How to turn off app notifications ✅✨🍋
Use the method to turn off application notifications at the lock screen.
Easy setting, follow now# Turn off notifications # Teaching using mobile phone # Lemon 8 Howtoo # Includes IT matters # Share IT Trick
ช่วงนี้เราเจอทั้งสองแบบเลยค่ะ: บางทีแจ้งเตือนเด้งถี่จนรำคาญ แต่บางที “โทรศัพท์ไม่แจ้งเตือนข้อความ” เงียบกริบจนพลาดแชตสำคัญ เลยสรุปวิธีที่เราใช้จริงให้แบบทำตามได้ทันที (ปิดการแจ้งเตือนแอป/ปิดทั้งหมด/และเพิ่มการแจ้งเตือนกลับมา) 1) ปิดการแจ้งเตือนแอปแบบเร็วที่สุด (กดจากแบนเนอร์) ถ้ามีแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาแล้ว ให้กดค้างที่แจ้งเตือนนั้น > เลือก “ปิด” หรือเข้า “ตั้งค่าการแจ้งเตือน” ของแอปนั้นได้เลย วิธีนี้ไวมาก เหมาะกับแอปที่เด้งบ่อยๆ 2) ปิดการแจ้งเตือนแอป (รายแอป) จากตั้งค่าเครื่อง Android: ไปที่ ตั้งค่า > การแจ้งเตือน > การแจ้งเตือนของแอป (หรือ “แอป”) > เลือกแอป > ปิด “อนุญาตการแจ้งเตือน” iPhone: ตั้งค่า > การแจ้งเตือน > เลือกแอป > ปิด “อนุญาตการแจ้งเตือน” ทริคของเรา: ถ้าไม่อยากปิดหมด ให้ปิดเฉพาะ “เสียง” หรือ “แบนเนอร์” แต่ยังให้มี “ป้ายตัวเลข” ก็ได้ จะไม่พลาดแต่ไม่รำคาญ 3) ซ่อนข้อความบนหน้าจอล็อก (ยังให้แจ้งเตือนอยู่ แต่ไม่โชว์เนื้อหา) เหมาะมากถ้ามีคนหยิบมือถือเราบ่อย Android ส่วนใหญ่: ตั้งค่า > การแจ้งเตือน > การแจ้งเตือนบนหน้าจอล็อก > เลือก “ซ่อนเนื้อหา” หรือ “ไม่แสดง” iPhone: ตั้งค่า > การแจ้งเตือน > แสดงตัวอย่าง > เลือก “เมื่อต้องปลดล็อก” 4) วิธีปิดการแจ้งเตือนทั้งหมดชั่วคราว (กันสมาธิแตก) Android: เปิดโหมด “ห้ามรบกวน (Do Not Disturb)” จากแถบลัด หรือ ตั้งค่า > เสียง/การแจ้งเตือน > ห้ามรบกวน iPhone: เปิด “โฟกัส (Focus)” เช่น ห้ามรบกวน เราใช้ตอนประชุม/นอน แล้วตั้งให้ยกเว้นสายสำคัญได้ 5) ปิดการแจ้งเตือน TikTok แบบที่คนค้นหาบ่อย เข้าแอป TikTok > โปรไฟล์ > เมนูสามขีด > Settings and privacy > Notifications แล้วปิดประเภทที่ไม่อยากได้ (เช่น LIVE, แนะนำคอนเทนต์) ถ้าอยากปิดให้เด็ดขาดก็ไปปิดที่ “ตั้งค่าแจ้งเตือนของเครื่อง” ตามข้อ 2 6) แก้ “โทรศัพท์ไม่แจ้งเตือน” / เพิ่มการแจ้งเตือนให้กลับมา เช็กทีละข้อที่เราพลาดบ่อยสุด: - แอปถูกปิดแจ้งเตือนไว้ (ไปเปิดในข้อ 2) - เปิดห้ามรบกวน/โฟกัสอยู่ - ตั้งค่า “เงียบ/ปิดเสียงแจ้งเตือน” หรือปิดการสั่น - Android: ตรวจ “ประหยัดแบต”/จำกัดการทำงานเบื้องหลังของแอป (ไปที่ แบตเตอรี่ > การจัดการแอปเบื้องหลัง) - iPhone: ตรวจ “Background App Refresh” และปิด Low Power Mode ถ้าจำเป็น ถ้าทำตามนี้แล้ว ส่วนใหญ่จะ “ชัวร์สุด” เลยค่ะ ทั้งปิดการแจ้งเตือนแอปให้เงียบลง และถ้าเครื่องไม่แจ้งเตือนก็ไล่เช็กจนกลับมาปกติได้