#YesNoOkayEnglish #EnglishWithAlisa Ep.4: HowMuch
เวลาจะถาม “ราคา” เป็นภาษาอังกฤษ เรามักเจอ 2 ประโยคยอดฮิตคือ “How much is it?” และ “How much does it cost?” ซึ่งทั้งคู่ใช้ถามราคาได้เหมือนกัน แต่โทนและสถานการณ์ใช้งานต่างกันนิดหน่อยค่ะ 1) How much is it? แปลว่าอะไร แปลตรงตัวว่า “อันนี้ราคาเท่าไหร่?” ใช้ได้ดีมากตอนเราชี้ของที่สนใจอยู่ตรงหน้า เช่น เสื้อผ้า ขนม ของฝาก หรือเมนูในร้าน ตัวอย่าง: - How much is it? (อันนี้ราคาเท่าไหร่) - How much is this bag? (กระเป๋าใบนี้ราคาเท่าไหร่) - How much are these shoes? (รองเท้าคู่นี้ราคาเท่าไหร่) ทิป: ถ้าของมากกว่า 1 ชิ้น ใช้ are เช่น “How much are these…?” 2) How much does it cost? แปลว่าอะไร แปลว่า “มันราคาเท่าไหร่/ต้องจ่ายเท่าไหร่?” ฟังเป็นทางการขึ้นเล็กน้อย เหมาะกับการถาม “ค่าบริการ/ค่าใช้จ่าย” หรือของที่ไม่ใช่จับชี้ง่ายๆ เช่น ค่าส่ง ค่าเข้า ค่าตั๋ว ค่าคอร์ส ตัวอย่าง: - How much does it cost? (ราคาเท่าไหร่) - How much does shipping cost? (ค่าส่งเท่าไหร่) - How much does a ticket cost? (ตั๋วราคาเท่าไหร่) 3) คำศัพท์ “ราคา” ที่ควรรู้ (ราคาภาษาอังกฤษ) - price = ราคาที่ติดป้าย/ราคาสินค้า - cost = ต้นทุน/ค่าใช้จ่าย/ราคาที่ต้องจ่าย - fee = ค่าธรรมเนียม/ค่าบริการ (เช่น service fee) - expensive / cheap = แพง / ถูก - discount = ส่วนลด 4) ประโยคเสริมให้สุภาพและเป็นธรรมชาติ เวลาอยู่ต่างประเทศ ถ้าเติมคำสุภาพนิดนึงจะฟังดีมาก: - Excuse me, how much is it? - Could you tell me how much it is? - Do you know how much this costs? 5) ตัวอย่างบทสนทนาสั้นๆ (ใช้ได้จริง) A: Excuse me, how much is this? B: It’s 147 baht. A: Okay, I’ll take it. 6) ตอบราคาได้หลายแบบ - It’s 100 baht. - It costs 100 baht. - It’s 100 baht each. (ชิ้นละ 100) - The total is 300 baht. (รวมทั้งหมด 300) สรุปจำง่ายๆ: ถ้าชี้ของตรงหน้าใช้ “How much is it?” ได้เลย ส่วนถ้าเป็นค่าใช้จ่าย/ค่าบริการหรืออยากเป็นทางการขึ้น ใช้ “How much does it cost?” ก็เหมาะมากค่ะ


















