มือใหม่ AirFreight พลาดจุดนี้ โดนชาร์จเพิ่มแน่นอน
มือใหม่ Air Freight พลาดจุดนี้
โดนชาร์จเพิ่มแน่นอน
#อยากนำเข้าส่งออกบอกครูโหน่ง #logistics #importexport #airfreight #ผู้นำเข้าส่งออกมือใหม่ #พัฒนาตัวเอง
👩🏫👩💻 #เรียนรู้ทุกวันดีขึ้นเก่งขึ้นทุกวัน
จากประสบการณ์ที่ได้ทำงานในวงการขนส่งสินค้าทางอากาศ ผมอยากแชร์เคล็ดลับสำคัญที่มือใหม่ควรระวังเพื่อไม่ให้โดนชาร์จค่าขนส่งเพิ่มโดยไม่จำเป็น เรื่องหลักที่มักทำให้คนไม่รู้พลาด คือความเข้าใจเรื่องน้ำหนักคิดค่าระวาง (Chargeable Weight) ซึ่งสายการบินจะใช้ค่าที่มากกว่าระหว่างน้ำหนักจริง (Actual Weight) กับน้ำหนักปริมาตร (Volume Weight) ในการคำนวณค่าขนส่ง น้ำหนักจริงก็คือ น้ำหนักของสินค้าทั้งหมดรวมกล่องและบรรจุภัณฑ์ ส่วนน้ำหนักปริมาตรจะคำนวณจากขนาดของกล่องหรือพัสดุ (ความกว้าง x ความยาว x ความสูง) แล้วนำไปหารด้วยตัวหารมาตรฐาน เช่น 5000 หรือ 6000 ขึ้นกับสายการบินและประเภทของขนส่ง เช่น หากสินค้ามีขนาดใหญ่แต่มีน้ำหนักเบา น้ำหนักปริมาตรก็มักจะมากกว่าน้ำหนักจริง ทำให้ต้องจ่ายค่าระวางตามน้ำหนักปริมาตรแทน ตัวอย่างเช่น กล่อง 85 ใบ ขนาด 39x79x46 ซม. น้ำหนักจริง 1,266 กก. เมื่อคำนวณน้ำหนักปริมาตรแล้วได้ประมาณ 1,936 กก. คำแนะนำคือควรวัดขนาดและน้ำหนักสินค้าอย่างแม่นยำก่อนจัดส่ง และเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อลดปริมาตรสินค้าลงได้ เช่น การบรรจุแน่นขึ้น การใช้กล่องขนาดพอดี หรือถ้าจำเป็นอาจพิจารณาเปลี่ยนวิธีการขนส่ง นอกจากนี้ ควรศึกษารายละเอียดเงื่อนไขและอัตราค่าระวางของแต่ละสายการบินเพราะอาจมีความแตกต่าง และอย่าลืมตรวจสอบกับตัวแทนขนส่งหรือเอเจนต์เพื่อช่วยคำนวณและแนะนำวิธีการชำระค่าขนส่งที่เหมาะสม การเข้าใจเรื่องน้ำหนักคิดค่าระวางอย่างถูกต้อง จะช่วยให้มือใหม่ลดความเสี่ยงที่จะโดนชาร์จเพิ่มโดยไม่จำเป็น และวางแผนการส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทุกครั้งที่ส่งสินค้าผ่าน Air Freight ขอให้ตรวจสอบน้ำหนักจริงและน้ำหนักปริมาตรพร้อมกันเพื่อประเมินค่าใช้จ่ายล่วงหน้า จะได้ไม่เซอร์ไพรส์กับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นครับ



