Automatically translated.View original post

When parents don't have any collateral - how's the plan? ✨🤙🏼😎

"Parents don't want to make their children difficult."

But many houses may now be in the same situation -

We have old parents. We have to be pillars and caregivers.

❌ health insurance, disease insurance, anything.

⚡, but if anyone still wants to take out insurance for the elderly

It's not too late!

Example: A female, 50 years old, has diabetes, pressure.

Plan Senior Happy 2 Life Capital 100,000 Baht

Paid an allowance of 4,500 baht per year, protected until the age of 85.

💙 This Senior Happy 2 plan.

- Appropriate, very correct! For people with congenital diseases

❌ don't check, ❌ don't answer health questions.

✅ Do it from 50 to 75 years old.

✅ Protection to the age of 85.

✅. Life funding 50,000 - 500,000.

✅ if you die in an accident in the first two years, 100%.

✅ 100% refund.

✅ Tax deductibles up to 100,000.

But to know, if the longevity of the allowance exceeds the capital

If you want to take this value, maybe still

But if ❌ old, ❌ have a disease.

This is considered to be the 💁🏼‍♀️ solution.

For inheritance. For reserve.

Reduces the cost of tens of thousands and hundreds of thousands.

And give you a little more relief. ❤️

📞 Ged, Ocean Life Insurance Consultant.

Willing to give advice like understanding children and parents

Because planning today... is actually taking care of each other on an unhealthy day. 🌿

- - - - - -

In what cases does ❌ insurance not pay?!!

# Parents insurance # Life insurance # Elderly insurance # Elderly # Plan life

2025/11/7 Edited to

... Read moreหลายคนที่ค้นหา “FWD for Saving 20/10” มักอยากรู้ว่ามันคืออะไรและคุ้มไหม โดยเฉพาะคนวัยทำงานที่เริ่มเป็น “เสาหลักบ้าน” เหมือนกันกับเรา เลยขอแชร์มุมมองแบบคนทั่วไปที่กำลังวางแผนดูแลพ่อแม่ (บางบ้านไม่มีเงินเก็บ/ไม่มีประกันสุขภาพตั้งแต่แรก) เพื่อช่วยตัดสินใจให้ชัดขึ้น 1) FWD for Saving 20/10 โดยภาพรวมคืออะไร โดยชื่อที่คนเรียกกัน ส่วนใหญ่จะสื่อว่า “จ่ายเบี้ย 10 ปี คุ้มครอง/ออมต่อ 20 ปี” (รายละเอียดจริงต้องดูเอกสารแต่ละแบบ) แนวคิดหลักมักเป็น “ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์” คือมีความคุ้มครองชีวิตควบคู่กับเงินคืน/มูลค่าเวนคืน/ครบกำหนดสัญญา เหมาะกับคนที่อยากมีวินัยเก็บเงินระยะยาว และยอมล็อกเงินไว้ตามระยะเวลาที่กำหนด 2) เหมาะกับใคร (และใครควรคิดอีกที) - เหมาะ: คนที่สุขภาพยังทำได้ ผ่านการพิจารณา และอยากออมแบบมีกรอบเวลา เน้นเป้าหมายระยะยาว เช่น เงินก้อนอนาคต/ค่าเรียนลูก/เงินสำรองครอบครัว - ควรคิดอีกที: ถ้ารายได้ยังไม่นิ่ง กลัวส่งไม่ไหว หรือกำลังแบกค่าใช้จ่ายพ่อแม่สูง เพราะถ้าขาดส่งอาจเสียสิทธิ/ผลประโยชน์บางส่วน 3) ถ้าเป้าหมายคือ “ดูแลพ่อแม่” ต้องแยกโจทย์ก่อน หลายบ้านเข้าใจว่าแผนออมทรัพย์จะช่วยค่ารพ.ได้ แต่ความจริง “ค่ารักษา” ต้องพึ่งประกันสุขภาพ/โรคร้ายแรงเป็นหลัก ซึ่งพ่อแม่อายุเยอะหรือมีโรคประจำตัวมักทำไม่ทันแล้ว แบบบ้านเราเลยต้องหาทางเลือกที่เข้าถึงได้ เช่น ประกันผู้สูงอายุที่ไม่ต้องตรวจสุขภาพ/ไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ (อย่างที่บทความหลักพูดถึงแนว Senior Happy 2) เพื่อให้มีเงินก้อนและลดภาระลูกในวันที่เกิดเหตุไม่คาดคิด 4) วิธีเช็กความคุ้มแบบเร็ว (ใช้ได้กับทั้ง FWD for Saving 20/10 และแผนผู้สูงอายุ) - ดู “จ่ายทั้งหมด” vs “ได้เงินคืน/ครบสัญญา” และระยะเวลาที่ต้องรอ - ดูความคุ้มครองชีวิต/อุบัติเหตุในช่วง 1–2 ปีแรก (บางแบบมีเงื่อนไข) - เช็กสภาพคล่อง: ถ้าต้องใช้เงินกลางทาง เวนคืนได้เท่าไหร่ มีค่าธรรมเนียมไหม - ถ้าหวังลดหย่อนภาษี: ตรวจว่าเข้าเกณฑ์ไหน และเพดานเท่าไร (ควรอ่านเงื่อนไขล่าสุด) 5) แผนที่หลายบ้านใช้จริง: “ลูกออม + พ่อแม่มีทุนขั้นต่ำ” ประสบการณ์ส่วนตัวคือ แยกเป็น 2 ก้อนจะสบายใจกว่า - ก้อนที่ 1: ของลูก (เช่นแผนออมทรัพย์/เงินออม) เอาไว้สร้างวินัยและเป็นเงินสำรองระยะยาว - ก้อนที่ 2: ของพ่อแม่ (ประกันผู้สูงอายุ/ประกันชีวิตที่ทำได้แม้มีโรคประจำตัว) เน้นให้มีเงินก้อน/มรดก/ค่าจัดการฉุกเฉิน เพื่อไม่ให้ภาระเทไปที่ลูกทั้งหมด สุดท้าย ไม่ว่าคุณกำลังดู FWD for Saving 20/10 หรือกำลังหาประกันผู้สูงอายุแบบไม่ต้องตรวจสุขภาพ แนะนำให้เริ่มจาก “เป้าหมายเดียวที่เจ็บที่สุดของบ้านเรา” เช่น กลัวค่ารพ.ก้อนโต หรือกลัวไม่มีเงินสำรอง แล้วค่อยเลือกแบบที่ตอบโจทย์จริง ๆ จะไม่หลงทางและไม่เสียเงินกับสิ่งที่ไม่จำเป็น