Ranking Easy Reading English Famous Fiction✨
1. I hope this doesn't find you.
Difficulty 1 / 5
Romance, easy to read language, everyday language, almost no specific jargon
2. The Housemaid
Difficulty 1 / 5
Everyday easy-to-read language is the same. The story is more tense.
3. Yellow Face
Difficulty 1.5/5
Use everyday language. There is a unique vocabulary of the book industry added, but also easy to read.
4.A good girl guide to murder
Difficulty 1.5/5
Overall, the language is easy to read, but with an investigative approach, there is some specific jargon.
5. Pride and prejudice
Difficulty 3 / 5
Romance, but as a classic, published in 1813, the language is old, not the current language. The sentence arrangement is sometimes different. The use of vocabulary is some words that are not common in the written language of modern fiction, but overall are not difficult to understand.
6.Sherlock Holmes
Difficulty 3.5/5
Combo of old fiction (since 1887) + investigative, maybe a little familiar term popping up often, not very suitable as a starter for people to start reading 🫠
# Read according to lemon8 # English books # Book review # Good books tell
ถ้าคุณเป็นสาย “ฉันชอบอ่านนิยายภาษาอังกฤษ” แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากเล่มไหนให้สนุกก่อนและไม่ท้อ เราแนะนำให้เลือกจาก 2 อย่างนี้พร้อมกัน: 1) แนวเรื่องที่ชอบ และ 2) ภาษาที่เหมาะกับระดับเรา เพราะบางเล่มเนื้อเรื่องดีมาก แต่สำนวน/คำศัพท์ทำให้รู้สึก not the best but still good คือสนุกนะ แต่ต้องใช้แรงอ่านเยอะหน่อย วิธีเลือกเล่มเริ่มต้นแบบอ่านเพลิน (สำหรับมือใหม่) - เลือกเล่มที่บทสนทนาเยอะ: ภาษามักใกล้เคียงชีวิตประจำวัน อ่านไหลกว่าเล่มที่บรรยายยาว ๆ - เริ่มจากความยาก 1/5–1.5/5 ก่อน: อย่าง I Hope This Doesn’t Find You (โรแมนซ์) หรือ The Housemaid (ระทึกขวัญ) จะช่วยสร้างโมเมนตัมให้เราอยากอ่านต่อ - ตั้งเป้าอ่านทีละน้อย: 10–15 หน้า/วันก็พอ พอคุ้นจังหวะภาษาแล้วค่อยเพิ่ม “ข้างใน” เล่มเหล่านี้เป็นยังไง เหมาะกับใคร? - I Hope This Doesn’t Find You: เหมาะกับคนอยากได้ภาษาใส ๆ ในชีวิตประจำวัน อ่านแล้วรู้ศัพท์ที่ใช้จริง - The Housemaid: ภาษาไม่ยาก แต่ความตึงเครียดทำให้อ่านรวดเดียวจบ เหมาะกับคนชอบพล็อตชวนลุ้น - Yellowface: อ่านง่ายขึ้นถ้ารู้คำศัพท์วงการหนังสือ/สำนักพิมพ์เล็กน้อย แต่โดยรวมยังไหลดี เหมาะกับคนชอบเสียดสีสังคม - A Good Girl’s Guide to Murder: สนุกแบบสืบสวน มีศัพท์แนวคดี/หลักฐานโผล่มาบ้าง แนะนำให้จดคำที่เจอบ่อย ๆ เช่น witness, suspect, evidence - Pride and Prejudice / Sherlock Holmes: เป็นคลาสสิก ภาษาจะเก่าและโครงประโยคต่างจากนิยายยุคใหม่ ถ้าอ่านแล้วช้าลงเป็นปกติ ไม่ต้องกังวล ทริคอ่านนิยายอังกฤษให้เข้าใจไวขึ้น (จากประสบการณ์ส่วนตัว) - ไม่ต้องแปลทุกคำ: ให้เดาจากบริบทก่อน ถ้าเป็นคำสำคัญที่ทำให้ไม่รู้เรื่องจริง ๆ ค่อยเปิดพจนานุกรม - ทำ “คลังศัพท์ส่วนตัว” แค่ 20–30 คำแรกพอ: โดยเฉพาะศัพท์ที่เจอซ้ำในเล่มนั้น ๆ จะช่วยให้ความเร็วการอ่านดีขึ้นมาก - อ่านคู่กับเวอร์ชันอีบุ๊ก: กดดูความหมายคำศัพท์ได้เร็ว ลดจังหวะสะดุด - ถ้ารู้สึกอ่านไม่เข้า: ลองเปลี่ยนแนว ไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่งภาษา แค่อาจยังไม่คลิกกับสำนวนของเล่มนั้น สุดท้าย ถ้าคุณอยากเริ่มแบบชัวร์ ๆ เราเชียร์ให้เริ่มจากความยาก 1/5 ก่อน แล้วค่อยไต่ไป 1.5/5 และค่อยแตะคลาสสิกอย่าง Pride and Prejudice หรือ Sherlock Holmes ทีหลัง รับรองว่าประสบการณ์อ่านจะสนุกขึ้นและไม่หมดไฟกลางทาง






