“หลายคนคิดว่า…
การเบิร์นซูชิคือแค่เอาไฟจี้ให้สุก 🔥 “เวลาที่เราเบิร์น
เราไม่ได้ต้องการให้เนื้อไหม้นะคะ
เราแค่ต้องการดึง ‘กลิ่นหอม’
และทำให้ไขมันบนเนื้อละลายออกมานิด ๆ อย่าใช้ไฟจ่อค้างนานเกินไปให้ขยับไฟวนเบา ๆ
เพื่อให้สีออกมาสวยเท่ากัน
หน้าซูชิจะเงาและดูละมุนกว่า รายละเอียดเล็ก ๆ แบบนี้
คือสิ่งที่ทำให้ซูชิธรรมดา
ดูเหมือนร้านพรีเมียมเลยค่ะลองนำไปทำกันดูนะคะ#takumikitchenซูชิเงินล้าน #ครูน้ำตาลสอนทำซูชิ #ซูชิร้านครูน้ำตาล #สาขาอิมไนส์มาเก็ตสำโรง #สาขาบิ๊กซีบางพลี
จากประสบการณ์การทำซูชิเอง ผมพบว่าการเบิร์นซูชิไม่ใช่แค่การจี้ไฟให้เนื้อสุกเท่านั้น แต่เป็นศิลปะที่ต้องใช้ความตั้งใจในการควบคุมความร้อนและการเคลื่อนไฟอย่างเบามือ โดยเฉพาะการใช้ไฟลุกที่แรงพอเหมาะ เพื่อดึงเอากลิ่นหอมของเนื้อปลาและไขมันที่ละลายออกมาได้อย่างลงตัว ผมมักใช้ไฟชีสเบิร์นเนอร์ขนาดเล็ก และขยับไฟวนไปรอบๆ เนื้อปลาอย่างสม่ำเสมอ กะเวลาให้พอเหมาะ ไม่มากเกินไปจนเนื้อไหม้ หรือไฟจี้ค้างจนผิดสี การเคลื่อนไฟแบบนี้ช่วยให้หน้าซูชิออกมามีสีสวยเงางาม และยังคงความละมุนของเนื้อปลาไว้ได้อย่างดี เสียงหัวย่างไฟให้ซูชิยังช่วยสร้างบรรยากาศให้น่ากินขึ้นด้วย เพราะเวลาที่ซูชิถูกเบิร์น มักจะมีกลิ่นหอมคล้ายเนื้อย่างที่ปลุกความอยากอาหารได้ทันที ในร้านซูชิระดับพรีเมียม เทคนิคนี้ถือว่าช่วยยกระดับความรู้สึกและรสชาติได้ไม่น้อย สำหรับคนที่เพิ่งลองเบิร์นซูชิแนะนำให้เริ่มจากซูชิหน้าปลาแซลมอนหรือทูน่า เพราะเนื้อปลานุ่มและมีไขมันพอเหมาะ ทำให้เก็บกลิ่นและรสชาติของเบิร์นได้ดี ที่สำคัญการฝึกใช้ไฟให้เหมาะสมจะช่วยให้เราทำซูชิออกมาหน้าตาดูดี เหมาะสำหรับเสิร์ฟเพื่อนหรือครอบครัวอย่างยิ่ง สุดท้ายนี้อย่าลืมว่ารายละเอียดเล็ก ๆ อย่างการเคลื่อนไฟวนเบา ๆ เพื่อให้สีสวยสม่ำเสมอ เป็นสิ่งที่ทำให้ซูชิธรรมดา กลายเป็นซูชิร้านพรีเมียมได้จริงๆ ลองฝึกทำและปรับแต่งวิธีการดู แล้วจะรู้ว่าการเบิร์นซูชิเป็นเทคนิคที่สนุกและทำให้ซูชิบ้านเราน่ากินขึ้นมากเลยทีเดียว!




