Automatically translated.View original post

Source of VGM

2025/8/5 Edited to

... Read moreถ้าคุณกำลังเริ่มทำงานส่งออก/โลจิสติกส์แล้วเจอคำว่า “VGM” ในเอกสารจองเรือหรือในอีเมลจากสายเรือ บอกเลยว่าช่วงแรกฉันก็งงเหมือนกันค่ะ ว่ามันคืออะไร ทำไมต้องกรอก และถ้าไม่ส่งจะเกิดอะไรขึ้น VGM ย่อมาจาก Verified Gross Mass หรือ “น้ำหนักรวมที่ยืนยันแล้ว” ของตู้คอนเทนเนอร์ก่อนโหลดขึ้นเรือ (รวมทั้งน้ำหนักสินค้า วัสดุกันกระแทก พาเลท และน้ำหนักตู้เอง) สาเหตุที่ต้องมีการ “ยืนยัน” จริงจัง เพราะในอดีตเคยเกิดอุบัติเหตุจากการแจ้งน้ำหนักไม่ตรง ทำให้การวางแผนสเตเวโดร์/การจัดเรียงตู้บนเรือผิดพลาดจนเรือเอียง และมีเคสตู้ตกทะเลได้เลย จึงกลายเป็นข้อกำหนดภายใต้ SOLAS (Safety of Life at Sea) ของ IMO ที่บังคับใช้กับการขนส่งทางเรือ แล้วใครต้องเป็นคนแจ้ง VGM? โดยหลัก ๆ ความรับผิดชอบจะอยู่ที่ “ผู้ส่งออก/ผู้ส่ง (Shipper)” หรือผู้ที่ระบุเป็น shipper ใน B/L นั่นเองค่ะ แต่ในทางปฏิบัติมักมอบหมายให้ freight forwarder ช่วยส่งข้อมูลเข้าระบบสายเรือให้ แนะนำให้ตกลงกันให้ชัดว่าใครเป็นคนคอนเฟิร์มตัวเลขสุดท้าย และใครเป็นคนกดส่ง เพื่อกันพลาดตอนใกล้เรือปิด วิธีได้มาซึ่ง VGM โดยทั่วไปมี 2 แนวทางที่เจอบ่อย 1) ชั่งน้ำหนัก “ตู้พร้อมของ” หลังบรรจุและซีลแล้ว (ได้ตัวเลขรวมทีเดียว) 2) ชั่งแยกเป็น “น้ำหนักสินค้า/วัสดุ/พาเลท” แล้วบวกกับน้ำหนักตู้ (Tare weight) ตามที่ระบุบนประตูตู้ วิธีนี้ต้องเก็บหลักฐานการชั่งให้ดี เพราะต้องเป็นน้ำหนักที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ ทิปจากประสบการณ์: ก่อนส่ง VGM ฉันจะเช็ก 3 อย่างเสมอ - หน่วยน้ำหนัก (kg/ตัน) ตามที่สายเรือกำหนด - เลขตู้/เลขซีล ให้ตรงกับ booking - เทียบกับเอกสารแพ็กกิ้งลิสต์/อินวอยซ์ ว่าน้ำหนักไม่ต่างกันแบบผิดปกติ ถ้าไม่ส่ง VGM ทันเวลา ส่วนใหญ่ผลคือ “ตู้ขึ้นเรือไม่ได้” หรือโดนเลื่อนไปเที่ยวถัดไป และอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เช่น ค่าแก้เอกสาร ค่าฝากตู้/เดมูเรจ-ดีเทนชัน แล้วแต่กรณีค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าใกล้วันโหลดเรือ ให้รีบคุยกับโกดัง/รถลาก/ชั่งน้ำหนัก และถามสายเรือว่าตัดรอบส่ง VGM เมื่อไหร่ จะได้ไม่ตกไฟลต์