Automatically translated.View original post

Share the mouth experience ✨

Pak Jue until everyone says

Have you secretly injected the filler?

👄, it's really swollen.

After analyzing it,

Probably from losing something.

Lips that just tried ~ 3-4 days 💄

Doctor's recommended toothpaste. Try it ~ 1wks 🪥

Fried mackerel that just eats ~ 5 mins 🐟

Everything is possible.

Puffy mouth. No pellets.

There are no lesions.

🏥 Consult the doctor softly. The doctor said he should lose.

Take the antihistamine. 💊

But losing anything should be found 🦠

Would have avoided being correct

❌ after that, I avoided everything.

Lying down, it came up by itself..

So I still don't know what to lose.

But if anyone has the same symptoms,

* Notice the allergies and allergies.

- - -

✅ in the meantime, eat soft food, easy to digest.

❌ avoid spicy, sour, salty, crispy.

So that it doesn't trigger more sores and swelling. 🔥

Which I eat spicy, shit, maybe it's part.

Stimulate it because it's swollen.

# Share experience # Talk about health # Losing lip # Swollen mouth # Mouth

2025/10/23 Edited to

... Read moreตอนเรา “อยู่ๆปากก็บวม” ครั้งแรกคือช็อกมาก เพราะมันบวมเจ่อแบบชัดเจน แถมมีความรู้สึกตึงๆ แน่นๆ คันนิดๆ และรอบปากดูเห่อๆ บางช่วงก็แห้งตึงร่วมด้วย ทั้งที่ไม่มีแผล ไม่มีเม็ด ไม่มีรอยโรคอะไร เลยเริ่มไล่คิดว่าปากบวมเกิดจากอะไรกันแน่ สิ่งที่เราใช้เช็กตัวเอง (เผื่อใครปากบวมไม่มีสาเหตุ) 1) ย้อนเวลา 24–72 ชม. ว่ามี “ของใหม่” ไหม: ลิป/ลิปบาล์ม/สครับปาก/ครีมรอบปาก/กันแดดที่โดนปาก รวมถึงยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก เพราะหลายคนแพ้กลิ่น น้ำหอม หรือสารบางตัวแล้วทำให้ริมฝีปากบวมตึงคันได้ 2) อาหารก่อนเริ่มบวม: ของทอด อาหารเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด แอลกอฮอล์ อาหารทะเล ปลาร้า/ของหมักดอง บางทีไม่ได้ “ทำให้แพ้” โดยตรง แต่กระตุ้นให้ที่บวมอยู่แล้วบวมเพิ่ม 3) สิ่งแวดล้อม: ฝุ่น ควัน อากาศแห้ง แอร์จัด นอนดึก เครียด—ของพวกนี้ทำให้ปากแห้งตึงและระคายเคืองง่ายขึ้น 4) แยกอาการแพ้ vs ระคายเคือง: ถ้าคัน บวม แดง มาไวหลังใช้ของบางอย่าง มีแนวโน้มไปทางแพ้/ระคายเคืองสัมผัส แต่ถ้าบวมซ้ำๆ แบบเดาไม่ได้ อาจต้องคุยหมอเรื่องลมพิษ/angioedema หรือการแพ้อื่นๆ เพิ่มเติม วิธีดูแลช่วง “ริมฝีปากบวมแดง/ตึง” แบบที่เราทำแล้วช่วย - หยุดทุกอย่างที่สงสัยทันที (โดยเฉพาะลิปใหม่ ยาสีฟันใหม่) แล้วใช้ของพื้นฐานที่สุดเท่าที่จำเป็น - เน้นทาลิปมัน/วาสลีนบางๆ เพื่อกันแห้งตึง และเลี่ยงการเลียปาก (ยิ่งเลียยิ่งแห้ง) - กินอาหารอ่อน ย่อยง่าย เลี่ยงเผ็ด เปรี้ยว เค็ม กรอบ ช่วง 2–3 วันแรก เพื่อไม่ให้ปากระคายเคืองเพิ่ม - ถ้าหมอให้ยาแก้แพ้ก็กินตามแพทย์/ฉลาก (เราเองกินแล้วอาการค่อยๆยุบ) ทริคหาตัวกระตุ้นให้เจอ (สำคัญมากถ้าบวมเป็นๆหายๆ) - ทำ “ไดอารี่” สั้นๆ 3 ช่อง: วันนี้ทาอะไร/กินอะไร/เริ่มบวมกี่โมง แล้วดูแพทเทิร์น - เวลาอยากลองกลับไปใช้ ให้ลองทีละอย่าง และเว้น 5–7 วันต่อรอบ (ไม่อย่างนั้นจะจับต้นชนปลายไม่ได้) สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรรอ (ไปโรงพยาบาลทันที) - หายใจลำบาก แน่นคอ เสียงแหบ - ลิ้นบวม คอบวม กลืนลำบาก น้ำลายไหล - หน้ามืด ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว ผื่นขึ้นทั้งตัว หรือบวมลามเร็ว ส่วนเรื่องศัลยกรรมยกมุมปาก/ฟิลเลอร์: ถ้าบวมทั้งที่ไม่ได้ทำหัตถการ ส่วนใหญ่จะเข้ากลุ่มแพ้/ระคายเคืองมากกว่า แต่ถ้าใครเพิ่งทำหัตถการแล้วบวมผิดปกติ ปวดมาก สีคล้ำ หรืออุ่นร้อน ควรกลับไปพบแพทย์ที่ทำทันทีเพื่อความปลอดภัย