซ้ำๆ โดยเฉพาะน้ำมันที่ผ่านการใช้กับอาหารที่มีเครื่องปรุงรสจัด จะทำให้น้ำมันเสื่อมสภาพเร็ว และเกิดสารโพลาร์ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังต่างๆ ตามที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เตือนจริงๆ เราใช้เทคนิคง่ายๆ ในการประหยัดน้ำมันคือกรองด้วยกระชอนเพื่อลดเศษอาหารเท่านั้น ไม่ผ่านความร้อนซ้ำ และก่อนทอดจะใช่กระดาษทิชชู่ซับน้ำบนอาหารให้แห้งทุกครั้ง เพราะน้ำเป็นตัวเร่งให้เกิดกรดไขมันอิสระซึ่งทำให้น้ำมันเสียเร็วขึ้น การจำกัดทอดซ้ำไม่เกิน 2 ครั้งก็ช่วยยืดอายุการใช้น้ำมันได้มากขึ้น นอกจากนี้การเลือกใช้น้ำมันที่เหมาะกับการทอดที่อุณหภูมิสูง เช่น น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันถั่วเหลือง ก็ช่วยลดการเกิดสารพิษจากการทอดซ้ำได้ สุดท้าย เรารู้ว่าการประหยัดน้ำมันเป็นเรื่องสำคัญในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ แต่การรักษาสุขภาพให้ดีด้วยการใช้น้ำมันสดและควบคุมการทอดอาหารสามารถช่วยให้เราป้องกันโรคร้ายที่จะตามมา ซึ่งการรักษาพยาบาลในระยะยาวนั้นมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการลงทุนซื้อของสดใหม่และทำอาหารอย่างถูกวิธีแน่นอนค่ะ