เป็นอีก1 ผลไม้ ที่ชอบกิน ตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ไปเก็บกลางทุ่งนา แต่สมัยนี้ไปเจอที่ตลาดเลยซื้อมา3ลูก #มะขวิด #ผลไม้หายาก #มีประโยชน์มากมาย
พอพูดถึง “มะขวิด” หลายคนอาจนึกถึงผลไม้พื้นบ้านกลิ่นเฉพาะ ๆ ที่สมัยก่อนต้องไปเก็บตามทุ่งนา แต่เดี๋ยวนี้เริ่มเจอขายตามตลาดมากขึ้นแล้ว เลยอยากมาเล่าให้ละเอียดขึ้นว่า มะขวิดมีประโยชน์อย่างไร และควรกินแบบไหนให้ได้ทั้งความอร่อยและความคุ้มค่ะ 1) มะขวิดมีประโยชน์อย่างไร (แบบที่กินแล้วรู้สึกได้) - ใยอาหารค่อนข้างดี: เวลากินมะขวิดสุก (เนื้อจะนิ่ม ๆ หอม ๆ) จะรู้สึกว่าอยู่ท้อง ช่วยให้การขับถ่ายเป็นจังหวะขึ้น สำหรับคนที่กินผักผลไม้น้อย ๆ มะขวิดเป็นอีกตัวช่วยที่ดี - มีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ: ผลไม้พื้นบ้านหลายชนิด—including มะขวิด—มักมีสารพฤกษเคมีที่ช่วยดูแลร่างกายโดยรวม กินเป็นประจำในปริมาณพอดีช่วยเสริมความสดชื่นได้ - ช่วยเพิ่มความอยากอาหาร/ทำให้มื้ออาหาร “เจริญ”: รสเปรี้ยวอมหวานและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ กินคู่กับน้ำตาล/น้ำผึ้ง หรือทำเป็นน้ำมะขวิดจะช่วยให้รู้สึกสดชื่น โดยเฉพาะวันที่อากาศร้อน 2) กินมะขวิดยังไงให้อร่อย (ไอเดียจากที่เคยกิน) - แบบคลาสสิก: ผ่าครึ่ง ตักเนื้อ แล้วคลุกน้ำตาลนิด ๆ (บางคนเติมเกลือปลายช้อน) รสจะกลมขึ้นมาก - ทำเป็น “น้ำมะขวิด”: ขยำ/คนเนื้อมะขวิดกับน้ำสะอาด กรองเอากาก เติมน้ำผึ้งหรือน้ำตาลตามชอบ แช่เย็นคือสดชื่นสุด ๆ - ทำเป็นของหวานง่าย ๆ: เอาเนื้อมะขวิดไปผสมกับน้ำเชื่อมเล็กน้อยแล้วราดน้ำแข็งไส หรือกินคู่โยเกิร์ตธรรมชาติก็เข้ากัน (ได้ทั้งรสและความหอม) 3) เลือกซื้อยังไงให้ได้ลูกที่อร่อย - เลือกลูกที่เปลือกดูแก่จัด สีสม่ำเสมอ ไม่ร้าวหรือมีรอยช้ำมาก - ถ้าอยากกินแบบเนื้อหอมละมุน ให้เลือกที่สุกกำลังดี (เนื้อด้านในจะออกนุ่ม ไม่ฝาดจัด) 4) ข้อควรระวังเล็ก ๆ ที่ควรรู้ - รสชาติอาจเปรี้ยวและมีความฝาดในบางลูก: คนที่กระเพาะไว/กรดไหลย้อน อาจเริ่มจากปริมาณน้อย ๆ ก่อน - ถ้าทำเป็นเครื่องดื่มแล้วเติมหวานเยอะ ระวังน้ำตาลเกิน: แนะนำให้ชิมก่อนแล้วค่อยเติมทีละนิด จะได้อร่อยแบบไม่หวานนำ สรุปคือ ถ้าถามว่า “มะขวิดมีประโยชน์อย่างไร” สำหรับเรามันเด่นทั้งเรื่องใยอาหาร ความสดชื่น และความเป็นผลไม้พื้นบ้านที่เอามาประยุกต์ทำได้หลายเมนู ใครมีสูตรกินมะขวิดอร่อย ๆ มาแชร์กันได้นะคะ















