มีเงินเท่าไหร่ถึงพอออออ

เงินเก็บ 0 บาท = เครียด 100% 💀

ใครเห็นด้วยยกมือหน่อย!?

เมื่อก่อนเริ่มทำงานใหม่ๆ ทำงานแทบไม่ได้นอน

ลงเวรรพนั้น ไปต่อรพนี้ ไปคลินิก ไปโรงงาน ไปโรงแรม

เงินเก็บเงินนอน เงินสำรอง เคย max ถึง แสนนะคะ

แต่ทุกวันนี้ เติบโต และกล้าใช้เงินมาก

ไหนจะเที่ยว ไหนจะactivity ไหนจะบุฟเฟ่ต์

ไหนจะทำตัวเป็นเสาหลักของครอบครัว

คือเงินเดือนออก รายจ่ายก็แทบสิ้นนนน

ที่ทำได้คือตัดเงินเก็บอัตโนมัติ

เข้าบัญชีสหกรณ์/ออมทรัพย์

ที่เหลือๆ ก็แบ่งซื้อทอง แบ่งลงทุน

ให้ชีวิตมันยากๆเข้าไว้จะได้ไม่โอนง่ายจ่ายไว

เพราะยืมเงินตัวเองออกมาใช่ไม่เคยได้คืน

แล้วทุกคนบริหารเงินกันยังไง

เก็บเงินกันยังไงบ้าง มีเงินเก็บเท่าไหร่

เท่าไหร่ถึงคิดว่าพอ?!

#เงินเก็บ #ไม่มีเงินเก็บ #เก็บเงินไม่เก่ง #การเงิน #lemon8ไดอารี่

2025/11/11 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมช่วงที่เงินเก็บเป็น 0 บาท บอกตรงๆว่าใจมันไม่ค่อยนิ่งเลยค่ะ พอมีเรื่องฉุกเฉินนิดเดียวก็คิดไปไกล แล้วพอเงินเดือนออก รายจ่ายไหลตามมาแบบหยุดไม่อยู่ (เที่ยว กิจกรรม บุฟเฟ่ต์ ค่าดูแลบ้าน ฯลฯ) สุดท้ายเลยกลับมาวาง “ระบบ” ให้ตัวเองใหม่ โดยเฉพาะคนที่ค้นหาแนวๆ ตารางออมเงิน 50,000 ฟรี เพราะมันช่วยให้เห็นภาพและทำตามได้ง่ายมาก ตารางออมเงิน 50,000 ฟรี (เลือกแบบที่เข้ากับเรา) 1) แบบ 50 สัปดาห์ (ออมตามเลขสัปดาห์) - สัปดาห์ที่ 1 ออม 100 บาท - สัปดาห์ที่ 2 ออม 200 บาท … - สัปดาห์ที่ 50 ออม 1,000 บาท รวมทั้งปี = 25,500 บาท (ถ้าอยากให้ถึง 50,000 ให้ “คูณ 2” คือออม 200, 400, …, 2,000 บาท หรือทำ 2 รอบ/2 กระปุก) 2) แบบรายเดือน (สั้น ชัด คุมง่าย) - ออมเดือนละ 4,200 บาท x 12 เดือน ≈ 50,400 บาท เหมาะกับคนเงินเดือนคงที่ และอยากตั้งโอนอัตโนมัติครั้งเดียวจบ 3) แบบ 100 วัน (เร่งสปีด เหมาะกับคนอยากเห็นผลไว) - ออมวันละ 500 บาท x 100 วัน = 50,000 บาท ถ้าหนักไป ให้ปรับเป็น “วันละ 300 + วันโบนัส 1,000” ในวันเงินเดือนออก/วันทำงานพิเศษ ทริคที่ทำให้ตารางออมเงินเวิร์กจริง (ไม่ใช่แค่เขียนไว้สวยๆ) - ออมก่อนใช้: ตั้งโอนอัตโนมัติทันทีหลังเงินเดือนเข้า (สำคัญสุด) - แยกบัญชีให้ “ยากต่อการถอน”: ฉันชอบใช้วิธีเข้าบัญชีสหกรณ์/ออมทรัพย์ หรือบัญชีที่ไม่มีบัตรเดบิต เพื่อกันใจตัวเองไม่ให้โอนง่ายจ่ายไว - แบ่งเงินออมเป็น 2 ก้อน: (1) เงินฉุกเฉิน (2) เป้าหมาย 50,000 จะได้ไม่เผลอเอาเงินฉุกเฉินไปเที่ยว - วิธีแบ่งเงินเดือนแบบง่ายๆ (ปรับได้ตามชีวิตจริง) • ค่าใช้จ่ายจำเป็น 60% • เงินออม/ลงทุน 20% (ตามตาราง 50,000 อยู่ก้อนนี้) • ไลฟ์สไตล์ 20% (เที่ยว/บุฟเฟ่ต์/กิจกรรม) ถ้าเดือนไหนเกิน ให้ “ลดไลฟ์สไตล์ก่อน” แทนการไปหยิบเงินออม สุดท้ายอยากชวนมาแชร์กันเหมือนในรูปเลยค่ะ: ตอนนี้มีเงินเก็บในบัญชีกันเท่าไหร่ แล้วมีเท่าไหร่ถึงรู้สึกสบายใจ? สำหรับฉัน แค่เห็นตัวเลขขยับตามตารางทุกสัปดาห์ มันช่วยลดความเครียดและทำให้ใช้เงินอย่างมีสติขึ้นเยอะมากค่ะ