Automatically translated.View original post

~

The death of the chief executive officer in the country

May belongs to

He said he wanted to do the same thing.

We're going to do it 100%.

"We cried," he said.

"We will continue to do so in the future," he said.

If you don't know what I'm doing, I'm going to do a lot of taiping.

Ma'am, I'm not sitting here, I'm joking

Anti-Semitism in the country

Pilgrimage to the situation of the situation

"We will continue to do so," he said.

"We're going to see the fire," he said.

Thickening fire consciousness in the region

I'm not crying I'm just crying

Not to mention the death penalty

"We're going to see the same thing," he said.

Lunar economic activities in the country

They're going to be dead, "he said.

"I take it," he said.

YOU ARE WAY TOO PRETTY

The death penalty is expected to take place in the country.

We're going to see more people in the country.

FIRE LINE

(Pa. 📌

## I love you## Patting#### fire@ @

@ @

@ @

3/13 Edited to

... Read moreช่วงหนึ่งของชีวิตฉันเคยรู้สึกเหมือน “ทางตัน” แบบมองไม่เห็นเส้นทางข้างหน้าเลย ทั้งเรื่องงาน เรื่องเงิน และเรื่องใจ บางวันก็เหมือนพูดอะไรไม่ออก เหนื่อยจนไม่อยากอธิบายให้ใครฟัง แต่สิ่งที่ช่วยพยุงฉันไว้จริง ๆ คือการค่อย ๆ พัฒนาตัวเองแบบจับต้องได้ ไม่ต้องรอให้ชีวิตพร้อมก่อน แล้วค่อยเริ่ม 1) ตั้งสติให้ได้ก่อนแก้ปัญหา เวลาปัญหามา เรามักรีบตัดสินตัวเองว่า “เราทำไม่ไหว” ฉันเปลี่ยนมาใช้วิธีหยุด 30 วินาที หายใจลึก ๆ แล้วถามตัวเองว่า ตอนนี้เรื่องที่ต้องทำ “หนึ่งอย่างแรก” คืออะไร แค่ทำให้เรื่องแรกชัดขึ้น ใจก็เบาลงทันที 2) แยกปัญหาเป็น 3 กอง: เงิน / เวลา / ใจ ฉันเขียนใส่โน้ตสั้น ๆ ว่าปัญหานี้ต้องแก้ด้วยอะไร - ถ้าเป็นเรื่องเงิน: ทำรายการรายรับรายจ่าย 7 วันก่อน แล้วค่อยหาจุดตัด - ถ้าเป็นเรื่องเวลา: จัดลำดับงาน 3 ข้อที่สำคัญที่สุดของวัน - ถ้าเป็นเรื่องใจ: ให้เวลากับตัวเอง พัก และคุยกับคนที่ไว้ใจ พอแยกกองได้ เราจะไม่รู้สึกว่าทุกอย่างถาโถมเป็นก้อนเดียว 3) อ่านหนังสือ/เรียนรู้ระหว่างทางให้เป็นนิสัย ฉันชอบพกหนังสือไปอ่านระหว่างรอรถไฟฟ้าหรือช่วงเดินทาง แค่วันละ 10–15 นาที ทำให้รู้สึกว่าตัวเองยัง “ก้าวไปข้างหน้า” อยู่เสมอ ความรู้เล็ก ๆ แบบนี้สะสมแล้วกลายเป็นความมั่นใจ 4) สู้แบบไม่ต้องสมบูรณ์ แต่ต้องสม่ำเสมอ เป้าหมาย “แกร่งขึ้น 100%” สำหรับฉันไม่ใช่เก่งทันที แต่คือทำให้ตัวเองดีขึ้นวันละ 1% เช่น ตื่นให้ตรงเวลา 1 วัน อ่านให้จบ 5 หน้า ออกกำลัง 10 นาที พอทำได้จริง ใจจะเชื่อว่าเราพาตัวเองผ่านเรื่องยากได้ 5) ประโยคที่ฉันใช้เตือนตัวเอง “ไม่มีปัญหาไหนแก้ไม่ได้ แค่บางเรื่องต้องใช้เงิน บางเรื่องต้องใช้เวลา” ประโยคนี้ทำให้ฉันใจเย็นขึ้น และยอมรับว่าเส้นทางของแต่ละคนไม่เท่ากัน สุดท้าย ถ้าวันนี้ใครกำลังเจอเรื่องหนัก ๆ ขอให้รู้ว่าเราไม่ได้เดินคนเดียว ค่อย ๆ ตั้งสติ อ่าน เรียนรู้ ทำทีละก้าว แล้ววันหนึ่งเราจะหันกลับมาเห็นตัวเองที่แกร่งขึ้นจริง ๆ