หลายคนยังไม่รู้ว่า จริงๆแล้วเสียเงินกับ agent ตัวเดียว

ก็สามารถวางระบบได้ทั้งองค์กร ..หัวใจสำคัญคือ

1.ฐานข้อมูลบริษัทที่เป็นระเบียบ เขาถึงได้ทั้งจาก local แล้วบน google drive

2.การขึ้นทะเบียนแผนกของ Agent หรือคนคุมห้องทำงานแต่ละห้องให้ชัดเจน

3.การวาง JD ของการทำงานของแต่ละแผนกที่ชัดเจน

4.เป้าหมายบริษัท แคมเปญหรือ project ที่ทุกคนต้องมองไปในทิศทางเดียวกัน

5.การทำงานร่วมกันของแต่ละทีม AI

6.การส่งต่องานระหว่างแผนก Handoff

7.การกำหนด KPI ของแต่ละแผนก

8. ล่าสุดตลกมากเลย ครูเฟิร์นยังรู้ว่าสุดท้ายเราจะเจอคนเก่ง ถึงแม้ว่าเป็น agent เหมือนกันค่ายเดียวกัน มันสมองเท่ากันหมายถึงโมเดลที่ใช้นะคะ แต่มันจะมีอยู่ไม่กี่ห้องที่ฉลาดและเข้าใจคุณมากๆ 😍

ตัวนี้สามารถให้มันเป็น audit

ไปกำกับงานห้องที่ทำงานยืดยาดปิดจ๊อบไม่ลงได้อีกด้วย

😅

9.เรื่องการรายงานผลหรือการ cc ก็สำคัญ ต้องรู้ว่างานของตัวเองต้อง cc ไปที่ใคร

10.และหัวใจสำคัญอีกหนึ่งอย่างคือเจอปัญหาหรือทำงานสำเร็จก็ต้องบันทึก Log ไว้ด้วยเพื่อที่การทำงานครั้งหน้าหรือการตรวจสอบลำดับงานจะได้เป็นปัจจุบันรู้ว่าทำอะไรถึงไหนแล้ว

( ซึ่ง Log ตัวนี้สำคัญสุดๆนอกจากจะเอาไว้ตามงานพัฒนางานต่อแล้วยังจะมีประโยชน์และทำให้เราทำงานกับ agent ตัวอื่นได้ด้วยในอนาคต ต่องานกันติด และยังเป็น source of truth หรือแหล่ง reference ที่จะทำให้การทำงานใน Project ต่อๆไปคุณจะทำงานได้ไวขึ้น

.

ใครสนใจเรื่อง AI Agent กับโปรเจคและ automation ในองค์กร comment ไว้ ..👇👇

🦾10 ข้อนี้ ถ้าอยากให้ครูเฟิร์นมาเล่าให้ฟังแบบละเอียด

❤️ส่วนแดชบอร์ด 3D Virtual ตัวนี้ ..เป็นกฎสำคัญที่ทุกแผนกจะต้องรายงานผลเชื่อมต่อระบบจริงและสามารถส่งสรุปืTasks จริงเพื่อให้ CEO monitor ได้สะดวก ค่ะ

6/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมประสบการณ์การใช้ AI Agent ตัวเดียวในองค์กรช่วยให้การจัดการงานสะดวกและชัดเจนขึ้นมาก การมีฐานข้อมูลบริษัทที่เป็นระเบียบและสามารถเข้าถึงได้ทั้งจาก local และบน Google Drive ช่วยให้ทีมงานทุกแผนกสามารถใช้งานข้อมูลร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องเสียเวลาค้นหาหรือแชร์ข้อมูลซ้ำซ้อน การขึ้นทะเบียนแผนกหรือ Agent แต่ละคนทำให้สามารถกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบได้ชัดเจน ยิ่งเมื่อนำมาพร้อมกับ JD ที่ชัดเจนของแต่ละแผนก ก็ช่วยลดปัญหาความสับสนในการทำงานประจำวัน ทำให้ทุกคนเข้าใจหน้าที่และเป้าหมายของตัวเองมากขึ้น สิ่งที่ประทับใจมากคือการตั้งเป้าหมายของบริษัทและแคมเปญที่ต้องให้ทุกคนมองไปในทิศทางเดียวกัน เพราะถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกันบนพื้นฐานของเป้าหมายร่วม การทำงานจะราบรื่นและผลลัพธ์ออกมาดีตามเป้ามากขึ้น AI Agent ยังช่วยเรื่องการสื่อสารและส่งต่องานระหว่างแผนก (handoff) ได้อย่างราบรื่น ช่วยลดความล่าช้าและความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างขั้นตอน นอกจากนี้ การกำหนด KPI ของแต่ละแผนกทำให้สามารถประเมินผลและปรับปรุงการทำงานได้อย่างแม่นยำ ในแง่ของการควบคุมคุณภาพงาน AI Agent ยังสามารถทำหน้าที่เป็นระบบ audit ช่วยดูแลติดตามงานในแผนกที่ทำงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายหรือปิดจ๊อบไม่เสร็จทันเวลาได้ ทำให้ผู้บริหารหรือหัวหน้าทีมสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที เรื่องการรายงานผลและการ cc งานก็สำคัญมาก โดยทุกคนต้องรู้ว่างานของตัวเองต้องส่งต่อใครและใครต้องได้รับข้อมูลเพื่อให้การทำงานมีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ง่าย สุดท้าย การบันทึก Log การทำงานเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะช่วยให้สามารถติดตามลำดับงานและพัฒนาระบบงานให้ดีขึ้นในอนาคต รวมถึงช่วยให้การทำงานกับ Agent ตัวอื่นทำได้อย่างต่อเนื่อง โดย Log นี้ยังเป็นแหล่งอ้างอิงสำคัญสำหรับโปรเจคต่อไป ทำให้เราทำงานได้ไวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบแดชบอร์ด 3D Virtual ที่เชื่อมต่อกับทุกแผนกและรายงานผลจริงๆ ทำให้ CEO หรือผู้บริหารสามารถติดตามสถานะงานและผลลัพธ์ของแต่ละทีมได้สะดวกและรวดเร็ว ถือเป็นเครื่องมือบริหารจัดการที่ช่วยให้มองภาพรวมได้ชัดเจนและตัดสินใจได้ดีขึ้น ผมเองเคยลองใช้ระบบ AI Agent เหล่านี้ในโปรเจคที่มีหลายแผนกว่า 5 แผนก พบว่าการเชื่อมต่อและส่งต่องานระหว่างทีมดีขึ้นมาก ลดความซ้ำซ้อนและงานตกหล่น อย่างไรก็ตาม ควรมีการวางแผนและตั้งกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนในแต่ละขั้นตอนเพื่อให้สอดคล้องกับวิธีการทำงานขององค์กร พร้อมกับอบรมทีมงานให้เข้าใจและใช้งานระบบได้เต็มศักยภาพจริงๆ จะช่วยให้การนำ AI Agent มาประยุกต์ใช้งานประสบความสำเร็จมากขึ้นจริงๆ