แล้วเวลาบริษัท เสนอราคาเจ้านึงเสนอมาในหน่วย W-M อีกบริษัทเสนอเป็น RT เราจะเทียบยังไงคะ

เพื่อนเรา ถามงาน LCL มาตามนี้ค่ะ

Q : แล้วเวลาบริษัท เสนอราคาเจ้านึงเสนอมาในหน่วย W-M อีกบริษัทเสนอเป็น RT เราจะเทียบยังไงคะ

A : หน่วยในงาน LCL หลายคนสับสนระหว่าง W/M กับ RT แต่จริง ๆ แล้วทั้ง 2 ตัวนี้ “คนละหน้าที่” นะคะ

W/M = วิธีคำนวณ

คือเอา น้ำหนัก (Weight) ไปเทียบกับ ปริมาตร (CBM) แล้วเลือก ตัวที่มากกว่า เพื่อนำไปคิดค่าระวาง

RT = หน่วยที่คิดเงินจริง

คือผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณ W/M แล้วนำไปคิดค่าระวาง โดย 1 RT = 1 CBM หรือ 1 ตัน

เพราะฉะนั้น ถ้าบริษัทหนึ่งเสนอราคา USD 35/W-M และอีกบริษัทเสนอ USD 35/RT ส่วนใหญ่สามารถนำมาเทียบกันได้เลย เพราะใช้หลักการคิดเดียวกัน

จำง่าย ๆ

✅ W/M = วิธีคิด

✅ RT = หน่วยคิดเงิน

ดังนั้น เวลาเปรียบเทียบราคา อย่าดูว่าเขาเขียน W/M หรือ RT แต่ให้ดูว่า “ราคาต่อ RT” เท่ากันหรือไม่ แบบนี้จะเปรียบเทียบราคาได้ง่ายและถูกต้องค่ะ 😊

มือใหม่เข้าใจแล้วนะคะ 🙋ขอมือคนเข้าใจหน่อยค่า

#อยากนำเข้าส่งออกบอกครูโหน่ง

#logistics #importexport #มือใหม่นำเข้าส่งออก #พัฒนาตัวเอง

👩‍🏫👩‍💻

7/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ทำงานด้านนำเข้าส่งออกและขนส่งทางเรือ ผมพบว่าหลายครั้งที่ลูกค้าหรือผู้เริ่มต้นสับสนกับหน่วย W/M และ RT กันมาก ทั้งสองอย่างนี้แม้จะเกี่ยวข้องกัน แต่เป็นสิ่งที่แตกต่างและมีหน้าที่ต่างกันในกระบวนการคิดราคาค่าระวางสินค้าทางเรือ W/M หรือ Weight/Mesurement เป็นวิธีคำนวณต้นทุน โดยเอาน้ำหนักของสินค้าไปเปรียบเทียบกับปริมาตรสินค้า (หน่วย CBM) แล้วเลือกค่าที่สูงกว่ามาคิดราคาค่าระวาง ช่วยให้บริษัทขนส่งสามารถประเมินค่าขนส่งได้อย่างสมเหตุสมผล ไม่เสียเปรียบทั้งผู้ขนส่งและผู้ใช้บริการ ส่วน RT (Revenue Ton) คือหน่วยที่ใช้คิดเงินจริงในใบเสนอราคา ซึ่ง 1 RT เท่ากับ 1 CBM หรือ 1 ตัน ซึ่งหมายความว่าถ้าคำนวณตามวิธี W/M แล้วได้ค่ามากที่สุด เช่น น้ำหนักหรือปริมาตรนั้นเท่ากับ 2 RT ราคาค่าระวางจะคูณตามนี้เลย สิ่งที่ผมแนะนำเวลาจะเปรียบเทียบราคาจากบริษัทต่าง ๆ คืออย่าไปสนใจว่าพวกเขาจะใช้คำว่า W-M หรือ RT เพราะจริงๆ แล้วราคาสุดท้ายที่จะเปรียบเทียบกันคือ ราคาต่อ RT เท่านั้น ถ้าราคาต่อ RT เท่ากัน ก็ถือว่าต่างกันไม่มากหรือใกล้เคียงกัน และการเลือกบริษัทที่จะใช้บริการควรดูที่ความน่าเชื่อถือและบริการหลังการขายควบคู่ไปด้วย นอกจากนี้ในงาน LCL ที่เป็นการรวบรวมสินค้าหลายเจ้าในคอนเทนเนอร์เดียว ควรตรวจสอบเรื่องการแพ็กกิ้งและการจัดเก็บสินค้าให้ดี เพราะสามารถส่งผลต่อความเสียหายและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้ อีกทั้งการขอราคาจากหลายบริษัทควรขอรายละเอียดเงื่อนไขให้ชัดเจน เช่น เงื่อนไขการชำระเงิน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายแอบแฝง หวังว่าคำอธิบายนี้จะช่วยให้เพื่อน ๆ มือใหม่และผู้ที่ทำงานในสายงานนำเข้าส่งออกเข้าใจและสามารถเปรียบเทียบราคา LCL ได้อย่างถูกต้องและมั่นใจขึ้นนะครับ