Automatically translated.View original post

Today I am reading this book.

The Beginning of Teacher Tan's Language Learning

From a child who is not good at language, failed the exam...

Reading the first youth literature

"A Tale from a Grotesque Star," written by

Andrie Snai Magnazon, Literary Ireland.

English title The Story of Blue Planet.

Translated by Jenjira Liberal Marine.

It's reading a book that opens up a lot of the world.

I remember being 11 years old and we were youths.

We have practiced the imagination of learning this world.

Along with a strange experience.

These things, he calls "freedom," being anything.

Especially in our opinion. There's no wrong way.

After that, it targeted French art.

And continue to study at the level of Rama Kham University

French majors focus on French literature....

But studying is stressful. 😂 French literature.

It's full of blood, nation-building and freedom.

So I decided to move to English literature...

Have a chance to read Anne Frank / Winnie The Pooh.

Including The Gulliver's Travels is a lot of fun.

Nobel Prize Literature, Shakespeare Plays, 😁

The latest part, Teacher Tan has found this book.

"Keaw La Joyeuse" is actually Thai literature.

But translated into French. There's English.

This is my thesis........

His Majesty the King

Teacher Tan used to watch as a child series too.

Naughty Glass / Naughty Glass

Very fun. Try to read.

Teacher Tan bought it from the "Chulat Book Center."

3/12 Edited to

... Read moreการอ่านวรรณกรรมไม่เพียงเป็นการเรียนรู้ภาษาอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นประตูเปิดสู่โลกแห่งจินตนาการและวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง ผ่านประสบการณ์ส่วนตัวของครูตาลที่เริ่มจากความไม่มั่นใจและการสอบตกในวิชาภาษา กลับกลายเป็นความหลงใหลจากการอ่านหนังสือ "เรื่องเล่าจากดาวพิลึก" ที่ส่งผลให้ตัวเองได้ฝึกจินตนาการและเข้าใจโลกมากขึ้น สิ่งที่พบระหว่างทาง คือ "อิสระ" ในการคิดและการเรียนรู้ ที่ไม่มีถูกผิด ทำให้ครูตาลตั้งใจเรียนภาษาและวรรณคดีฝรั่งเศส ก่อนจะเปลี่ยนไปเรียนวรรณคดีอังกฤษ เพื่อหาเส้นทางเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตัวเอง วรรณกรรมอย่าง Anne Frank และ Winnie The Pooh ก็ช่วยเติมเต็มความสนุกและมุมมองเชิงวรรณกรรมโลก ผมเองพบว่าวรรณกรรมแปลและวรรณกรรมเยาวชนเป็นสื่อที่ดีมากสำหรับผู้เรียนภาษาที่ต้องการพัฒนาทักษะการอ่านความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง พร้อมทั้งเข้าใจวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ตัวอย่างเช่นหนังสือ "Keaw La Joyeuse" ที่เป็นบทพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่ถูกแปลเป็นภาษาฝรั่งเศสและอังกฤษ ได้คงถ่ายทอดวิถีชีวิตและแนวคิดที่ทรงคุณค่าในรูปแบบที่จับต้องได้ การเลือกหนังสือที่เหมาะสมและน่าสนใจถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยกระตุ้นความสนใจและความมุ่งมั่นได้อย่างมาก การอ่านหนังสือที่ถูกใจและว่าด้วยเรื่องราวใกล้ตัวมีส่วนช่วยให้ผู้เรียนกล้าคิด กล้าแสดงออก และสนุกกับการฝึกภาษาอย่างต่อเนื่อง สำหรับคนที่กำลังเริ่มต้นเรียนภาษา ผมแนะนำให้ลองหาเรื่องราววรรณกรรมเยาวชนที่อ่านง่าย ประกอบกับหนังสือแปลที่ถ่ายทอดเรื่องราวในภาษาที่ต้องการเรียนรู้ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเรียนภาษาและความบันเทิง นอกจากนี้การเลือกหนังสือที่สะท้อนความเป็นตัวเองและวัฒนธรรมที่สนใจก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความผูกพันกับเนื้อหา ผมหวังว่าประสบการณ์แนะนำในบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนมีแรงบันดาลใจและเปิดโลกทัศน์ผ่านการอ่านและการเรียนภาษา หนังสือ "Keaw La Joyeuse" ที่ครูตาลแนะนำสามารถหาอ่านได้จากศูนย์หนังสือจุฬาฯ หรือร้านหนังสือที่จำหน่ายหนังสือวรรณกรรมแปล เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งและน่าสนใจ