Automatically translated.View original post

The fish

2025/9/8 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังหา “แจ่วฮ้อนปลา” แบบทำเองง่ายๆ แต่ยังได้ฟีลร้าน เราทำสูตรนี้บ่อยมาก เพราะน้ำซุปแซ่บหอมสมุนไพร ทานแล้วจะติดใจจริงๆ จุดสำคัญคือทำให้ “ไม่คาว” และให้รสแจ่วชัดๆ แต่ไม่เค็มโดด 1) เลือกปลาอะไรดีให้เหมาะกับแจ่วฮ้อน ส่วนตัวชอบปลาเนื้อแน่น ลวกแล้วไม่เละ เช่น ปลากะพง, ปลาดอร์รี่, ปลานิล (ถ้าชอบแบบพื้นบ้าน) หรือปลาแซลมอนก็ได้แต่จะมันกว่า เลือกแบบหั่นชิ้นพอดีคำ หนาไม่เกิน 1.5 ซม. จะสุกกำลังดี ทริคลดคาวที่ทำแล้วเวิร์ค - ล้างปลาแล้วซับให้แห้ง - คลุกเกลือนิดเดียว + บีบมะนาวบางๆ หรือแช่นมจืด 10 นาที (แล้วซับออก) กลิ่นคาวลดลงชัด - ขิงซอย/ตะไคร้ทุบในน้ำซุปช่วยมาก 2) น้ำซุปแจ่วฮ้อน “สูตรพิเศษ” แบบบ้านๆ ตั้งหม้อใส่น้ำซุป (น้ำเปล่าหรือซุปกระดูก) ใส่ตะไคร้ทุบ 2 ต้น, ข่า 4–5 แว่น, ใบมะกรูดฉีก 3–4 ใบ, หอมแดงบุบ 3 หัว และพริกแห้งคั่วเล็กน้อย (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้) พอเดือดปรุงรสด้วยน้ำปลา + เกลือปลายช้อน + น้ำมะขามเปียกนิดเดียวให้มีเปรี้ยวกลมๆ แล้วชิมให้ “แซ่บหอม” แต่ยังซดได้เรื่อยๆ 3) น้ำจิ้มแจ่วที่เข้ากับปลา ผสมพริกป่น 1 ชต., ข้าวคั่ว 1 ชต., น้ำปลา 1–1.5 ชต., มะนาว 1–2 ชต., น้ำตาลปี๊บนิดเดียว และหอมแดง/ต้นหอม/ผักชีฝรั่งซอย คนให้เข้ากัน น้ำจิ้มจะหอมข้าวคั่วมาก กินกับปลาคือเข้ากันสุด 4) ลำดับการลวกให้ปลาไม่เละและไม่คาว เวลาหม้อเดือด ให้ใส่ผัก/เห็ดก่อน (เช่น เห็ดเข็มทอง เห็ดนางฟ้า ผักกาดขาว) แล้วค่อยลวกปลาเป็นอย่างสุดท้าย ลวกทีละชิ้น 20–40 วินาที (ขึ้นกับความหนา) แค่พอสุกขาวก็พอ จะนุ่มหวาน ไม่แตกเละ และไม่มีกลิ่นคาวลอยในหม้อ 5) ชุดผักที่เราแนะนำ ผักบุ้งจีน, ผักกาดขาว, คื่นช่าย, เห็ดรวม, วุ้นเส้น/เส้นหมี่ขาว ปิดท้ายด้วยไข่ไก่ใส่ในน้ำซุปนิดหน่อย ฟินมาก ถ้าทำตามนี้จะได้แจ่วฮ้อนปลาแบบแซ่บหอมสมุนไพรจริงๆ กินได้ทั้งบ้าน น้ำซุปซดคล่อง และเป็นเมนูแจ่วฮ้อนสูตรพิเศษที่ทำซ้ำแล้วไม่เบื่อเลย