ทำไมใน SI or B/L ถึงมี Notify Party? ทั้งที่มี Importer อยู่แล้ว

ทำไมใน SI or B/L ถึงมี Notify Party? ทั้งที่มี Importer อยู่แล้ว

Exporter = ผู้ส่งออก

Importer = ผู้นำเข้า

แต่พอเห็น Notify Party ใน Shipping Instruction หรือ Bill of Lading ก็จะงงว่า

"แล้วคนนี้คือใคร?"

Notify Party คือ ผู้ที่สายเรือหรือเอเจนต์จะติดต่อหรือแจ้งให้ทราบ เมื่อสินค้ามาถึงปลายทาง

ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของสินค้าเสมอไป

เช่น

ถ้า Importer รับของเอง Notify Party มักเขียนว่า

Same as Consignee

หมายถึง

"แจ้งคนเดียวกับผู้รับสินค้า"

แต่ถ้า

ผู้นำเข้าให้ Shipping เป็นคนดำเนินพิธีการ

ให้บริษัทโลจิสติกส์รับเรื่อง

ให้ตัวแทนรับเอกสารแทน

ก็สามารถใส่ชื่อบริษัทนั้นเป็น Notify Party ได้

ดังนั้นจำง่าย ๆ คือ

Exporter (Shipper) = ผู้ส่งสินค้า

Consignee (Importer) = ผู้รับสินค้า

Notify Party = ผู้ที่ต้องแจ้งเมื่อสินค้าถึงปลายทาง

ถ้าคลิปนี้ช่วยให้เข้าใจเรื่องเอกสารนำเข้า–ส่งออกมากขึ้น

กดติดตาม 'อยากนำเข้าส่งออก บอกครูโหน่ง' ไว้นะคะ

ครูจะสอนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ใช้งานได้จริงค่ะ

#อยากนำเข้าส่งออกบอกครูโหน่ง #logistics #importexport

#มือใหม่นำเข้าส่งออก #พัฒนาตัวเอง 👩‍💻👩‍🏫 #เรียนรู้ทุกวันดีขึ้นเก่งขึ้นทุกวัน

8/3 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การทำงานในสายโลจิสติกส์และนำเข้าส่งออก สิ่งหนึ่งที่ผมพบว่าผู้เริ่มต้นมักจะสับสนคือบทบาทของ Notify Party ในเอกสาร SI หรือ B/L แม้ว่า Importer จะเป็นผู้รับสินค้าแล้วก็ตาม Notify Party เป็นบุคคลหรือบริษัทที่สายเรือ หรือบริษัทเอเจนต์จะติดต่อแจ้งเตือนเมื่อสินค้ามาถึงปลายทาง จุดนี้สำคัญมาก เนื่องจากในบางครั้งผู้นำเข้าอาจไม่ได้ดำเนินการรับของเอง เช่น อาจมอบหมายให้บริษัทโลจิสติกส์ หรือผู้แทนรับเอกสารเป็นผู้จัดการพิธีการนำเข้าแทน การใส่ชื่อ Notify Party ที่เหมาะสมช่วยให้กระบวนการรับสินค้าราบรื่น ไม่เกิดความล่าช้า ในประสบการณ์จริง หาก Importer รับของเอง ก็มักจะระบุ Notify Party เป็น "Same as Consignee" หมายถึงการแจ้งเตือนให้ผู้รับสินค้าทราบโดยตรง แต่หากผู้นำเข้าใช้บริการฝ่ายอื่น ตัวอย่างเช่น ตัวแทนพิธีการศุลกากร หรือผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ชื่อบริษัทเหล่านี้ก็จะถูกระบุในช่อง Notify Party เพื่อให้สายเรือหรือเอเจนต์สามารถติดต่อได้ถูกต้องทันเวลา นอกจากนี้ การระบุ Notify Party ยังช่วยให้เกิดความชัดเจนและลดความสับสนในกระบวนการนำเข้าส่งออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสินค้ามีหลายจุดตรวจหรือมีตัวแทนหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง สรุปแล้ว Notify Party ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของสินค้าเสมอไป แต่เป็นผู้ที่จำเป็นต้องได้รับแจ้งเมื่อสินค้ามาถึง การเข้าใจบทบาทนี้ช่วยให้กระบวนการขนส่งสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความคุ้มครองทางกฎหมายมากขึ้น